xs
xsm
sm
md
lg

ตอนที่ 61 แชมป์หมากฮอสห้ามหาวิทยาลัย (ตอน 2-จบ)

เผยแพร่:   โดย: เรืองวิทยาคม

แต่ละมหาวิทยาลัยจัดทีมเข้าแข่งขันทีมละ 3 คน ผมได้เข้าแข่งขันในฐานะทีมของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในขณะศึกษาในปีที่สาม การแข่งขันในคราวแรกนี้มหาวิทยาลัยอื่นได้ครองตำแหน่งแชมป์ 5 มหาวิทยาลัย โดยผมได้ตำแหน่งแค่รองแชมป์เท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนมีฝีมือในเรื่องนี้ยังมีอยู่มาก ดังนั้นการทั้งปวงแม้ว่าจะครองความเป็นเอกอยู่ ณ ที่ไหนก็ตาม ก็หาได้หมายความว่าเป็นเอกโดยทั่วไปแล้วแต่ประการใดไม่ เพราะย่อมมีคนที่เหนือกว่าอยู่เสมอ อยู่ตรงที่จะเผชิญหน้ากับยอดฝีมือแล้วปราชัยลงเมื่อใดเท่านั้น

ดังนั้นการทั้งปวงจึงไม่ควรตั้งอยู่ในความประมาทดังคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ และหากไม่ตั้งอยู่ในความประมาทแล้ว ย่อมต้องสร้างความเพียรในการฝึกฝนพัฒนาการนั้นๆ ให้มีความก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะการหยุดนิ่งก็คือการเปิดโอกาสให้คู่แข่งก้าวรุดไปข้างหน้านั่นเอง

ครั้นถึงคราวการแข่งขัน 5 มหาวิทยาลัยในปีต่อมา ซึ่งผมศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 4 อันเป็นปีสุดท้าย คราวนี้ผลปรากฏว่าทีมของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ และผมได้ครองตำแหน่งแชมป์หมากฮอส 5 มหาวิทยาลัย โดยได้รับการประทานเหรียญชนะเลิศจากพระหัตถ์ของเสด็จในกรม กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ องค์ประธานและองค์อธิการบดีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย

ในปีเดียวกันนี้ ประกอบ สงัดศัพท์ ก็ได้ครองตำแหน่งแชมป์หมากรุก 5 มหาวิทยาลัยพร้อมๆ กัน

ในฐานะสมาชิกของชมรมเต้นรำ ผมเพียงแต่ให้ความสนใจแต่ไม่คิดเอาดีในทางนี้ ดังนั้นเมื่อถึงวันเวลามีการสอนการเต้นรำ ผมจึงได้เข้าเรียนเพียงเพื่อให้เต้นรำได้และเต้นรำเป็นเท่านั้น ไม่ได้คิดปรารถนาไปถึงขั้นที่จะเข้าแข่งขันการเต้นรำ แต่ผลของการเรียนรู้ในเรื่องนี้ก็มีอานิสงส์มาก เพราะทำให้เด็กบ้านนอกคนหนึ่งซึ่งไม่เคยรู้วิถีทางเข้าสมาคมของคนกรุง ได้เรียนรู้กิริยามารยาทและวิถีทางเข้าสมาคมเหมือนกับชนชั้นสูง ทำให้ยามเข้าสังคมคราใดก็ไม่เคอะเขิน แม้มีงานเต้นรำในงานไหนก็ไม่เป็นปมด้อยที่ต้องหลบหน้าล่าถอยออกไปจากงานแต่ประการใด

พร้อมๆ กับการที่ผมให้ความสนใจในเรื่องหมากฮอสในชมรมกีฬาในร่มของมหาวิทยาลัย ก็ยังคงฝักใฝ่ฝึกปรือแต้มคูหมากฮอสเพิ่มเติมจากสามตัวประหลาดในทุกโอกาสที่มี และยามใดกลับจากมหาวิทยาลัยแล้วมีเวลาว่าง ผมก็จะหาโอกาสไปกินกาแฟนั่งเล่นหมากฮอสที่ตลาดเทวราชอยู่เสมอ

ในปลายปีนั้นเองพ่อได้นำช่างก่อสร้างขึ้นมาจากภาคใต้หลายคนเพื่อทำการก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้นอีกหลังหนึ่งในที่ดินที่แม่ได้ซื้อไว้พร้อมกับบ้าน และได้ให้คนอื่นเช่าไปแล้ว แต่ยังพอมีที่ดินว่างขนาดห้องแถวห้องหนึ่งที่พอปลูกบ้านเพิ่มเติมได้อีกหลังหนึ่ง

