xs
xsm
sm
md
lg

ตอนที่ 60 ติวเตอร์กฎหมายจำเป็น (ตอน 2-จบ)

เผยแพร่:   โดย: เรืองวิทยาคม

เมื่อเพื่อนในกลุ่มมีความเดือดร้อนและต่างคนต่างก็ไม่ได้เข้าเรียนหรือไม่รู้ไม่เข้าใจในวิชาที่กำลังใกล้จะสอบ ผมก็จำเป็นต้องเข้ารับหน้าที่เป็นติวเตอร์ ทำหน้าที่ติวเตอร์วิชาที่จะสอบนั้นๆ ให้แก่เพื่อนแต่ละกลุ่ม ในบางวันก็ทำหน้าที่ติวทั้งเช้าและบ่าย จนบางครั้งรู้สึกว่าตัวเรานี้เป็นครูผู้สอนกฎหมายไปเสียแล้วหรืออย่างไร

เนื่องจากผมมีความรู้มีความเข้าใจจากตัวบทกฎหมาย ดังนั้นในเวลาติวให้กับเพื่อนก็ติวไปตามตัวบทกฎหมาย โดยไม่มีคำอธิบายจากตำรับตำราอื่นประกอบ การติวแต่ละเรื่องก็จะติวเรียงบทมาตราไปจนครบวิชานั้นๆ อธิบายความหมายทางภาษาและความเชื่อมโยงทางกฎหมายอย่างง่ายๆ สั้นๆ

ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด เพราะกลุ่มเพื่อนที่มีเวลาน้อย เมื่อได้รับคำอธิบายเรียงตามตัวบทกฎหมายอย่างง่ายๆ สั้นๆ ก็ติดตามได้ทันและเข้าใจได้ง่าย ทั้งได้อ่านตัวบทกฎหมายไปพร้อมๆ กัน

สำหรับผมแล้ว การที่ต้องทำหน้าที่ติวเตอร์จำเป็นกลับมีผลดีแก่การเรียนกฎหมายอย่างคาดคิดไม่ถึง เพราะเมื่อรับหน้าที่ติวเตอร์จำเป็นแล้ว ก็จำเป็นอยู่เองที่ผมต้องอ่านตัวบทกฎหมายทบทวนแล้วทบทวนเล่า ทำความเข้าใจแล้วทำความเข้าใจเล่า และหาหนทางที่จะอธิบายให้กลุ่มเพื่อนได้เข้าใจอย่างง่ายๆ ด้วย

เพราะหากเข้าใจเสียอย่างหนึ่งแล้วก็ไม่ต้องจำ ทั้งๆ ที่ต้องอาศัยความจำเจือปนอยู่ด้วยนั่นเอง แต่จะไม่เป็นภาระว่าจะหลงจะลืม เพราะเมื่อเข้าใจดีแล้ว มั่นคงแล้ว ความเข้าใจนั้นก็จะจีรังยั่งยืน แม้วันคืนล่วงไปนานเท่าใด ความเข้าใจนั้นก็ยังไม่มลายหายสูญไป

ถึงวันนี้ วันเวลาผ่านมานานช้าเต็มที แต่ตัวบทกฎหมายที่เคยมีความเข้าใจมาแต่ก่อนก็ยังคงมีความเข้าใจมั่นอยู่มิได้รู้คลอนแคลนแต่อย่างใด เพียงแต่จำตัวบทกฎหมายไม่ได้เท่านั้นเอง

เพราะเหตุนี้กลุ่มเพื่อนทั้งกลุ่มนักร้องปากหมา และกลุ่มสโมสร จึงสามารถสอบผ่านได้ทั้งกลางเทอมและปลายเทอม และเป็นที่แน่นอนว่าตัวผมเองก็สามารถสอบผ่านและได้คะแนนค่อนข้างดีในแทบทุกวิชา

ยกเว้นวิชาหนี้ดังได้พรรณนามาก่อนนี้วิชาเดียวที่ผมสอบตกและต้องสอบซ่อม นอกจากนั้นแล้วผมสอบผ่านได้ทุกวิชาด้วยการสอบเพียงครั้งเดียว และได้รับผลคะแนนสอบที่ดีและน่าพอใจอย่างยิ่งด้วย

ดังนั้นตั้งแต่การสอบกลางเทอมแรกของการเรียนกฎหมาย ผมก็ได้กลายเป็นติวเตอร์จำเป็นสำหรับกลุ่มนักร้องปากหมาและกลุ่มสโมสรตลอดมา และเกิดการร่ำลือกันว่าผมติวหนังสือได้ดี เข้าใจได้ดี ที่สำคัญคือสามารถสอบผ่านในวิชานั้นๆ ได้

