xs
xsm
sm
md
lg

ตอนที่ 57 มุ่งหน้าแสวงหาเพื่อนใหม่ (ตอน 2-จบ)

เผยแพร่:   โดย: เรืองวิทยาคม

.
ในครั้งแรกที่ประฝีมือกัน บรรดากองเชียร์ก็พากันมามุงดูเป็นกลุ่มใหญ่ เพราะถือว่าเซียนเจ้าถิ่นเดิมมีฝีมือล้ำเลิศนัก และไม่มีใครคาดคิดว่ามิตรหน้าใหม่มีฝีไม้ลายมือประการใด คงเข้าใจเอาแต่ว่าอีกไม่กี่กระดานเซียนเจ้าเก่าก็จะจับทางหมากได้ และคงเอาชนะได้ต่อเนื่องตลอดไป

เซียนเจ้าถิ่นคงเห็นว่าผมเป็นเพื่อนใหม่ หะแรกก็อ่อนมือให้ หวังจะให้ชนะแต่น้อย แต่ที่ไหนได้กลับแพ้ ครั้นเริ่มกระดานใหม่เล่นเต็มแรงขึ้นก็ยังแพ้อยู่อีก เมื่อตั้งกระดานใหม่ด้วยใจฉงนก็ยังแพ้อยู่นั่นเอง สร้างความตกตะลึงพรึงเพริดให้กับนักหมากฮอสในย่านนั้น เพราะที่เคยเล่นกับผมมาก็ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ หรือบ้างชนะก็ไม่มากนัก แต่ไฉนพอมาเล่นกับเซียนตัวจริง เซียนเจ้าถิ่นนั้นกลับพ่ายแพ้แบบหมดรูป

นั่นเป็นความตั้งใจของผมเองที่ต้องการสร้างความประทับใจให้เพื่อนใหม่ในย่านนั้น เซียนเจ้าถิ่นแพ้ทุกกระดานก็ยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยความสนิทใจ ขอจับไม้จับมือเป็นสหาย ผมก็จับไม้จับมือตอบด้วยความยินดี

กลายเป็นว่าการเล่นหมากฮอสในวันนั้นผมได้ฐานะเป็นเซียนเจ้าถิ่นคนใหม่และได้มิตรสหายเป็นโขยง

นี่แหละที่โบราณว่า “รู้อะไรรู้ให้จริงสักสิ่งเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล” หรืออีกบทหนึ่งที่ว่า “รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม” นั่นเอง การเล่นหมากฮอสที่ดูเหมือนว่าไม่มีคุณค่าราคาอะไรก็ได้กลายเป็นเครื่องมือในการผูกมิตรที่มีความสนิทแน่นแฟ้นได้เหมือนกัน

หลังจากได้รับการยอมรับจากนักหมากฮอสในคราวนั้นแล้ว เมื่อผมแวะเวียนไปเล่นหมากฮอสคราใดก็ได้รับการต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี กลายเป็นเพื่อนที่สนิทชิดเชื้อกันได้ไม่ว่าวัยเด็ก วัยหนุ่ม หรือวัยแก่

เลิกจากเล่นหมากฮอสวันใด หากมีเวลาไม่ค่ำนักผมก็รักที่จะไปเล่นหมากรุกต่อที่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ฝีมือหมากรุกของผมในยามนั้นจัดว่าพอเดินได้เดินเป็น แต่ไม่ถึงกับเดินเก่งเดินกล้า จึงได้แต่ไปนั่งดูเป็นกองเชียร์ข้างวง และดูไปแล้วนักหมากรุกในย่านนั้นก็ค่อนข้างมีฝีมือดี

แต่ฝีมือดีเห็นจะไม่เท่ากับฝีปากที่ต่างคนต่างจัดจ้านเหลือประมาณนัก เล่น หมากรุกไปคุยโวโอ้อวดกันไป ข่มขวัญกันไปตามประสา ทำให้เกิดอารมณ์สนุกสนานเบิกบานใจเป็นที่ยิ่ง นักหมากรุกส่วนใหญ่ในย่านนั้นล้วนเป็นผู้มีอายุเกิน 40 กว่าไปถึง 70 ปีทั้งสิ้น ทำให้รู้สึกว่าการเล่นหมากรุกก็เป็นยาทางอารมณ์อย่างหนึ่งที่ทำให้คนมีความสุข สนุกเบิกบาน และมีสุขภาพแข็งแรง

เฉพาะคืนวันอาทิตย์นั้นเป็นรอยต่อที่จะมีตลาดนัดในเช้าวันจันทร์ ดังนั้นชาวตลาดจึงพลุกพล่านตั้งแต่เวลากลางคืน วงหมากรุกจึงมักที่จะเล่นกันทั้งคืน ต่อเนื่องไปถึงกลางวันอีกวันหนึ่ง ดังนั้นตั้งแต่วันอาทิตย์กลางวันตลอดไปถึงกลางคืนและตลอดวันจันทร์จึงเป็นช่วงเวลาที่วงหมากรุกวงนี้เล่นกันต่อเนื่อง ใครหิวก็สั่งข้าวแกงมากินบ้าง สั่งโอเลี้ยงมากินบ้าง

