xs
xsm
sm
md
lg

สื่อหลงทาง เลือกข้างรับจ้างทรราช

เผยแพร่:   โดย: การุณ ใสงาม

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2550 ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญไปงานสัมมนาทางการสื่อสารมวลชน เรื่อง บทบาทสื่อมวลชนบนถนนประชาธิปไตยใหม่ (ชี้นำ เป็นกลางหรือเลือกข้าง) จัดโดยนักศึกษาปริญญาเอก คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิทยากรในวันนั้นประกอบด้วย รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุณเทพชัย หย่อง จากเครือเนชั่น ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล อดีต ส.ว. และผม การุณ ใสงาม ในฐานะผู้ดำเนินรายการตรงไปตรงมา ทางสถานีโทรทัศน์ ASTV NEWS 1

ประเด็นหลักที่พูดกันในวงสัมมนาวันนั้น เน้นหนักไปถึงเรื่องการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน และท่าทีจุดยืนของสื่อมวลชนว่าควรจะมีลักษณะอย่างไร

ผมโดนกล่าวหาบนเวทีว่า เป็นสื่อที่เลือกข้าง คือเลือกที่จะต่อต้านหรือแอนตี้ทักษิณ (ขอใช้ภาษาอังกฤษทับศัพท์หน่อยเพื่อให้ทันสมัยและเข้ากับการสัมมนาระดับปริญญาเอก) แถมยังบอกว่าเป็นสื่อเถื่อน ไม่ใช่สื่อสารมวลชนแต่เป็นสื่อของกลุ่มชนที่ทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองหรือเฉพาะกลุ่ม

ท่านที่พูดอย่างนี้ ท่านคงคิดเอาว่าพวกเราผู้จัดรายการทางสถานี ASTV มีความสุขมากกับการที่ลุกขึ้นมาไล่ต้อนทักษิณเป็นปี กินนอนอยู่สนามหลวงและสะพานมัฆวาฬหรืออาจคิดไปถึงขั้นที่ว่าพวกเราคงว่างงานไม่มีอะไรจะทำ จึงลุกขึ้นมาสร้างปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ปรากฏการณ์สนธิ จนเกิดกระบวนการกู้ชาติ

ปรากฏการณ์ที่ว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ว่าทำไมประชาชนพี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรือนหมื่นเรือนแสนออกมาต่อต้านขับไล่ระบอบทักษิณ

มิหนำซ้ำยังบอกว่าพวกเราสนับสนุนให้ทหารออกมาปฏิวัติรัฐประหารอีก ฟังแล้วมันน่าน้อยใจ นี่แสดงว่าเขาไม่เคยฟังรายการหรือความเห็นของพวกเราเลยว่าเรามีทัศนะอย่างไรเกี่ยวกับความเป็นประชาธิปไตย

ผมได้ถามท่านเหล่านั้นกลับไปว่า ปัจจุบันนี้มีสื่อช่องใดบ้างที่กล้าตำหนิรัฐบาลหรือตำหนิ คมช. ก็มีแต่ ASTV เท่านั้นที่กล้าวิจารณ์และนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริง

การทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดีควรเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงให้ประชาชนเป็นผู้ที่ตัดสินใจรับสื่อหรือเลือกที่จะเสพสื่อที่เขาต้องการโดยอาศัยวิจารณญาณของผู้ชมเป็นสำคัญ

คุณเทพชัย หย่อง พูดไว้น่าสนใจว่า การที่ประชาชนเลือกที่จะเสพสื่อไหนเป็นเพราะเขามีความเชื่อใจหรือมั่นใจในการนำเสนอของสื่อนั้นๆ พร้อมกับยกกรณีไอทีวีเป็นตัวอย่างว่าขณะนี้ต้องเผชิญกับความไม่เชื่อมั่นหรือสูญเสียความศรัทธาจากประชาชนไปหมดแล้ว

ผมเห็นด้วยกับการที่คุณเทพชัย บอกว่าเราเลือกสิ่งไหนเพราะเรามีความศรัทธาและความเชื่อใจต่อสิ่งนั้น ความเป็นกลางในทางการสื่อสารมวลชนไม่มี เป็นคำที่ประดิษฐ์ขึ้นมาภายหลัง หน้าที่หลักของสื่อมวลชนคือการนำเสนอข้อมูลให้ครบถ้วนและรอบด้าน