เพราะเหตุนี้ตั้งแต่การสอบปลายปีของการเรียนกฎหมายปีแรกเป็นต้นมา นอกจากผมจะต้องทำหน้าที่ติวกฎหมายให้กับบรรดาผองเพื่อนที่ใกล้ชิดสนิทสนมแล้ว บางครั้งเพื่อนนอกกลุ่มก็ยังมาขอให้ผมช่วยติวเป็นบางวิชาและเป็นครั้งเป็นคราว

ในการเรียนปีที่ 3 ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมก็กลายเป็นติวเตอร์ไปแล้ว คือนอกจากจะทำหน้าที่ติวกฎหมายให้กับเพื่อนในกลุ่มแล้ว เวลาเดินไปไหนที่เพื่อนนอกกลุ่มเขาติวกฎหมายกัน พอเห็นผมเดินเข้าไปใกล้ก็มักจะถูกกวักมือเรียกเข้าไปร่วมเสวนาด้วย

ผมไม่ได้คิดค่าจ้างค่าแรงใดๆ ในการติวกฎหมายเลย อย่างมากระหว่างการติว พรรคพวกก็ซื้อขนมหรือน้ำอัดลมมาเลี้ยงเท่านั้น แต่ผลหนึ่งที่ติดตามมาและมีคุณค่ามากก็คือทำให้มีเพื่อนมากขึ้น และทำให้ต้องอ่านตัวบทกฎหมายหนักขึ้น

นี่เรียกว่าเป็นหัวโขนหัวแรกที่ผมสวมใส่ให้กับตัวเองในการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ได้ เพราะเมื่อยึดถือที่จะต้องทำหน้าที่ติวกฎหมายให้กับเพื่อนๆ แล้ว ก็ต้องยิ่งค้นคว้าศึกษาเพิ่มเติมมากขึ้น จนกลายเป็นภารกิจไปโดยปริยาย แต่เป็นภารกิจที่อำนวยประโยชน์ยิ่งในชีวิตนักศึกษากฎหมายของผม

นานวันเข้าเพื่อนร่วมรุ่นในคณะล้วนรู้จักชื่อเสียงเรียงนามและความเป็นนักติวกฎหมายของผมมากขึ้น จนเป็นที่สนใจของกลุ่มนักเรียนดีที่มุ่งหน้าแต่การเรียนอย่างเดียว

หลายครั้งหลายหนกลุ่มนักศึกษาที่เรียนดีกลุ่มนี้พอเห็นผมเดินผ่านไปมาก็รักที่จะเรียกเข้าไปนั่งคุยและซักไซร้ไล่เลียงความรู้ทางกฎหมายในแต่ละวิชา ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนและทำให้เกิดความเข้าใจร่วมกันเพิ่มขึ้น

เพื่อนกลุ่มนี้มีตำรับตำราและคำอธิบายกฎหมายมากมาย แต่ผลการวินิจฉัยปัญหากฎหมายแต่ละครั้งกลับขาดความแม่นยำ หรือบางครั้งก็พร่ามัว ซึ่งแตกต่างกับผมที่ถ้าหากวินิจฉัยปัญหาใดแล้วก็มักจะฟันธง พร้อมทั้งอ้างอิงบทกฎหมายไปพร้อมกัน

ครั้นไปตรวจสอบก็มักจะปรากฏว่าคำวินิจฉัยของผมถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ หรือถึงแม้ไม่ตรงกับธงคำตอบที่เคยมีมาแต่ก่อน แต่เหตุผลที่ยกขึ้นแสดงนั้น เพื่อนกลุ่มนี้ก็ไม่มีทางที่จะหักล้างใดๆ ได้

หลายครั้งหลายหนที่โต้กันในปัญหากฎหมาย และเหตุผลในการใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าบนพื้นฐานของความเข้าใจนั้นย่อมแน่นหนาและกว้างขวางกว่าความรู้ที่ได้จากตำราอย่างเดียว ดังนั้นถึงแม้บางครั้งธงคำตอบของผมจะไม่ถูกต้องกับแนวทางคำพิพากษาของศาลฎีกา แต่เหตุผลที่ยกขึ้นประกอบคำตอบกลับหนักแน่น และสอดคล้องรองรับกับบทกฎหมายเป็นส่วนใหญ่