ว่ากันว่านักหมากรุกข้างกระดานนั้นมักตาใส เพราะเมื่อนั่งข้างกระดานถึงแม้ฝีมือไม่จัดจ้านเท่าใด แต่บางครั้งก็เห็นแต้มใสๆ ที่เป็นตาเด็ด ดังนั้นการเล่นหมากรุกจึงเป็นเรื่องที่สนุกทั้งคนเล่นและคนดู ทั้งเล่นทั้งดูกันได้ทั้งวันทั้งคืน หามรุ่งหามค่ำ จนบางคนเมียต้องให้ลูกมาตาม ถึงกระนั้นก็ไม่ยอมกลับบ้าน จนเมียต้องถือมีดอีโต้มาตามนั่นแหละจึงค่อยเดินกลับบ้านด้วยความสงบเสงี่ยมเจียมตัว

ไม่นานเท่าใดนักผมก็มีมิตรสหายในย่านนั้นเป็นจำนวนมาก ทั้งในวงหมากฮอสและในวงหมากรุก หนักเข้าก็ลามไปถึงบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเพราะไปๆ มาๆ ก็คุ้นเคยกันไปหมด จะกิน จะหยิบ จะฉวยอะไรก็ไม่ว่ากัน

ผมคบทั้งนักหมากฮอส นักหมากรุก พ่อค้า แม่ค้า เด็กขนผัก และคนขายถ่านอย่างสนิทแน่นแฟ้น และไปมาหาสู่เสวนากันแทบทุกวัน ทำให้คลายเหงาไปได้มาก

ในวันนัดของตลาดจะมีวงหมากฮอสอีกวงหนึ่งตั้งอยู่หน้าห้องแถวรอบนอกของตลาด เจ้าของห้องแถวนั้นทำร้านค้า ออกจะมีฐานะดีกว่าใครในย่านนั้น ร้านค้าร้านนี้มีลูกสาวอยู่ 2 คน คนโตสวยเหมือนนางเอกงิ้ว ผมเล่นหมากฮอสไปก็ชำเลืองดูไป หนักๆ เข้าก็ต้องตาแล้วพานมาต้องใจ

ถ้าหากจะนับสตรีที่ต้องใจนับแต่ย่างเท้าก้าวแรกมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว อาหมวยรูปสวยคนนี้ก็เป็นคนที่ 3 โดยคนแรกนั้นคือคุณชมพู่ที่เคยดูถูกดูแคลนว่าผมเป็นหมาวัด คนถัดมาก็เป็นอาหมวยอีก เป็นลูกเจ้าของร้านชำอยู่ที่ซอยวังหลัง อาหมวยเจ้าเรียบร้อย ร่าเริงนัก เป็นคนใจบุญศุลทาน ใส่บาตรพระทุกวัน วันไหนมีกับข้าวผมก็ต้องเอาปิ่นโตไปรับ แต่ก็เพียงแค่ดูกันไปดูกันมา ทักทายกันบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็พอจะรู้ว่าสาวเจ้าไม่ได้ดูแคลนว่าเป็นหมาวัดเหมือนที่เคยประสบมา

ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นเพียงแค่ต้องตา แต่หาต้องใจไม่ และความจริงในยามนั้นก็ไม่รู้จักความรักเสียด้วยซ้ำว่าเป็นอย่างไร แต่เพราะเหตุที่สาวเจ้าใส่บาตรพระเป็นประจำ จึงเป็นสตรีเดียวที่ค่อนข้างจะคุ้นเคยกว่าใคร

จากวัดระฆังมาแล้วก็มาเห็นอาหมวยเข้าอีกคนหนึ่ง คนนี้ออกจะต้องใจคิดใคร่จะจีบแต่ก็จีบไม่เป็น เวลาสาวเจ้าไปเรียนกวดวิชาในตอนค่ำก็พยายามติดตามไปชวนคุยด้วย แต่สาวเจ้าก็มิได้ไยดีแต่ประการใด ต่อมาจึงรู้ว่าสาวเจ้ามีคู่หมั้นมาตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบตามธรรมเนียมจีนโบราณจึงโล่งใจว่าเออ! ผ่านไปเสียทีก็ดีเหมือนกัน

และแล้วผมก็พบรักแรกในวัยเรียน สาวเจ้าคนใหม่นี้บ้านอยู่ห้องแถวฟากตรงข้ามกับปากซอยเข้าบ้านมนูญผลนั่นเอง มีเค้าหน้าคล้ายกับลูกครึ่งฝรั่ง หน้าตาเบิกบานแจ่มใส แววตาร่าเริงยิ่งนัก ห้องนอนของสาวเจ้าอยู่บนชั้นสองด้านติดถนน และผมพบเห็นเข้าโดยบังเอิญ

