xs
xsm
sm
md
lg

วันเวลาที่ไม่สูญเปล่า จงจัดตั้งกันขึ้น!

เผยแพร่:   โดย: อมร อมรรัตนานนท์

.
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทีมงานรายการสภากาแฟ ได้นัดหมายผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชน ที่ต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากถ่านหิน ถึงสองเครือข่าย มาร่วมในรายการ

ความรู้สึกของผมดีใจมาก ที่รายการของเราได้มีโอกาสสะท้อนปัญหา และเผยแพร่ความเดือดร้อนของประชาชนเหล่านั้น ให้สังคมได้รับรู้

ในขณะที่เหตุผลอีกด้านหนึ่ง ที่ดีใจก็เพราะเบื่อเต็มที่กับการวิพากษ์วิจารณ์การเมือง ในยุคของฤาษีเลี้ยงเต่า


หลังจากผลของการลงประชามติ ที่หลายคนคงเห็นกับตาตนเองไปแล้ว

หลายคนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า

ไม่เป็นประโยชน์อันใดเลย ที่จะฝากความหวัง และเสียสละความคิด เสียสละเวลาประคับประคองเต่าที่หมดสภาพ รอเพียงวันเวลากลับไปสู่ปลักตมที่ตนเองกำเนิดขึ้น

11 เดือนแห่งการเปลี่ยนแปลง ผู้คนจำนวนมาก


ฝันร่วมกันว่า เราจะกลับมาสู่จุดสมดุล จุดของความเป็นไท ที่จะสามารถพึ่งตนเองได้ ในเวทีโลก

แต่ถึงวันนี้ ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า มันเป็นความเพ้อฝัน

หลายคนลืมไปว่า

โดยเนื้อแท้ คนที่มาอาสาเปลี่ยนแปลงประเทศ เป็นคนที่ในอดีตไม่มีผลงานที่ประจักษ์ ได้ว่าที่ยืนอยู่กับประชาชนคนส่วนใหญ่

อีกทั้งจำนวนมาก ก็ยอมสยบศิโรราบ มอบกราบรับใช้ต่อระบอบการเมืองที่ชั่วร้ายในอดีต

เพียงแต่ว่า วันนั้นในอดีต ผลประโยชน์ที่ขัดกัน ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ไม่อาจประนีประนอมได้

การช่วงชิง การโค่นล้ม และการรัฐประหารจึงเกิดขึ้นภายใต้ข้ออ้างถึงปัญหาของประเทศและประชาชน


มันละครลวงโลก แหกตาประชาชน

ที่สำคัญ

มันคือการจัดพื้นที่ การจัดฮั้วผลประโยชน์และอำนาจใหม่เท่านั้นเอง


11 เดือนจึงเป็น 11เดือน ของความมืดมนอนธการของสังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง
มีอะไรบ้างเป็นชิ้นเป็นอัน ที่มอบให้เป็นรางวัลกับประชาชน

สื่อมวลชนยังทำหน้าที่มอมเมาประชาชนต่อไป

ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ยังทำตัวเป็นศักดินา ไม่เห็นหัวเกษตรกร แต่ค้อมหัวเป็นวัวงานให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ ผลักดันเปลี่ยนวิถีการผลิต ให้เกษตรกรเป็นแค่ลูกไร่ ในฟาร์มขนาดใหญ่ อีกทั้งยังส่งเสริม ดัดแปลงพันธุกรรมของพืชเศรษกิจ ให้ตกอยู่ในอำนาจ และการผูกขาดของทุนขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย

กระทรวงพาณิชย์ยังหากิน หาผลประโยชน์ส่งเสียเจ้านายกับโครงการประกันราคา กับผลผลิตของสินค้าต่างๆ

กระทรวงศึกษาฯ ยังตั้งหน้าเดินตรงอย่างเต็มที่ ในการผลักดันเอาการศึกษาของเยาวชน ลูกหลานของคนไทย เป็นการค้า เป็นธุรกิจ สร้างความร่ำรวยให้แก่หมู่คณะ โดยไม่สนใจคุณภาพของความเป็นมนุษย์

