xs
xsm
sm
md
lg

คุมเข้มธุรกิจประกันภัย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

.
ใครเป็นลูกค้าของบริษัทสัมพันธ์ประกันภัย คงไม่ค่อยสบายใจแน่ โดยเฉพาะรายที่อยู่ระหว่างเรียกค่าชดใช้หรือค่าสินไหม

ส่วนรายที่รถยนต์ยังอยู่ระหว่างซ่อมสีหรือซ่อมเครื่อง แล้วยังเอารถออกมาใช้ไม่ได้ ก็มีปัญหา ใครจะเป็นคนชำระค่าซ่อม

เพราะบริษัทประกันวินาศภัยเจ้านี้มีปัญหาการเงิน “ขาดสภาพคล่อง” จนถูกกรมการประกันภัยสั่งห้ามขายประกันเป็นการชั่วคราว

แต่ที่แน่ๆ ลูกค้าผู้เอาประกันภัยเดือดร้อนแน่ เพราะเงินค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปซื้อการคุ้มครองทั้งปี คนที่เอารถเข้าซ่อมกลับถูกกรมการประกันภัย ขอให้สำรองจ่ายค่าซ่อมไปก่อน หรือเจรจาทำสัญญาผ่อนชำระค่าซ่อม แล้วกรมฯจะเป็นตัวกลางเรียกเงินคืนจากบริษัทให้ภายหลัง

รายการนี้กรมการประกันภัยคงโดนสวดยับแน่ เพราะลูกค้าอาจไม่อยากจ่าย หรือเจ้าของอู่ไม่ยอมให้ผ่อนชำระ แล้วเลยไม่ยอมให้เอารถออกไปใช้ หรือถ้าอยากใช้รถก็คงต้องยอมรับกรรม ด้วยการจ่ายเงินค่าซ่อมไปก่อน โดยไม่รู้จะได้คืนเมื่อใด

เหตุการณ์แบบนี้ไม่นึกว่าจะเกิดขึ้น ให้ต้องมีการเข้าควบคุมการบริหาร และรอดูแผนฟื้นฟูภายในวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งผมเชื่อว่าคงมีทุนใหม่เข้าร่วมลงทุนด้วย

แต่กรณีเช่นนี้ถือเป็นความบอบช้ำที่เกิดแก่วงการประกันภัย ทำลายความน่าเชื่อถือ และบั่นทอนแผนส่งเสริมการประกันภัยในประเทศเรา

เพราะเกิดขึ้นกับบริษัทที่มีการโฆษณาสร้างภาพลักษณ์และส่งเสริมการขาย จนคนจำได้ว่า สัมพันธ์ประกันภัย “มีรถให้ใช้ระหว่างซ่อม” จนคนรู้สึกว่าเป็นบริการที่ดี และได้ผลความสำเร็จทางการตลาด กลายเป็นบริษัทอันดับ 4 ของวงการที่มีลูกค้ากว่า 9 แสนกรมธรรม์ ยิ่งลูกค้าแยะ ปัญหาก็ยิ่งยุ่ง

เลยพลอยกระเทือนความเชื่อมั่นไปถึงบริษัทอื่นที่มีวี่แววสุขภาพทางการเงินไม่ค่อยดี


ขณะเดียวกันกรมการประกันภัยก็ต้องพลอยเครียดไปด้วย โดยถูกมองว่าระบบการตรวจสอบไม่ดีพอ กฎกติกาไม่เข้มพอ หรือเป็นเพราะได้คนที่ขาดจริยธรรมในการวิชาชีพมาเป็นผู้บริหาร

ในส่วนของผู้บริหารธุรกิจ กรณีสัมพันธ์ประกันภัย คงไม่มีใครเห็นใจ และยังจะสงสัยความถูกต้องโปร่งใสด้วยซ้ำ

นี่นับเป็นตัวอย่างของการบริหารที่มีปัญหาด้าน “ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ” หรือ Corporate Social Responsibility หรือ CSR ในส่วนที่เป็นกระบวนการทำธุรกิจ (Business Practice) ว่ามีประสิทธิภาพและคุณธรรมดีเพียงไร

ถ้าผู้บริหารคำนึงถึงหลัก CSR มีความรับผิดชอบต่อสังคมที่เกิดจากกระบวนการทำธุรกิจ ก็ต้องไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้เกี่ยวข้อง หรือมีส่วนได้เสียกับธุรกิจ นับตั้งแต่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม

CSR ในส่วนที่อยู่ในกระบวนการธุรกิจนี้มีความสำคัญที่เป็นหลักก่อนที่จะไปทำกิจกรรมช่วยสังคมในลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการส่งเสริมการศึกษา ช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก หรือช่วยอนุลักษณ์ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมก็ตาม ในทำนอง “ทำบุญ” แล้วแจกข่าวประชาสัมพันธ์

ก็พอดีเป็นจังหวะเหมาะที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เห็นชอบตามที่กรมการประกันภัยเสนอ โดยเตรียมประกาศเพิ่มฐานความผิดในกฎหมายฟอกเงิน

เป็นฐานความผิดกรณีทุจริตของธุรกิจการประกันวินาศภัยและการประกันชีวิต

“หากพบว่ามีบริษัทประกันรายใดมีพฤติกรรมฉ้อโกงประชาชน หรือเอาเงินเบี้ยประกันไปใช้ทางทุจริต หรือไม่มีการจัดส่งเข้าบัญชีจริง จะมีฐานความผิด และจะถูกอายัดทรัพย์ด้วย” คุณจันทรา บูรณฤกษ์ อธิบดีกรมการประกันภัย ย้ำให้รู้ทั่วกัน

ยังจะมีมาตรการตามมา ซึ่งจะเริ่มใช้วันที่ 1 กันยายนศกนี้ คือ บริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัย จะถูกห้ามขายกรมธรรม์ชั่วคราว ถ้ามีสัญญาณปัญหา เช่น

•สภาพอ่อนแอมีเงินกองทุนต่ำกว่า 30 ล้านบาท

•ขาดส่งรายงานฐานะการเงินประจำเดือน ติดต่อกัน 3 เดือน

•ประวิงการจ่ายค่าสินไหม หรือประวิงการจ่ายคืนเงินเบี้ยประกัน

ที่ผมเขียนถึงเรื่องนี้ก็เพราะ การประกันภัยเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ ถ้าเป็นการประกันของกิจการธุรกิจ ก็เป็นการบริหารความเสี่ยงโดยการซื้อกรมธรรม์ ที่สามารถได้เงินชดใช้บรรเทาความเสียหาย หากเกิดภัย

ถ้าเป็นการประกันชีวิต ก็เป็นการบริหารเงินออม ที่ได้รับการคุ้มครองบรรเทาความเสียหาย และกรมธรรม์หลายแบบ ยังได้ผลตอบแทนคล้ายดอกเบี้ยอีกด้วย

แต่ถ้าระบบการควบคุมไม่ดีพอ หรือผู้บริหารขาดความรับผิดชอบต่อสังคม คือ ประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงไม่ดีพอ หรือมีการนำเงินเบี้ยประกันไปใช้ผิดช่องทาง จนกิจการไม่มั่นคง หรือเมื่อเกิดกรณีต้องจ่ายค่าสินไหมให้ผู้เอาประกันก็กลับมีปัญหาเสียเอง

การออกกฎเข้มในการควบคุมตอนนี้จึงเป็นจังหวะที่สังคมเห็นความจำเป็น
กำลังโหลดความคิดเห็น...