เหตุที่พ่อต้องพาช่างมาจากทางบ้านอาจจะเนื่องมาจากค่าแรงถูกกว่าในกรุงเทพฯ อย่างหนึ่ง และอาจจะเนื่องจากไม่รู้จักมักคุ้นกับพวกช่างในกรุงเทพฯ อีกอย่างหนึ่งด้วย เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ พ่อก็พาช่างไปกางเต็นท์ในที่ดินที่จะปลูกบ้านนั้น แล้วลงมือก่อสร้างบ้านสองชั้น เป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้

พ่อบอกว่าครอบครัวเรามีพี่น้องหลายคน วันหนึ่งข้างหน้าน้องๆ ก็จะต้องขึ้นมาเล่าเรียนที่กรุงเทพฯ อยากให้อยู่ร่วมกัน ช่วยดูแลกันและกัน ผมในฐานะเป็นพี่คนโตมาอยู่ในกรุงเทพฯ ระยะหนึ่งแล้วคงจะช่วยดูแลแทนพ่อแม่ได้

ดังนั้นในระหว่างการก่อสร้าง ผมจึงใช้เวลาหลังกลับจากเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปช่วยพวกช่างในการก่อสร้างบ้านด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ช่วยในทางช่างเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะผมยังเป็นเด็ก กำลังยังน้อย และไม่ค่อยมีความรู้ความชำนาญ จึงได้แต่ยกหินยกปูนยกทรายให้กับพวกช่างเท่านั้น

งานหลักของผมจริงๆ คงอยู่ที่การทำอาหารเลี้ยงดูพ่อและช่างที่มาทำการก่อสร้างนั้น

ผมออกจะมีพรสวรรค์ในการทำอาหาร เพราะทำอะไรก็พอกินได้ ทั้งนี้เนื่องจากในยามเด็กนั้น นอกจากผมแวะเวียนไปอยู่วัดเป็นประจำแล้ว วันไหนมีเวลาว่างก็มักจะแวะไปที่โรงพระจีน ซึ่งมีคนเฝ้าอยู่เป็นประจำและคอยทำอาหารเลี้ยงดูผู้คนที่ไปไหว้เจ้าเหมือนกับศาลเจ้าทั่วๆ ไป

ผมก็ได้ช่วยคนเฝ้าศาลเจ้าหยิบนั่นส่งนี่ หั่นหมูหั่นเนื้อหรือผักปลาไปตามเรื่อง ช่วยเขาแล้วก็คอยสังเกตเวลาเขาปรุงอาหาร หรือบางครั้งในขณะที่กำลังทำอาหารอยู่มีคนมาไหว้เจ้า คนเฝ้าศาลเจ้าต้องไปคอยบริการ ผมก็ช่วยปรุงอาหารไปตามที่ได้สังเกตมา

ดังนั้นเมื่อมารับหน้าที่ทำอาหารเลี้ยงช่าง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ยากไม่ลำบากนักและเรื่องการทำอาหารนี้ ความจริงก็เป็นเรื่องที่น่าสนุกสนานเพราะคนเราต้องกินอาหารทุกวัน แต่น่าเสียดายที่คนทุกวันนี้ทำอาหารกินเองแทบไม่เป็นแล้ว ผิดกับคนสมัยก่อนที่อย่างน้อยก็ต้องทำอาหารกินเองได้

ที่ว่าผมค่อนข้างมีพรสวรรค์ก็เพราะว่าคนเฝ้าศาลเจ้าซึ่งเป็นคนทำครัวประจำศาลเจ้านั้นเป็นคนจีน มีฝีไม้ลายมือในการทำอาหารจีน ได้อธิบายให้ผมฟังเกี่ยวกับเรื่องรสทั้งห้า คือ หวาน เปรี้ยว เค็ม มัน จืด ความร้อนทั้งสามคือร้อนแรงจัด ร้อนและรุม ตลอดจนเวลาทั้งสามคือนาน กลาง และเร็ว ตลอดจนความเน่า ความแห้ง และความสดของอุปกรณ์ที่ใช้ในการปรุงอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ

รสทั้งห้าอาจสามารถผสมผสานปรุงเป็นอาหารที่มีรสชาตินับร้อยพันอย่างได้

ความร้อนทั้งสามอาจทำให้รสอาหารและความหอมหวานของอาหารผันแปรเปลี่ยนแปลงไปนับร้อยอย่างได้

เวลาทั้งสามในการปรุงอาหารคือตุ๋น ต้ม ผัด ก็อาจทำให้อาหารนั้นผันแปรไปได้อีกหลายอย่าง

