xs
xsm
sm
md
lg

เราจะเป็นทาสสิงคโปร์กันต่อไป

เผยแพร่:   โดย: ยอดรัก ตะวันรอน

คนไทยเราส่วนมาก การมีชีวิตอยู่ในวันๆ ที่ผ่านไป เราจะสนใจและยุ่งยากอยู่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่เรื่องใหญ่ๆ นั้น เราจะไม่ค่อยพูดถึงกัน

สำหรับผมเอง บางวันยังไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย แต่ผมก็รู้สึกว่าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและกระเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก ผมรู้สึกและมองเห็นแต่ความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นในบ้านเมืองและผู้คนในอนาคต เพราะว่าเมืองไทยนั้นยังเต็มไปด้วยความชั่วช้าร้อยเรื่องพันเรื่อง เช่น พระที่ใช้กุฏิเป็นที่หลับนอนบำเพ็ญเพียรภาวนากับสีกา ในวงราชการทั่วไปก็เต็มไปด้วยพ่อค้านายทุนพากันซื้อข้าราชการและชนชั้นปกครองโค่นไม้ทำลายป่ากันยับเยินไปทั่วประเทศ ติดสินบนสร้างโรงงานปล่อยสารพิษฆ่าชาวบ้าน ในระดับรัฐบาลและนักการเมืองทั่วประเทศ ก้มหน้าก้มตาคอร์รัปชันขายประเทศชาติบ้านเมืองนับเป็นแสนๆ หมื่นๆ ล้าน ทุกเรื่องล้วนแล้วแต่ระยำต่ำช้าทั้งสิ้น และเป็นการทำลายประเทศชาติประชาชนที่เสรีที่สุด

ที่สำคัญก็คือความชั่วร้ายทั้งหลายเหล่านี้จะไม่มีทางแก้อะไรได้ก็คือความไม่มีคุณธรรมและศีลธรรมของคนในชาติทั่วทุกหย่อมหญ้า ปัญหาทุกเรื่องที่เราแก้กันนั้น เราทำกันแบบชุ่ยๆ กันไปทุกเรื่อง หรือเราแก้เราทำเพื่อเงินและความสำเร็จในชีวิตเท่านั้น

แผ่นดินที่สร้างขึ้นด้วยคนและสัตว์ที่ไม่มีคุณธรรมมันไม่มีวันเอาดีได้

ในขณะที่ผมเขียนหนังสืออยู่นี้ มีคนยากจนซึ่งเป็นชาวไร่ชาวนากำลังพากันเดินทางมาจากภาคอีสาน ภาคเหนือ และทุกภาคในเมืองไทยด้วยเท้าเป็นเวลาหลายวันมาแล้วเพื่อมารวมตัวกันขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีให้ช่วยเหลือออกคำสั่งขอร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือจากธนาคาร และแหล่งเงินของรัฐบาลให้ช่วยชะลอการเอาที่ดินที่ไปจำนำจำนองขอกู้เงินไปทำมาหากินที่ขาดทุนอย่างไม่เป็นท่า จนกว่าจะมีทางหาเงินมาคืนได้

เป็นทางเดียวเท่านั้นที่คนเป็นชาวไร่ชาวนาหรือเป็นเกษตรกรทั่วประเทศจะทำได้

แม้แต่ชาวไร่ชาวนาของไทยจะมีสภาพเช่นนี้เป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว และถามชาวไร่ชาวนาทุกภาคที่มีโอกาสได้ไปพบได้พูดคุยจะมีคำตอบทำนองนี้

ไม่เคยมีใครรับผิดชอบ

ไม่เคยมีใครช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น


“คนเรามันขึ้นอยู่กับบุญวาสนา ถ้ามันเกิดมาเป็นคนยากคนจน เป็นชาวไร่ชาวนาแล้วปล่อยให้มันเป็นกันโดยไม่มีอะไรช่วยกันมั่งเลยนั้น มันจะเอาวาสนาที่ไหนมาช่วย ถ้าคนด้วยกันมันไม่ช่วย” นั่นเป็นคำอธิบายจากชาวบ้านเหล่านั้น “วาสนาสำหรับคนอย่างพวกเรา ถ้ามันจะมีก็อยู่ก็เพราะไปปล้นเขามาเท่านั้น”

