xs
xsm
sm
md
lg

สนธิ “บัง”....“นายแน่มาก”

เผยแพร่:   โดย: อมร อมรรัตนานนท์

.
สัปดาห์นี้ เรายังอยู่ในวังวนของข่าวสาร การแต่งตั้ง ผบ.ทบ.กับข่าวสารการวิพากษ์วิจารณ์ ผลงานของ คมช.และรัฐบาล

มีความเห็นจากบุคคลสาธารณะค่อนข้างหลากหลาย

กล่าวโดยรวม ความเห็นส่วนใหญ่ของผู้คนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ คมช.และรัฐบาล ในวาระครบรอบ 1 ปี

ต่างมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมิได้นัดหมาย

นับได้ว่าเป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ

อาจเรียกได้ว่า เป็นนวัตรกรรมใหม่

เป็นผลงานชิ้นโบแดง

เป็นความสามารถในการบริหารของ คมช.และรัฐบาล

ที่ต้องปรบมือให้ และถ้าหากเป็นวัยรุ่นหน่อย ก็ต้องยกนิ้วหัวนิ้วโป้ พร้อมกล่าวว่า “นายแน่มาก”


ส่วนปลายนิ้วจะชูขึ้นหรือทิ่มลง ก็แล้วแต่อารมณ์ของแต่ละคน

ที่อุตส่าห์ยกย่องว่า แน่มาก เพราะบริหารบ้านเมืองกันอย่างไร

ทำให้คนที่ขัดแย้งกันทางหลักการ ฟาดฟันกันจะเป็นจะตาย

ต่างมีเห็นร่วมกัน ในประเด็นหลักการ เหมือนกันราวกับแพะราวกับแกะ

ทุกฝ่ายต่างเห็นว่า คมช.และรัฐบาลสอบตก และทำให้บ้านเมืองเสียหาย

นี่หรือคือสมานฉันท์ ที่พลเอกสนธิ ต้องการ


ความเห็นที่แสบสันต์มากของอาจารย์ ธีรยุทธ บุญมี ที่ให้ คมช. สอบผ่านแบบหวีดหวิว ผมไม่แน่ใจอาจารย์ใช้คำนี้หรือเปล่า แต่เอาเป็นว่า ความหมายท่านเปรียบเปรย ทำนองว่าจริงๆ แล้วสอบตก อย่างไม่น่าให้อภัย

แต่ต้องให้ผ่านก็คงไม่ใช่สงสารแบบสมเพชเวทนา หรือเห็นถึงความพยายามที่ไม่แน่ใจว่าจริงใจแค่ไหนกับการที่สร้างกติกาใหม่ให้กับสังคม

แต่อาจารย์พูดออกมาคำหนึ่งว่า ให้ผ่านครั้งนี้ มีเหตุผลประการเดียวคือ กลัวการขอสอบซ่อม

คงไม่ต้องขยายความ ว่าการสอบซ่อมคืออะไร

บ้านเมืองจะฉิบหายอีกขนาดไหน

แค่คิดยังไม่ทันหลับตา ก็เห็นหายนะอยู่เบื้องหน้า

ยิ่งมาได้ยินคำสัมภาษณ์ ในเช้าวันพุธ ในรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ของพลเอกสนธิ ทำให้ยิ่งเห็นภาพลักษณ์ และวิธีคิดใต้จิตสำนึกของนายทหารท่านนี้อย่างเข้าใจ

และที่ต้องเข้าใจ โดยเฉพาะพลเอกสนธิต้องเข้าใจ และตอบคำถาม คือ

ประการแรก การรัฐประหาร วันที่ 19 กันยายน 2549 ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ได้ส่งเทียบเชิญให้ท่านมาทำการรัฐประหาร

เรากำลังจะเผด็จศึกกับทุนนิยมที่สามานย์ ด้วยกำลังของประชาชนเอง เรานัดหมายกันแล้ว ในวันที่ 20 กันยายนท่านจำได้ไหม?

วันนั้น เรากำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ของประชาชน ว่าเราจะล้มรัฐบาลที่ชั่วช้าสามานย์ และเรากำลังจะสร้างรัฐบาลใหม่ภายใต้ซากความคิดที่สามานย์ ที่ประชาชน ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง

แต่ท่านต่างหาก กลับมาแย่งธง ถือเทียน แทนประชาชน

ประการที่สอง หลังรัฐประหาร เราให้โอกาศท่าน ถามหน่อยเถอะ ภารกิจในการทำลายล้างระบอบคิด รูปแบบ โครงสร้างที่สามานย์ ทำกันอย่างจริงจัง และรับฟังเสียงประชาชนแค่ไหน?