อาแปะคนเฝ้าศาลเจ้าคนนั้นเคยพูดไว้อย่างน่าฟังว่า สิ่งที่เห็นแต่ละอย่างนั้นอย่าเห็นเพียงเป็นแต่ละอย่าง แต่ต้องเห็นและเข้าใจให้ได้ว่าเมื่อมันผสมผสานกันแล้ว มันจะคงเดิมหรือว่าเปลี่ยนแปลงไปประการใด หากเห็นและเข้าใจเช่นนี้แล้วจึงจะถือว่าเห็นและเข้าใจกระจ่าง

นี่แหละที่เขาว่าคนเราแต่ละคนนั้นย่อมมีดีมีเด่นเป็นของตนอยู่ ขนาดอาแปะที่ไม่มีการศึกษาเป็นแค่คนเฝ้าศาลเจ้าและทำครัวบริการคนไปไหว้เจ้า แต่เมื่อพูดถึงความรู้เรื่องการปรุงอาหารแล้ว ลองพิจารณาดูกันให้ลึกซึ้งเถิดก็จะเห็นถึงความลึกล้ำพิสดารที่แฝงฝังอยู่เป็นอันมาก ชนิดที่ไม่คาดฝันทีเดียว

บ้านที่จะปลูกขึ้นใหม่นั้นอยู่ติดกับริมรั้วด้านทิศใต้ของบ้านหลังเก่า ซึ่งที่ดินแปลงถัดไปก็กำลังปลูกบ้านอยู่เหมือนกัน ทราบว่าเป็นชาวจังหวัดพิจิตร

ตอนไปปลูกบ้านใหม่ๆ เจ้าของบ้านข้างๆ คงจะหนวกหูจึงไปร้องเรียนทางอำเภอ และทางอำเภอก็เข้ามาตรวจสอบ แต่ในที่สุดก็ชำระสะสางกันไปได้โดยสันติ

ในปีเดียวกันนั้น เพื่อนรุ่นเดียวกันและรุ่นน้องๆ ที่บ้านเดิม ได้เดินทางเข้ามาศึกษาในกรุงเทพฯ มากมาย เมื่อมาแล้วต่างคนก็แยกย้ายกันอยู่ตามวัดบ้าง ตามหอพักบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็อาศัยวัด และได้ติดต่อไปมาหาสู่กันเป็นประจำ จนทำให้บ้านของมนูญผลซึ่งปกติสงบเงียบเกิดความวุ่นวายจากบรรดามิตรสหายเพื่อนฝูงทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องที่แวะเวียนกันมาเยี่ยมผมไม่ได้ขาดสาย จนผมเองก็รู้สึกเกรงใจแม่ของมนูญผลเป็นอันมาก

พ่อควบคุมช่างสร้างบ้าน พอขึ้นเป็นรูปเป็นร่างแล้วก็เดินทางกลับไปบ้าน ไม่กี่วันก็กลับขึ้นมาอีก สลับกันไปเช่นนี้จนกระทั่งพ้นเทศกาลตรุษจีนในปีรุ่งขึ้น บ้านหลังนี้ก็แล้วเสร็จ

เมื่อบ้านเสร็จแล้ว ผมจึงได้ย้ายจากบ้านมนูญผลมาอยู่ที่นิวาสสถานใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนี้บรรดาลูกผู้น้องที่ยังคงพำนักอยู่วัดระฆัง ตลอดจนน้องๆ และลูกผู้พี่ก็ได้ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยกันหมดทุกคน

ในขณะที่ย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่นี้ก็ปรากฏว่าในที่ดินแปลงข้างๆ ที่ปลูกบ้านอยู่ก็แล้วเสร็จเหมือนกัน และมีผู้คนย้ายเข้ามาอยู่ก่อนหน้าผมแล้ว

เย็นวันศุกร์วันหนึ่ง เมื่อผมกลับจากมหาวิทยาลัยไปถึงบ้าน ก็เข้าห้องไปนั่งอ่านหนังสือ ในทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงประตูเหล็กหน้าบ้านข้างๆ ดังขึ้น ผมละสายตาจากหนังสือไปตามเสียงนั้น ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งในชุดของนักศึกษาพยาบาลกำลังเปิดประตูบ้านเข้ามา ความต้องตาต้องใจอย่างลึกซึ้งก็เกิดขึ้นในทันทีนั้นอย่างน่าพิศวง.

โปรดติดตามตอนที่ 62 “บุพเพสันนิวาส ตอน 1” ในวันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2550
กำลังโหลดความคิดเห็น...