xs
xsm
sm
md
lg

ให้หมามันเห่า ให้นกมันร้องเพลง ให้กามันจิกกัน

เผยแพร่:   โดย: ยอดธง ทับทิวไม้

เกิดมาเป็นคนไทยหรือเป็นผู้มีอำนาจทุกวันนี้ มีอะไรที่แปลกไปกว่าชนชาติอื่นๆ บ้างเล็กน้อยในเรื่องที่ใครอยากจะพูดอะไรก็พูดออกมา ไม่จำเป็นจะต้องพูดก็พูด หรืออยากจะทำก็ทำ เพื่อให้คนเข้าใจว่าตนเป็นคนมีปัญญาและมันสมอง

และตอนนี้ คนไทยประเภทที่ว่านั้นก็มักจะช่างพูด และพูดทุกเรื่องเพราะพูดโดยไม่ต้องใช้สติปัญญาใดๆ มากมายนัก หรือบางคนก็พูดเพื่อคายความโง่เขลาของตัวเองให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก!

เมื่อไม่กี่วันมานี้ หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งพาดหัวข่าวว่า

“สุรยุทธ์ประกาศกลางยูเอ็นรับพม่าไม่ได้ ปราบพระปราบประชาชนรุนแรง” (มติชน29 กันยายน 2550)

ความจริง คำประกาศต่อหน้าคนทั้งโลกว่าไทยยอมรับไม่ได้นั้น เป็นการพูดเท็จ พูดเอาตามความพอใจของตนเอง พม่าที่กำลังมีเรื่องมีราวอยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องของคนพม่า ทั้งประชาชนและกองทัพจะต้องรับผิดชอบเอง เมืองไทยจะรับได้หรือไม่ได้ไม่เกี่ยวอะไรกับประเทศพม่า ปัญหาต่างๆ ที่พม่าต้องทำอยู่ทุกวันนี้ เพราะมันเป็นปัญหาของพม่าเอง พม่าเท่านั้นที่จะแก้

ปัญหาของพม่าที่เดือดร้อนกันทั้งโลกเกิดขึ้นมานานแล้ว เกิดขึ้นมาจากประเทศมหาอำนาจที่ยังต้องการเอาพม่าเป็นเมืองขึ้นหรือเป็นอาณานิคมอยู่ซึ่งคนพม่ายอมไม่ได้ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษและต้องสู้กับอังกฤษจนสามารถเข้ามาปกครองตนเองได้ แต่ทุกชาติเฉพาะชาติใหญ่ๆ ไม่ต้องการให้พม่าปกครองตนเอง แต่ต้องการเอาพม่าเป็นเมืองขึ้น เพราะพม่าเป็นประเทศที่ร่ำรวยอย่างมหาศาลในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติที่ยังไม่ได้ขุดค้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือเพชรพลอย

ความยุ่งยากและความเดือดร้อนในพม่าขณะนี้ มาจากปัญหาของคนภายนอกพยายามจะกดหัวพม่าเอาไปเป็นเมืองขึ้นอย่างที่กำลังพากันกอดคอกันตายอยู่ในจีน ไต้หวัน เกาหลี ที่ไปก่อกวนแทรกแซงให้ชาติเหล่านี้เดือดร้อนกันอย่างที่เป็นข่าว

เพราะฉะนั้น ถ้าหากคนระดับนายกรั
ฐมนตรีมีการศึกษาทางการเมืองอยู่บ้างก็ไม่ควรจะแสดงความคิดเห็น ไม่ไปฉีกหน้าตัวเอง

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องคุณประสงค์กับพลเอกสุรยุทธ์ ซึ่งมีการพาดหัวข่าวเรื่องที่พูดกันค่อนข้างดุเดือดอีกเหมือนกันว่า “เด็กประสงค์อัดสุรยุทธ์ ชอบเอาดีใส่ตัว ท้าเป็นลูกผู้ชายพูดให้มันถูก” (มติชน 8 ตุลาคม 2550)

นี่ก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับการเมืองไทย เราพอจะมีคนที่มีสติสัมปชัญญะพอที่จะรู้ว่าจะต้องคิดอะไร พูดอะไรที่จะไม่ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนก็พูดแต่สิ่งที่ดีๆ ออกมาบ้าง แต่ส่วนมากแล้ว เมืองไทยก็เหมือนชาติอื่นที่เต็มไปด้วยหมูหมาเห่ากันบ้างกัดกันบ้าง เช่นเดียวกับทุกแห่งก็เต็มไปด้วยเสียงนกร้องที่มันจะมีการจิกตีกัน เราคงจะหนีบรรยากาศอย่างนี้ไม่ได้

และอีกเรื่องหนึ่งที่พูดกันมากก็คือเรื่องราวโผทหาร นี่ก็อีกเหมือนกัน มันไม่ได้มีอะไรสำคัญเพราะรู้กันอยู่แล้วว่าใครเป็นพวกใคร การบิดเบือนหรือไม่ได้บิดเบือนมันไม่เกี่ยวกับปาฏิหาริย์ บ้านเมืองจะฉิบหายมันขึ้นอยู่กับสองอย่างนี้เท่านั้นคือ “เงินกับพวก!”