ประการที่สาม ท่านกับพวกไม่เก่งเกินมนุษย์ไปหรือ ที่บอกว่าทำการรัฐประหารครั้งนั้นสำเร็จ ด้วยคนแค่ 3 คน สุดยอดๆ จริง ยิ่งกว่าซูเปอร์แมน


พลเอกสนธิ หยุดก่อน หยุดคิด หยุดดื่มน้ำเย็น

การรัฐประหารครั้งนี้ ถ้าท่านไม่ได้รับความร่วมมือของทหารที่รักประชาชน รักประเทศชาติ ท่านทำไม่ได้หรอก?

ที่สำคัญ ท่านพึงระลึกไว้ว่า

ถ้าท่านไม่อ้างเห็นผล ที่เป็นสิ่งที่ประชาชน เคลื่อนไหวเรียกร้องอยู่แล้ว ต่อร้อยนายพล หมื่นรถถัง แสนอาวุธปืน

การรัฐประหารก็ไม่มีวันสำเร็จหรอก

เพราะประชาชนจะออกมาต่อต้าน ลองดูอีกทีซิ

วันนั้นจะเป็นวันที่ประชาชนปฏิวัติซ้อน

พอเถอะ เลิกเถอะ หยุดเถอะ

ท่านรากเหง้าทางคิดเป็นเช่นนี้

การที่จะไปเป็นรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในรัฐบาลชุดนี้ และชุดต่อไป ที่พลเอกบุญรอด รัฐมนตรีกลาโหม กำลังเปิดประเด็นใส่พานถวาย

ขอร้องเถอะครับ อย่าไปเป็นเลย


มีเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวอยากเล่า

สมัยเป็นเด็ก ได้มีโอกาสร่ำเรียน ในโรงเรียนที่พ่อผมเป็นครูประชาบาล ทำหน้าที่เป็นครูใหญ่ ในโรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่ง ในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ

ด้วยความเข้มงวด และอยากเห็นลูกศิษย์ทุกคนเมื่อจบการศึกษาที่นี่ ทุกคนต้องได้ดี มีความสามารถ และที่สำคัญ ต้องเป็นคนดีในชุมชน

ผมเองขณะนั้นบางครั้งรู้สึกน้อยใจตนเอง

ที่ต้องถูกตีเหมือนเด็กคนอื่นๆ

แต่เมื่อเห็นเพื่อนบางคนที่ดื้อรั้น เกเร และไม่เอาถ่าน ถูกพ่อ เข้มงวด พยายามลากเข็น ให้เปลี่ยนเป็นคนที่ต้องรู้จักรับผิดชอบตัวเอง

เพื่อนหลายคน พ่อต้องให้ซ้ำชั้น ปีแล้วปีเล่า

พ่อก็ไม่ละความพยามยามที่จะกล่อมเกลาให้เขาเหล่านั้นเป็นคนดี

นั่นคือ ความเป็นครูกับศิษย์ ที่ผูกพันกันด้วยสายใยแห่งความรัก ที่ครูส่วนใหญ่มักให้โอกาส และให้อภัยศิษย์ เสมอ

โดยเฉพาะศิษย์ที่ไม่เหลือขอ และพอที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้

ที่ยกเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง ก็หวังเปรียบเปรยว่า คำพูดของอาจารย์ธีรยุทธ ที่ไม่ยอมให้ลูกศิษย์สอบซ่อมซ้ำชั้นนั้นหมายถึงอะไร

อาจารย์ธีรยุทธหมดความรัก หมดความเอื้ออาทรต่อศิษย์แล้วหรือ?

หรือว่าเด็กคนนี้เปลี่ยนไม่ได้แล้ว “ลากไม่ไป เข็นไม่ขึ้น ดื้อตาใส”

คิดกันเอาเองก็แล้วกัน!!!

สำหรับผม ถ้าจับพลัดจับผลูเป็นอาจารย์ มีศิษย์แบบนี้ ก็คงเรียกเด็กคนนั้นมา แล้วบอกว่า

“นี่.... นายแน่มาก”

กำลังโหลดความคิดเห็น...