xs
xsm
sm
md
lg

เอกสารชิ้นสุดท้ายกับลมหายใจที่ไม่มีวันสิ้นสุดของสหายเชิด (สุวิทย์ วัดหนู) นักรบประชาชนผู้ไม่ยอมจำนน (ตอนจบ)

เผยแพร่:   โดย: อมร อมรรัตนานนท์

.
เวลาสองทุ่มกว่า ของวันที่ 18 มีนาคม 2550 ร่างซึ่งสิ้นลมหายใจ ของเพื่อนรัก!

สหายเชิด ได้พักผ่อนในที่ที่ควร เพื่อรอการฌาปนกิจศพ ตามพิธีกรรมทางศาสนา ในวันที่ 9 มิถุนายน 2550

นับจากนี้ไปอีก 90 วัน

ร่างของสหายเชิด อาจอยู่เพียงลำพังดูประหนึ่งโดดเดี่ยว

แต่อุดมการณ์ และแรงศรัทธาที่กล้าแกร่งของสหายเชิดนั้นคือโซ่ทองที่ห่วงร้อย ผูกตรึง จิตวิญญาณของพวกเรา ให้สนิทแน่นเป็นหนึ่งเดียว อยู่เคียงข้างอุดมการณ์ของสหายอยู่เสมอ แม้ร่างจะถูกเผาผลาญด้วยเปลวเพลิง เป็นผงธุลี

“อยู่อย่างยิ่งใหญ่ ตายอย่างมีเกียรติ”


วันที่สหายเชิดยังมีลมหายใจอยู่ สหายอยู่อย่างยิ่งใหญ่

ความยิ่งใหญ่ของสหายเชิด ต่างกับความยิ่งใหญ่ของผู้มากบารมี ที่ประพฤติตนคับฟ้า คับแผ่นดิน

ความยิ่งใหญ่ของสหายเชิด ต่างกับความยิ่งใหญ่ของนักการเมืองชั่ว ที่เอ่ยอ้างเป็นตัวแทนของประชาชน

ความยิ่งใหญ่ของสหายเชิด ต่างกับความยิ่งใหญ่ของขุนศึก ขุนทหารในยามที่สวมใส่หัวโขน กระทำตนเป็นเจ้าคนนายคน

ความยิ่งใหญ่ของสหายเชิด ต่างกับความยิ่งใหญ่ของเจ้าพ่อ นักเลงอันธพาล ที่ข่มเหงรังแกประชาชน

ความยิ่งใหญ่ของสหายเชิด ต่างกับความยิ่งใหญ่ของอลัชชีที่เกาะกินแสวงหาประโยชน์จากแก่นแท้ของศาสนา

และที่สำคัญ

ความยิ่งใหญ่ของสหายเชิด ต่างกับความยิ่งใหญ่ของนักสู้จอมปลอม ที่แอบอ้างสวมใส่เสื้อคลุมประชาธิปไตย หากินหลอกลวงและทำลายขบวนการของประชาชน


แต่สหายเชิด ยิ่งใหญ่จากแรงศรัทธา
จากการที่เป็นผู้เสียสละ
จากการที่เป็นผู้ที่อ่อนน้อม ถ่อมตน
จากการที่ยามทุกข์ สหายเชิดจะอยู่ข้างหน้า ยามสุข สหายเชิดมักอยู่หลัง
วีรภาพ พรรคภาพ เช่นนี้ของสหาย
สหายจึงเป็นที่รักของประชาชน


วันนี้จึงไม่แปลก ที่เราเห็นความรักห่วงที่มีต่อสหายเชิดเกิดเป็นปรากฏการณ์ สุวิทย์ วัดหนู

เงินบริจาคที่หลั่งไหลอย่างต่อเนื่อง เป็นบทพิสูจน์ของความเข้มแข็งของขบวนการภาคประชาชน

ผลสะเทือนที่ยิ่งใหญ่ต่อการจากไปของสหายเชิด เราจึงเห็นหรีดไว้อาลัยจากบุคคลที่เราไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นหรีดของนายกรัฐมนตรี หรือหรีดขององคมนตรี

หากสหายเชิด ไม่ใช่บุคคลสาธารณะ ที่เป็นแบบอย่างของนักสู้

ปรากฏการณ์เหล่านี้ย่อมไม่เกิดขึ้น!!!