ขอให้มีสองสิ่งนี้เท่านั้น มันจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการจะได้ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมหาดไทย ไม่ต้องอาศัยปาฏิหาริย์อะไรทุกอย่างมันจะมาเอง

เมืองไทยนั้นจะไม่เพียงแต่มีคนทั่วไปเท่านั้นที่ทุกข์ยากแสนเข็ญแออัดกันอยู่ เรายังมีสัตว์ร้ายร้อยแปดรวมทั้งสัตว์ที่ยังโง่เขลาเพ่นพ่านอยู่ด้วย

เรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อไปจัดตั้งรัฐบาลปกครองประเทศจะขึ้นอยู่ที่พรรคไหนหรือใครจะมีอิทธิพลมากพอที่จะเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคที่จะต้องมีเงินและอิทธิพลเป็นเครื่องมือสองอย่างนี้เท่านั้น

ทุกคนไม่กล้าพูดอย่างเปิดเผย เพราะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนนั้น ความจริงมันมีอยู่ในการเลือกตั้งสมาชิกทุกครั้ง ทุกคนก็รู้กันว่ามันจะต้องมีการซื้อเสียงหรือบังคับให้คนลงคะแนนเสียงให้ตามที่พรรคการเมืองพรรคไหนต้องการให้ใครลงคะแนนเสียงให้ในราคาเท่าใด?

แต่เมื่อมาถึงวันนี้ก็มีคนพูดถึงการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมีการผูกสมัครรักใคร่ระหว่างผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และผู้สมัครรับเลือกตั้งใช้วิธีการรวมตัวตกลงกันเอง โดยมีผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นหลัก

การเลือกตั้งที่ผ่านมาหลายปีจนกระทั่งบัดนี้ เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะครบร้อยปีเข้าไปแล้ว วิธีการทั้งผู้เลือกผู้สมัครก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ การเลือกตั้งผู้แทนกับผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้นอาศัยความรู้จักคุ้นเคยกัน แล้วก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงมาเป็นเงิน สมัยก่อนคุณแคล้ว นรปติ ผู้แทนราษฎรขอนแก่น เมื่อเวลาจะหาเสียงหรือไปพบปะพูดคุยกับหัวคะแนนสิ่งที่คุณแคล้ว นรปติ จะต้องมีติดมือไปเป็นห่อๆ ก็คือหมากสำหรับเคี้ยวที่คนบ้านนอกติดกันอยู่ การมีหมากติดมือไปฝากถือว่าเป็นความเคารพนับถือที่ไม่ต้องบอกกล่าวอะไรกันแม้แต่คำเดียว เพราะเป็นประเพณีที่รู้กันดีว่านั่นหมายถึงความเคารพนับถืออันสูงสุด

และด้วยหมากหรือความเคารพนับถือที่คุณแคล้ว นรปติ แสดงออกนี้ คุณยาย คุณป้าจะทำหน้าที่เป็นหัวคะแนน ขอคะแนนจากลูกหลานและคนที่เคารพนับถือให้เลือกผู้สมัครคนนี้ จนกระทั่งตลอดชีวิตของคุณแคล้ว นรปติ เป็นผู้แทนอมตะของขอนแก่น

แต่มาถึงทุกวันนี้ สิ่งเดียวที่สำคัญกว่าอะไรอื่นคือเงิน

เงินที่จำเป็นจะต้องพูดถึงก็คือเงินที่เอามาใช้จ่ายในการซื้อเสียงนั้น เอามาจากไหน และจะต้องจ่ายให้แก่ใคร?

คำตอบก็คือจ่ายให้แก่ประชาชนที่มีสิทธิลงคะแนนแต่ละคนตั้งแต่ 5 บาท 10 บาทในสมัยก่อน เป็นต้น จนกระทั่งทุกวันนี้กลายเป็นร้อยเป็นพันบาทและเหมากันทั้งครอบครัวหรือเป็นหมู่บ้านซึ่งแล้วแต่ความสะดวก แต่ในบางภาค เช่น ภาคอีสานซึ่งจะเป็นภาคที่แห้งแล้ง คนที่นั่นต้องพากันมาหางานทำในกรุงเทพฯ เป็นแสนๆ คน คนจำนวนแสนเหล่านี้จะกลับบ้านในวันปีใหม่ วันสงกรานต์ และวันเลือกตั้งไม่ใช่เพราะความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยจนอดรนทนไม่ได้ แต่จะต้องมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ผู้สมัครซึ่งตนและครอบครัวของตนเอาเงินของเขาไปใช้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อถึงวันเลือกตั้งก็จะต้องถือสัจจะอยู่ที่ไหนก็ต้องกลับไปเพื่อลงคะแนนเป็นเรื่องของสัจจะที่ถือกันมากในภาคอีสานและเป็นประเพณีไปแล้ว

แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเช่นนั้นตลอดไป

ทุกอย่างมีแต่ความไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงไป ในการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว รัฐบาลของเราได้จัดหาวิธีมัดใจประชาชนเป็นสมาชิกหรือเป็นผู้ให้การสนับสนุนถาวร โดยไม่ได้จ่ายสตางค์ให้แต่ละบุคคลแต่ละพวก แต่จัดตั้งกลุ่มขึ้นเป็นหมู่บ้าน เป็นตำบล เป็นชมรม ไปเที่ยวในที่ต่างๆ ร่วมกัน รัฐบาลจะเอาเงินของรัฐบาลมาให้เป็นค่าใช้จ่าย เช่น การนำไปท่องเที่ยวในที่ที่ไม่เคยเที่ยวไม่เคยไป โดยที่ทุกคนจะต้องไม่ต้องใช้เงินของตัวเอง ซึ่งวิธีการนี้ได้สร้างความเชื่อมั่นและมัดใจประชาชนคนเลือกตั้งได้มาก

ก่อนที่รัฐบาลขายชาตินั้นจะกลายเป็นสัตว์แสวงหาที่เกิดต้องเร่ร่อนไปหาที่ซุกหัวนอนอยู่ต่างประเทศอย่างไม่รู้ชะตากรรมนั้น ก็หวังที่จะครองประเทศไทยโดยซื้อใจประชาชนทั่วประเทศเป็นการถาวรต่อไป ก็วางแผนให้สัตว์เลี้ยงที่มีบุญวาสนาของตนหลายคนจัดตั้งกลุ่มประชาชนในฐานะผู้สนับสนุนพรรค และช่วยเหลือพรรคในการที่จะช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่างๆ เป็นการผูกมัดที่ถาวร หรือเป็นเจ้าของเสียงสนับสนุนที่เป็นอมตะต่อไป

ทั้งตัวเขาและสัตว์เลี้ยงทุกรูปแบบของเขาจะทำทุกอย่างเพื่อผูกขาดชาติไทย และคนไทยไว้ในกำมือของตนต่อไป

ก่อนที่รัฐบาลของเขาจะประสบความสำเร็จตามแผนก็บังเอิญเจ๊งไปเสียก่อน แต่ก่อนจะเจ๊งนั้น สัตว์เลี้ยงทางการเมืองของเขาก็ลงมือตระเวนจัดตั้งองค์การต่างๆ เตรียมงานการไว้เรียบร้อยแล้ว ที่น่าตื่นเต้นก็คือเงินและค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการสร้างองค์การทางการเมืองที่ว่านี้ ก็ได้จ่ายเงินของรัฐบาลอย่างรื่นรมย์ไปแล้ว

ถ้ารัฐบาลขายชาตินั้นไม่เจ๊งไปเสียก่อน โครงการจ่ายเงินแผ่นดินซื้อน้ำใจคนทั้งชาตินี้มันจะหมดไปสักเท่าไรคงไม่ยากที่จะมองเห็น

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เมืองไทยมันยังคงเป็นชาติที่มีกรรมอยู่ตามเดิม นอกจากความยากแค้นแสนเข็ญของผู้คนจำนวนมากแล้ว เรายังมีหมูหมาเห่าหอน และเสียงร้องของนกนานาชนิด เช่นเดียวกับนกกาที่มันจิกตีกันอย่างที่ว่า เพราะปรากฏว่าโครงการจะกินชาติหรือเอาชาติไปขายกินแบบเดียวกันนี้มันยังไม่ยอมหมด แต่จะไม่มีคนพูดถึงมัน

มันแฝงมาในรูปแบบใหม่และชื่อใหม่

และคนกลุ่มใหม่ที่ใครต่อใครก็เชื่อว่าน่าจะเป็นนกเป็นกาหรือหมาชุดเดิมที่มาในนามตัวแทนของรัฐบาลขายชาติชุดที่แล้ว นั่นคือการตั้งตัวตายตัวแทนและกลุ่มโจรชุดใหม่ขึ้นมาประจำกระทรวงทบวงกรมและองค์กรทางการเมืองต่างๆ เรียกกันอย่างชาวบ้านก็น่าจะเรียกว่ามาดูแลการเลือกตั้งโกหกว่าจะมาควบคุมการซื้อเสียงขายเสียงหรือเอามาฟาดฟันการซื้อเสียงขายเสียงในการเลือกตั้งที่ทำกันขึ้นมาหาเงินในครั้งนี้

พูดเหมือนกับว่าทำได้หรือมีปัญญาทำ ต่อให้พูดต่อไปอีกร้อยชาติมันก็เป็นเพียงการพูดส่งเดชไปแบบโง่ๆ เท่านั้นเอง

เชื่อผมเถอะครับ ฉิบหายอย่างเดียว!
กำลังโหลดความคิดเห็น...