วันหนึ่งเมื่อผมกลับจากมหาวิทยาลัย เข้าบ้านแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าจะออกไปเล่นหมากฮอส เหลือบตาไปที่ชั้นสองของห้องแถว เห็นใบหน้าสาวเจ้าแฉล้มนักก็หยุดกึกเพ่งมองดูด้วยความสนใจ สาวเจ้าเยี่ยมหน้าอยู่ที่หน้าต่าง เห็นผมยืนดูด้วยความตั้งใจก็หลบหน้าเข้าไป ผมยังคงยืนจ้องอยู่ที่นั่นราวๆ สัก 10 นาที สาวเจ้าก็เยี่ยมหน้ามาดูอีกครั้งหนึ่ง ผมก็ทำทีโบกไม้โบกมือให้ สาวเจ้าก็หลบเข้าไปอีก ผมจึงเดินไปเล่นหมาก ฮอส

เกือบสามทุ่ม กำลังจะกลับเข้าบ้าน เหลือบมองไปที่ชั้นสองของห้องแถวก็เห็นสาวเจ้ายืนอยู่ที่หน้าต่าง ยังจำเสื้อผ้าได้ถึงวันนี้ว่าใส่ชุดสีฟ้า ผมก็โบกมือให้อีก สาวเจ้าก็หลบหน้าเข้าไป ผมกลับเข้าไปบ้านแล้วในใจก็อยากจะรู้ว่าสาวเจ้าจะรู้สึกประการใด เกือบสี่ทุ่มจึงออกมาอีกครั้งหนึ่ง ก็เห็นสาวเจ้ายืนอยู่ที่หน้าต่างอีก แต่พอโบกมือให้สาวเจ้าก็หลบเข้าไปอีก

อันก้านบัวบอกลึกตื้นชลธาร กิริยาอาการของสาวเจ้าแม้ไม่ได้พูดไม่ได้จา และหลบหน้าทุกครั้งที่ผมโบกมือให้ก็พอจะหยั่งได้ว่าสาวเจ้าอาจจะสนใจอยู่บ้าง หยั่งได้ฉะนี้แล้วในใจก็ตั้งความเพียรว่าจะลองพยายามพบตัวสาวเจ้าให้จงได้ เพราะเพียงแค่ใบหน้าที่เห็นผ่านทางหน้าต่างก็ช่างต้องใจนัก

วันต่อมาผมก็ไปยืนที่ปากซอยอีก ก็เห็นสาวเจ้าเหมือนอย่างเคย คราวนี้ผมโบกมือให้แล้วชี้ไปทางตลาดเพื่อเป็นการส่งภาษาว่าไปตลาดกันดีไหม? สาวเจ้าโบกมือเป็นเชิงปฏิเสธ ผมก็ไม่ว่ากระไร คงไปเล่นหมากฮอสเหมือนเดิม

วันถัดๆ มาผมก็ทำอย่างเดียวกันนี้ ก็ได้รับคำตอบในทางโบกมือปฏิเสธทุกครั้ง ถึงกระนั้นผมก็พอจะหยั่งรู้ว่าสาวเจ้ามีใจให้อยู่บ้างแล้ว ดังนั้นความพยายามจึงมากขึ้น คราวนี้จึงตั้งใจว่าจะต้องเอาชนะใจสาวเจ้าให้จงได้

จึงวางแผนลองหยั่งใจไปอีกขั้นหนึ่ง คือเมื่อผมกลับจากเล่นหมากฮอสเกือบสามทุ่ม คราวนี้ผมยืนปักหลักอยู่ที่ปากซอย จ้องขึ้นไปที่ชั้นสอง สาวเจ้าเห็นเข้าก็หลบ แต่ผมไม่ถอยคงยืนปักหลักอยู่นั่นเอง ไม่ถึง 20 นาที สาวเจ้าก็เยี่ยมหน้ามาอีก คราวนี้ผมเอามือชี้ไปที่หัวใจ สาวเจ้าก็หลบเข้าไปเหมือนอย่างเคย

ผมไม่ละความพยายาม คงยืนปักหลักอยู่นั่นเองเพื่อจะลองใจสาวว่ามีความห่วงหาอาลัยเกิดขึ้นบ้างหรือไม่

เหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่จนเกือบสองยาม คราวนี้เห็นทีจะสัมฤทธิผล เพราะเป็นเวลาดึกมาก สาวเจ้าเยี่ยมหน้ามาคราวนี้ก็โบกมือให้ผมและโบกมือไปทางด้านหน้า พอเป็นสัญญาณว่าให้ผมไปนอนได้แล้ว

ผมรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง และเป็นความสุขอย่างยิ่ง รู้ชัดขึ้นว่าสาวเจ้ามีความห่วงหาอาทร กลัวผมจะอดตาหลับขับตานอน จึงโบกมือขับให้กลับไปนอนได้แล้ว เมื่อคะเนหยั่งความในใจกระจ่างผมก็ส่งจูบให้ แล้วรีบเดินกลับเข้าบ้านโดยไม่หวังคำตอบใดๆ อีก ดึกคืนนั้นจึงเป็นค่ำคืนที่ผมนอนหลับฝันดีเป็นที่สุด.

โปรดติดตามตอนที่ 58 “สมเด็จโตรักษาโรคหัวใจ ตอน 1” ในวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2550
กำลังโหลดความคิดเห็น...