ในวาระเหลืออีก 90 กว่าวัน ของเราจากศึกษา อุดมการณ์ และจุดยืนของสหายเชิดต่อ

หวังว่า ในวันฌาปนกิจศพ สหายทั้งหลายคงได้นำจิตวิญญาณ อุดมคติของสหายมาร้อยเรียง และช่วยกันสานต่อลมหายใจ ให้สืบเนื่องต่อไป

ความตายของสหายเชิดหนักยิ่งกว่าภูผา!!!!!

ส่วนความตายของหมู่มารนั้นเบายิ่งกว่าขนนก!!!!!


เอกสารแนะนำพรรคการเมืองของประชาชน (ตอนจบ)

อุดมการณ์ของพรรค


พรรคจะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือ การสร้างสังคมแห่งเสรีภาพเสนอภาคและภราดรภาพ

ลักษณะของพรรค

1. พรรคประชาชาติ กล่าวคือพรรคจะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองโดยยึดมั่นบนผลประโยชน์ของคนยากจนที่ประกอบด้วย กรรมกร ชาวนาชาวไร่ และคนจนเมืองซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคม
ขณะเดียวกันพรรคก็พร้อมที่จะประสานความร่วมมือกับปัญญาชน นิสิต นักศึกษา นักวิชาการ สื่อมวลชน นักธุรกิจและประชาชนทั่วไป พรรคคัดค้านและจะไม่ร่วมมือกับทุนข้ามชาติที่เอารัดเอาเปรียบมนุษยชาติของสังคมโลก

2. พรรคมวลชน กล่าวคือพรรคจะมุ่งเน้นจัดความสัมพันธ์ในแนวราบเป็นด้านหลัก สนับสนุนการมีส่วนร่วมของสมาชิกและผู้สนับสนุนอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการจัดความสัมพันธ์ในแนวดิ่งเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพในการดำเนินกิจกรรม

3. พรรคเคลื่อนไหว กล่าวคือพรรคจะมุ่งเน้นการเชื่อมประสานเพื่อค้นคว้า และรณรงค์เสนอทางออกต่อสังคมเป็นด้านหลักส่วนการส่งสมาชิกของพรรคเพื่อลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นด้านรองที่ต้องผ่านฉันทามติจากสมาชิกของพรรค และเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่งของการเคลื่อนไหว

4. พรรคจริยธรรม กล่าวคือพรรคจะยึดมั่นจริยธรรมอย่างเคร่งครัดในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรค

นโยบายของพรรค
1.นโยบายทางการเมือง


1. ส่งเสริมการปฏิรูปทางการเมืองไปสู่เป้าหมายของการเพิ่มอำนาจให้ประชาชน ทั้งในด้านการมีส่วนร่วมการกำหนดแนวนโยบาย และแผนการพัฒนาตั้งแต่ระดับท้องถิ่นภูมิภาคและประเทศ ควบคุมและตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลและองค์กรปกครองทุกระดับชั้น

2. ส่งเสริม ปกป้องและคุ้มครองการรวมกลุ่ม การจัดตั้งองค์กรของภาคประชาชนให้เข้มแข็ง เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารทั้งระดับท้องถิ่น ภูมิภาคและประเทศ

3. ปฏิรูปการกระจายอำนาจไปสู่องค์กรประกอบส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการบริหารงาน การจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น การจัดทำงบประมาณและระบบจัดเก็บภาษี

4. ส่งเสริมการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีศักยภาพเพื่อกำหนดทิศทาง และแผนการพัฒนาท้องถิ่นร่วมกับกลุ่มและองค์กรภาคประชาชนอย่างมีอิสระ

2. นโยบายทางเศรษฐกิจ

1. คัดค้านและต่อต้านระบบทุนนิยมข้ามชาติที่เข้ามาผูกขาดและครอบงำธุรกิจของประเทศ ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่เป็นธรรม

2. ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจพึ่งตนเอง ปฏิรูประบบสหกรณ์เพื่อให้เป็นกลไกหลักของการสร้างระบบเศรษฐกิจพึ่งตนเอง

3. ยกเลิกอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีลักษณะรับจ้างผลิตและก่อให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและชุมชน ส่งเสริมการกระจายอุตสาหกรรมขนาดกลาง และขนาดเล็กที่เป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากผลผลิตภายในประเทศลงสู่ท้องถิ่น ภายใต้การควบคุมของชุมชน

4. ปฏิรูปโครงสร้างระบบภาษีให้เป็นธรรม ลดอัตราภาษีทางอ้อม ปรับปรุงการจัดเก็บภาษีทางตรงในอัตราก้าวหน้า เช่น ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก

5. ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจอย่างจำแนก คุ้มครองรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวพันกับระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

6. คุ้มครองระบบค่าจ้างและการจ้างงานให้เป็นธรรม กำหนดอัตราค่าจ้างให้สอดคล้องกับสภาพแรงงานและเท่ากันทั่วประเทศ ปรับปรุงระบบสวัสดิการเพื่อคุ้มครองลูกจ้างอย่างเป็นธรรม

7. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาพลังงานทางเลือกที่สอดคล้องกับวิถีการพึ่งตนเอง และไม่ทำลายสภาพแวดล้อม โดยมุ่งเน้นสร้างแหล่งพลังงานจากทรัพยากรภายในประเทศ

8. ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมธรรมชาติ ลดการทำเกษตรเคมีเพื่อนำไปสู่การยกเลิกในอนาคต

9. ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจพึ่งตนเองกรณีเฉพาะหน้าคือการปรับปรุงรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ การขยายแม่น้ำและการจัดทำแหล่งน้ำขนาดเล็กทั่วประเทศ

นโยบายทางสังคม

1. ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการพิทักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่นอย่างจริงจัง ยกเลิกโครงการพัฒนาของรัฐที่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนในชุมชน

2. ปลดเปลื้องหนี้สินที่ไม่เป็นธรรม ทั้งหนี้สินในและนอกระบบ

3. ปฏิรูประบบการศึกษา โดยส่งเสริมการจัดการศึกษาทางเลือกให้หลากหลาย และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาสังคม เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนของสังคมจัดการศึกษาโดยรัฐทำหน้าที่ส่งเสริมและอำนวยการ

4. ส่งเสริมและพัฒนาระบบสาธารณสุขให้เป็นหลักประกันต่อสุขภาพของประชาชนคัดค้านการนำระบบสาธารณสุขเข้าสู่ระบบกลไกการตลาด

5. คุ้มครองสิทธิของประชาชนทุกเชื้อชาติและชนชาติให้ได้รับการดูแลจากรัฐอย่างเท่าเทียมกัน คัดค้านการดูถูกเหยียดหยามทางเชื้อชาติ ชนชาติ ศาสนาและวัฒนธรรมทุกรูปแบบ

6. ส่งเสริมสิทธิสตรีให้มีส่วนร่วมทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมคัดค้านการดูถูกเหยียดหยามและกดขี่สตรีในทุกรูปแบบ

7. คุ้มครองสิทธิของเด็กให้ได้รับการปกป้อง เลี้ยงดูและได้รับโอกาสในการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน โดยจะมุ่งเน้นสนับสนุนครอบครัว ชุมชน องค์กรและสถาบันต่างๆ ในสังคมเป็นกลไกในการปกป้องและคุ้มครองสิทธิเด็ก

8. ส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนให้เข้ามามีส่วนร่วมทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

9. ส่งเสริมการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมเพื่อคุ้มครองคนชรา คนพิการ คนป่วยและคนยากไร้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีชีวิตอยู่อย่างมีเกียรติศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับคนทั่วไป

10. คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนในการเสนอข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณชนบนพื้นฐานของจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ส่งเสริมการสร้างสื่อทางเลือกของชุมชนเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างหลากหลายและเท่าเทียม
กำลังโหลดความคิดเห็น...