ผมเองได้นำเสนอบนเวทีว่าผมไม่เชื่อเรื่องความเป็นกลาง คนเราต้องมีการเลือกข้างทั้งนั้น ผมเลือกข้างความถูกต้อง ความจริง ผมถึงต้องมาอยู่กับเครือผู้จัดการ เพราะอะไรหรือครับ ผมได้ย้อนถามบนเวทีว่า ถ้าพวกท่านคิดว่าสื่อมวลชนทำหน้าที่ของตนเองได้ดีและครบถ้วนแล้ว ผมอยากถามสักนิดว่า คืนวันที่ 19 กันยายน 2549 ในสถานการณ์วิกฤตมีการเข้ายึดอำนาจการปกครองโดยคณะปฏิรูปฯ พวกท่านทำอะไรกันอยู่

สื่อทีวีแต่ละช่องกล้าที่จะรายงานเหตุการณ์ไหม วันนั้นมีแต่ ASTV NEWS 1 เพียงช่องเดียวที่เกาะติดสถานการณ์รายงานเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง

คืนนั้นมีคุณอัญชลี ไพรีรักษ์ คุณเติมศักดิ์ จารุปราณ และผมที่รายงานข่าวตลอดทั้งคืน คน 3 คนนี้ไม่ใช่คนที่เก่งเลิศเลอวิเศษกว่าใคร เพียงแต่เขามีในสิ่งที่คนอื่นไม่มีคือความกล้า กล้าที่จะบอกความจริงกับพี่น้องประชาชนที่รับชมรายการอยู่ทางบ้าน

ผมเพียงแต่จะบอกว่าพวกท่านกล่าวหาว่า ASTV เป็นสื่อที่เลือกข้าง ผมก็อยากจะบอกพวกท่านเหมือนกันว่าใน ASTV ก็ยังมีการเลือกข้างในส่วนที่เลือกข้างอีกเหมือนกัน ทุกแห่งในโลกนี้ก็มักจะเป็นอย่างนี้แหล่ะ

ผมยังหอบเอาเอกสารการสอบสวนคดี CTX ของคณะกรรมาธิการวิสามัญสอบสวนและศึกษาการทุจริตของวุฒิสภา ชุดที่ท่าน พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ เป็นประธาน ไปให้วิทยากรและผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ดูเป็นตัวอย่างว่า เรื่องนี้ท่านเคยเห็นกันบ้างไหม ผมเองโดนแบนจากฟรีทีวีก็เพราะเรื่อง CTX นี้ที่ผมได้ไปออกรายการถึงลูกถึงคน ทางช่อง 9 เป็นรายการของคุณสรยุทธ์

ผมไปชี้แจงว่ามันมีการทุจริตอย่างไร เอกสารหลักฐานเป็นอย่างไร และหลังจากวันนั้นผมและพรรคพวก ส.ว. ประมาณ 7-8 คนก็โดนแบล็กลิสต์ไม่ให้ออกรายการทีวีเพื่อแสดงความเห็นอะไรได้เลย นักข่าวสัมภาษณ์ก็ลงให้นิดเดียวพื้นที่เล็กกว่าข่าวอาชญากรรมเสียอีก น่าสังเวชใจ

พวกผมโดนอย่างนี้แล้ว ท่านจะตอบได้ไหมว่าสื่อมีความเป็นกลาง (ถ้าไม่เข้าใจ โปรดอ่านอีกครั้งหนึ่ง)

ที่ผ่านมา ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาติ การทุจริตคอร์รัปชัน พวกสื่อมวลชนจะปฏิเสธไหมว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีและไม่ได้เกิดขึ้น การเลือกตั้งที่ใกล้จะถึงไม่ได้มีการใช้เงินอย่างมโหฬาร พวกท่านไม่รู้จริงๆหรือแกล้งทำเป็นไม่รู้

ผมขอเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสื่อมวลชนอย่างเอาจริงเอาจังเสียที

การปฏิรูปสื่อมวลชน คือการปฏิรูปการเมือง เป็นการสร้างประชาธิปไตยและเป็นการสร้างเสริมอำนาจของการเมืองภาคประชาชนให้เข้มแข็งและยั่งยืน


ปัญหาเพื่อใครจึงเป็นปัญหาพื้นฐานที่เราต้องมาวิเคราะห์กันว่า เราจะนำเสนอข้อมูลข่าวสารนี้เพื่อใครบ้างเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพรรคพวก หรือเพื่อสังคม เพื่อส่วนรวม

ผมยืนยันว่า ผมจำเป็นต้องเลือกข้าง ASTV ต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นความไม่ถูกต้องของรัฐบาลทักษิณ รัฐบาลสุรยุทธ์ หรือรัฐบาลอื่นใดก็ตาม

จะเรียกว่าเลือกข้างใช่ไหม ผมเลือกข้างความถูกต้อง และถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนเพื่อส่วนรวม ผมจะเลือกข้างครับ

กำลังโหลดความคิดเห็น...