ผมไม่มีเรื่องอะไรกับใคร แต่ทุกครั้งที่นึกถึงชีวิตและมองดูโลกกว้างๆ มันทำให้ผมเสียวอยู่ร่ำไปว่าคนไทยทั่วไปที่พากันเดินตีนเปล่าเพื่อมาขอความช่วยเหลือเป็นพันๆ คนกว่าจะถึงกรุงเทพฯ นั้น มันจะต้องไปอยู่ในนรกขุมไหนกันต่อไป

ให้ตายเถอะ, ผมกล้ายืนยันหรือหวังว่าจะยืนยันอย่างไม่มีทางผิด ผมไม่เชื่อว่าจะมีใครช่วยอะไรได้ แม้แต่รัฐบาลและนักการเมืองส่วนมากของเรา ซึ่งส่วนมากจะเป็นนักการเมืองที่สกปรก สิ่งที่คนเหล่านี้จะทำได้อย่างเดียวในประเทศชาติ นั่นคือการปล้นสะดมและการคอร์รัปชันหลอกลวงประชาชน

มันทำกันได้ทั้งนั้น ในระยะเวลาเกือบ 100 ปีที่เราทุกคนได้พิสูจน์กันมาแล้วตั้งแต่หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นต้นมา

และหลายต่อหลายครั้งที่คนไทยทุกคนมีหน้าที่รับรองรัฐบาล และนักการเมืองขึ้นมาปกครองบ้านเมืองและจัดการปัญหาต่างๆ ในบ้านเมือง แต่ไม่ได้ผลอะไร เพราะนักการเมืองของเรามีแต่ประเภทที่เข้ามาทำหน้าที่คอร์รัปชัน ไม่ทำอะไรให้หวังได้ว่ามันจะดีขึ้น นอกจากปล้นบ้านปล้นเมืองและขายชาติกันต่อไป

และอีกมากมายหลายเรื่องที่เราจะมองเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ และในขณะที่เรื่องใหญ่เราจะมองให้เป็นเรื่องเล็ก

ไม่มีใครมอง ไม่มีใครดูแล ทุกคนจะทำอย่างเดียวคือให้ตัวเองรอดเท่านั้น ถือว่าเป็นวีรกรรม

เมืองไทยมีประชากรจำนวน 64 ล้านคน แต่ปรากฏว่ามีคนที่ยากจนไม่มีจะกินอยู่แล้วมากกว่า 26 ล้านคน คนเหล่านี้จะอยู่กับความจนพร้อมด้วยลูกหลานที่เกิดขึ้นมาเป็นล้านคน ไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีเงิน ไม่มีการศึกษาที่เพียงพอจะเอาไปทำมาหากินได้ รัฐบาลต้องทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต้องปล่อยให้ท้องสนามหลวง สวนลุมพินีเป็นซ่องโสเภณีสาธารณะให้ได้ทำมาหากิน รวมทั้งบริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นแหล่งติดต่อซื้อขายความใคร่เพื่อแลกเปลี่ยนเงินตรา เพื่อหาเงินไปซื้อนมเลี้ยงลูกกันก็ถือว่าเป็นขนบธรรมเนียมสำหรับคนไทยที่ไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ ในบ้านเมือง

การเมืองไทยและการปกครองประเทศชาติของเราจะเริ่มต้นกันแค่นั้น และจะทำเพียงแค่นั้น

เพราะฉะนั้น การจะแก้ไขปัญหาของประเทศชาติที่ล้าหลังทุกเรื่องที่ว่ามาแล้วจะต้องแก้ปัญหาที่ว่านี้ก่อนอื่น มาถึงทุกวันนี้ ผมขอยืนยันว่าคนไทยทุกคนมีปัญหาอะไรก็ตาม จะพึ่งใครไม่ได้ นอกจากพึ่งตัวเอง จะอดอยากปากแห้ง จะวิบัติฉิบหายประการใดทุกคนต้องพยายามสู้!!