เมื่อผ่านการโต้แย้งกันในทางกฎหมายมากเข้าเท่าใด ผมก็ยิ่งมีความจัดเจนและมีความชำนาญในการใช้เหตุผลมากขึ้นเท่านั้น เมื่อประกอบเข้ากับวิชาตรรกวิทยาที่ร่ำเรียนมาในปีแรก ผมก็กลายเป็นนักโต้เถียงตัวยงของคณะที่เพื่อนกลุ่มนักศึกษาเรียนดีก็ไม่รู้ที่จะโต้ตอบกับผมประการใด

นี่คือการที่ถูกหล่อหลอมโดยอัตโนมัติ ให้สันทัดในวิชากฎหมาย เพราะการเป็นนักกฎหมายนั้นจะต้องไม่เป็นคนยอมจำนนต่อเหตุผลของคนอื่น จะต้องใคร่ครวญครุ่นคิดและค้นคว้าหาเหตุผลมาโต้แย้งหักล้างเหตุผลของคนอื่นให้จงได้ ที่สำคัญคือต้องหาเหตุผลหลัก เหตุผลรอง และเหตุผลประกอบให้แน่นหนาเข้าไว้เสมอ

การเป็นนักกฎหมายหากไม่รู้จักใช้เหตุใช้ผล หรือรู้จักหาเหตุหาผลก็จะต้องยอมจำนนแก่คนอื่น ซึ่งเป็นหายนะของความเป็นนักกฎหมาย เพราะความเป็นนักกฎหมายนั้นต่างกับนักบัญชีหรือวิชาชีพอย่างอื่น ที่เพียงแต่ทำงานในวิชาชีพให้ถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ตามมาตรฐานก็เป็นอันใช้ได้แล้ว ส่วนนักกฎหมายนั้นกลับเหมือนกับนักมวย เพราะชกดีแต่ข้างเดียวนั้นไม่พอ จะต้องชกให้ชนะคู่ต่อสู้ด้วยจึงจะใช้ได้

ผมถูกหล่อหลอมความชำนาญในการหาเหตุหาผลและในการใช้เหตุผลตลอดจนการถกเถียงโต้แย้งในทางกฎหมายโดยไม่รู้สึกตัวมาตั้งแต่ครั้งเป็นนักศึกษา กลายเป็นว่าผมมีพื้นฐานเรื่องนี้โดยที่ไม่รู้สึกตัวมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักศึกษาแล้ว

ความเป็นติวเตอร์จำเป็นนี้ ทำให้ผมมีความรู้ในแต่ละวิชาค่อนข้างจะแน่นหนา โดยเฉพาะวิชาพื้นฐานและวิชาหลักที่ผมมักจะสอบได้คะแนนดี ดังเช่นวิชาพยานหลักฐานและวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความ ซึ่งผมตั้งความสนใจมาแต่ต้นนั้น ผมสอบได้คะแนนค่อนข้างจะดีเยี่ยม

ในยุคนั้นใครสอบได้ในวิชาวิธีพิจารณาความ โดยเฉพาะวิชาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้วเขาถือกันว่าเป็นเยี่ยม และผมก็คือหนึ่งในผู้เป็นเยี่ยมในความหมายที่ว่านี้ เพราะสอบวิชาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งได้คะแนนกว่า 70 ซึ่งนับว่าหาได้ยากในขณะนั้น

แม้วิชากฎหมายล้มละลายซึ่งถือว่าเป็นวิชาปราบเซียน เพราะในบางปีสอบตกกันยกชั้นนั้น ผมก็ยังสอบได้คะแนนดีถึง 70 คะแนน จนท่านอาจารย์หลวงสารนัยประสาธน์ผู้สอนวิชากฎหมายล้มละลายยังจำชื่อผมได้

ท่านอาจารย์หลวงสารนัยประสาธน์นั้น ท่านไม่ชอบให้นักศึกษาไปหาที่บ้าน ดังนั้นใครไม่รู้ท่าไปหาท่านที่บ้านเพื่อขอคะแนนก็ดี หรือขอความกรุณาว่าสอบวิชากฎหมายล้มละลายมาหลายปีจนใกล้จะถูกรีไทน์แล้วก็ยังไม่ได้ ขอให้ช่วยคะแนนเป็นได้ ท่านอาจารย์หลวงสารนัยประสาธน์ก็ไม่มีวันที่จะให้คะแนนเพิ่มตามที่ขอ มิหนำซ้ำจะบอกตรงๆ ว่าสอบตกทั้งหมด หรือไม่ก็จะบอกว่าสอบตกมาหลายหนแล้ว จะตกอีกสักหนหนึ่งจะเป็นไรไป.

โปรดติดตามตอนที่ 61 “แชมป์หมากฮอสห้ามหาวิทยาลัย ตอน 1” ในวันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2550
กำลังโหลดความคิดเห็น...