ฯลฯ

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ในอีกร้อยปัญหา
ที่ต่างเดินตามระบอบทุนที่สามานย์
มันไม่ต่างกันเลย กับระบอบทักษิณ
มีสิ่งเดียวที่อาจพูดได้ว่าต่าง

คือ

คนที่ร่ำรวย คนที่ได้ประโยชน์ ในวันนี้

มันต่างกัน ที่นามสกุลเท่านั้นเอง

“ช่างมันเถอะ!”

“ละวางบ้าง อย่าแบกโลก ประเทศไม่ใช่ของเราคนเดียว?”


นี่คือสัจธรรม ที่ทำให้ยังยืนยิ้มได้

และนี่ก็คือเหตุผลเดียว ที่เพียรย้ำแล้วตอบอีก กับคำถามยอดฮิตของพี่น้องจำนวนมาก ที่แวะเวียนมาปรึกษาหารือ

“จะเอาอย่างไรดี ไล่มันดีไหม?”

“ช่างมันเถอะ!”

เอาเวลาที่มีคุณค่า มาสรุปบทเรียน

ศึกษาอดีต เข้าใจปัจจุบัน มุ่งหน้าสู่อนาคตใหม่

ที่เราต้องกำหนดชะตากรรมของประเทศ ด้วยตนเองดีกว่า

“ไล่คนนี้ไป คนเลวหน้าใหม่ ก็มาอีก”

ช่วงนี้ เราสะสมกำลังไม่ดีกว่าหรือ เอาเวลาที่มีอยู่ฝึกปรือ เตรียมวิทยายุทธ์ ในยามพร้อมสรรพ ค่อยประกาศศึกลั่นกลองรบ

และถึงเวลานั้น พึงระลึกเสมอว่า

“เราจะไม่ยอมให้ใครมาปล้นชัยชนะอีกแล้ว”


ถึงวันนี้ อีกไม่กี่เดือน
ใครจะผสมพันธุ์ ใครไม่ต้องสนใจ
ใครจะเป็นนอมินีใคร ไม่ต้องสนใจ
ใครจะตั้งพรรค ไม่ต้องสนใจ


เตรียมตัวรวมกำลังไว้

จัดตั้งกันขึ้น

จัดตั้งกันในหมู่ญาติมิตร เพื่อนที่ทำงาน พี่น้องร่วมรุ่น ฯลฯ


รวมกันเป็นหน่วย จับกันเป็นกลุ่มก้อน พบปะกันเป็นวาระประจำ พูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ ร้อยประสานกันข้ามกลุ่ม ผนึกกันเป็นเครือข่าย สานใยเป็นดั่งแมลงมุม

ช่วยกันคิด ช่วยกันหาทางออก

ระดมสรรพกำลังที่มีอยู่

กำหนดเป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรม

ถึงวันที่เสียงระฆังดังขึ้น วันที่ผู้อาสาทางการเมืองมาขอคะแนนจากพวกเรา

วันนั้นเราจะไม่ให้เขาพูด แต่เราจะพูดให้เขาฟัง และเมื่อฟังแล้วคุณต้องทำสัญญาประชาคมกับเรา

ถ้าพรรคไหน ใครคนใด ไม่ฟังเสียงประชาชน

พรรคนั้นออกไป!!!!!!!

ถึงวันที่คนเหล่านั้นตระบัดสัตย์

เราจะร่วมพิพากษา คนเหล่านั้นด้วยตนเอง

ขอจงภูมิใจ และเชื่อมั่นในพลังของตนเอง

ร้อยความคิด รวมกันทำ ร่วมกันสร้างสรรค์

สังคมใหม่ ที่ต้องการย่อมเป็นจริงได้

จงเชื่อมั่นในพลังของอิสรชน!!!!!!!!!!!!!!

กำลังโหลดความคิดเห็น...