สู้ได้หรือไม่ได้ก็ต้องสู้ แต่บางคนก็ถูกยั่วยุมอมเมาให้สู้ แต่บางคนก็ไม่ยอมสู้เพราะโง่

คนไทยบางส่วน โง่ขนาดที่เรียกว่าบัดซบเอาทีเดียว

มีบางเรื่องในบ้านเมืองที่ไม่เป็นเรื่องหรือเป็นเรื่องเล็กๆ ขี้ปะติ๋ว แต่เป็นเพราะคนไทยเราบางพวกยังพยายามโง่เสียจนแยกแยะไม่ออกว่าอะไรผิดอะไรถูก

จากเรื่องเล็กๆ ขี้ปะติ๋วกลายเป็นเรื่องเอะอะเอิกเกริกไปทั้งแผ่นดิน

ตัวอย่างก็คือการที่รัฐบาลสั่งปิดสถานีวิทยุโทรทัศน์ไอทีวี เมื่อไม่กี่วันมานี้

หนังสือพิมพ์ทุกฉบับต่างลงข่าวพาดหัวกันเป็นการใหญ่เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้น พนักงานทั้งสาวและแก่ของสถานีโทรทัศน์ไอทีวีต่างออกมาตัดพ้อต่อว่ารัฐบาล และอ้างว่าผู้ไม่ประสงค์ดีที่ต้องการหาผลประโยชน์ใช้อิทธิพลในรัฐบาล ในความรู้สึกของพวกหล่อนต้องทำตามด้วยการสั่งปิดไอทีวีอย่างเด็ดขาด ผู้หญิงสาวนับจำนวนร้อยออกมาร้องสะอึกสะอื้นกันแทบจะยิ่งกว่าผัวตายไปต่อหน้า และยังหาโลงใส่ศพไม่ได้อะไรทำนองนั้น เสียงบ่นเสียงรำพันจากการกระทำของรัฐบาลครั้งนี้ดังกระหึ่มไปทั่วประเทศ

ใบปลิวและแถลงการณ์อันแสดงถึงความเจ็บแค้น และความสูญเสียอันมหาศาลของพนักงานเหล่านั้นที่แถลงออกมาอย่างยืดยาวเหมือนจะเป็นความจริง แต่ไม่ได้พูดถึงความจริงที่ตนทำหน้าที่เป็นเครื่องมือของรัฐบาลขายชาติมานานถึง 5-6 ปี และการคอร์รัปชันอื่นๆ เป็นแสนๆ ล้าน ตอนหนึ่งของแถลงการณ์ฉบับนี้สรุปลงไปอย่างไม่มียางอายใดๆ ในพฤติกรรมของพวกตนออกมาว่า “เรียกร้องให้รัฐบาลตั้งหลักและแสดงความชัดเจนในการตัดสินใจ เพื่อคงไว้ซึ่งความถูกต้องบนพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกล่าวหาว่าบริหารงานภายใต้อิทธิพล และภายใต้การครอบงำของสื่อมวลชนบางรายซึ่งเป็นรายเดียวกับที่ทำให้ม.ร.ว.ปรีดิยาธรตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง” (มติชน 6 มีนาคม 2550)

ข้อความเหล่านี้ไม่ใช่ข้อความที่เขียนออกมาด้วยความคิดความรู้ของสื่อสารมวลชน ไม่ว่าในโลกนี้หรือโลกไหน แต่เป็นการเขียนอย่างโง่ๆ ด้วยความไม่รู้ไม่เข้าใจนอกจากสันดานให้ร้ายป้ายสีชั้นสถุลธรรมดานี่เอง

สิ่งแรกที่ผู้เขียนหรือเจ้าหน้าที่ของไอทีวีที่เชื่อว่ามีสติปัญญานั้น จะต้องรู้ก่อนอื่นก็คือว่าไม่ว่าจะปิดหรือไม่ปิดก็ตาม ไอทีวีนั้นไม่ใช่ของคนไทย ไม่ใช่ของประเทศไทย แต่เป็นทีวีของประเทศสิงคโปร์หรือชนชาติสิงคโปร์ และทำทุกอย่างเพื่อสิงคโปร์ โดยที่สิงคโปร์มีตัวแทนที่คอยทำหน้าที่ขายชาติของสิงคโปร์ในประเทศไทยเท่านั้น

คนที่ทำงานใดๆ อยู่แม้แต่จะกวาดพื้นถนนหรือล้างจานในไอทีวีทุกคน หรือแม้แต่เจ้าของหรือนายทุนที่นั่งหัวโด่กันอยู่นั้น เป็นขี้ข้าของสิงคโปร์เป็นคนขายชาติและขายวิญญาณของตัวเองให้แก่สิงคโปร์ และทำมาหารับประทานกับสิงคโปร์เท่านั้น

มีคนยืนยันกับผมว่าผู้หญิงที่ร้องไห้ใจจะขาดหรือผู้ชายที่ยืนอยู่ในการชุมนุมไอทีวีนั้น พากันร้องไห้เพระกลัวสิงคโปร์จะไม่เลี้ยงเท่านั้น

ที่สำคัญก็คือว่าสิงคโปร์ได้เข้าใช้สถานีโทรทัศน์แห่งนี้หากินจากคนไทยและเมืองไทย แต่ไม่ยอมเสียเงินหรือไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และติดหนี้ค่าปรับและค่าสัมปทานอยู่เป็นเงิน 120,000 ล้านบาท (หนึ่งแสนสองหมื่นล้านบาท)

มันน่าชื่นใจนักหรือ?

เงินจำนวนนี้เป็นเงินมหาศาลมากพอสมควรสำหรับคนไทยและชาติไทย ในขณะที่ เรายังมีชาวนาที่เดินด้วยเท้าเปล่าจากทั้งอีสาน เหนือ และใต้เพื่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลเท่าที่จะพอแก้ปัญหาได้ 3 จังหวัดภาคใต้ของเราขณะนี้ถูกยิงถูกฆ่าทุกวัน เงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงพอที่จะต่อชีวิตได้อย่างเพียงพอไม่เคยมี แต่เรายอมให้สิงคโปร์อมหนี้ซึ่งเป็นเงินของคนไทยไว้เป็นจำนวนถึง 120,000 ล้านบาท ไม่เคยมีใครที่ไหนมาร่ำร้องขึ้นมาสักคำแม้แต่เจ้าหน้าที่และผู้หญิงที่ร้องสะอึกสะอื้นเพราะคิดไปว่าผัวจะตายที่ว่านั้น ก็ไม่เคยพูดถึงมันเลย

นอกจากขอความเป็นทาสถาวรจากสิงคโปร์

และทุกคนพร้อมที่จะมอบความรักและชีวิตให้สิงคโปร์


หลังจากที่มันเอาดาวเทียมไทยคมที่คนไทยมีส่วนช่วยกันสร้างขึ้นมา แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ทรงให้ความร่วมมือด้วยมันไม่เคยนึกถึง

เมื่อเป็นเช่นนี้จะต้องมีอะไรมาพูดกันว่าผิดหรือมีอิทธิพลอะไรทำให้มันถูกปิดอีกหรือ?

บริษัทชินคอร์ปแอบเอาไปขายให้สิงคโปร์หรือเทมาเส็กไปเมื่อหลายปีก่อน โดยที่รัฐบาลขายชาติรายนั้นเป็นผู้ดูแลดำเนินการทำมาหากินเพื่อสิงคโปร์อยู่ด้วยความมัน โกงและปล้นทุกสิ่งทุกอย่างไปจากคนไทยร่วมกับสิงคโปร์อีกด้วย

เมื่อพิจารณาถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังยุทธวิธีการต่อสู้ของพนักงานไอทีวีครั้งนี้ ที่เห็นได้ชัดมากก็คือการพยายามใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นที่ไม่ร่วมในการขายชาติต่อสิงคโปร์ และบริษัทชินคอร์ป ก็คือใส่ไข่และป้ายสีคนอื่น เฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีว่าที่รัฐบาลต้องปิดไอทีวีเพราะรัฐบาลอยู่ใต้อิทธิพลคือคุณสนธิ ลิ้มทองกุล และหนังสือพิมพ์ผู้จัดการเพื่อต้องการผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งเป็นการใส่ร้ายป้ายสีของนักเลงแถวประตูน้ำสมัยก่อนที่ชั่วและสถุลพอสมควร เพราะโดยความจริงแล้ว คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องแสวงหาอะไรอีกในชีวิต นอกจากการทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง เพราะเพียง ASTV1ก็สะเทือนไปทั้งโลกแล้ว

นักแถลงการณ์ของไอทีวีรายนั้น อาจจะต้องหาทางรู้จักคุณสนธิให้มากกว่าส้นตีนของเขาที่ตนเองรู้จักเพื่อหลอกลวงชาวบ้านชาวช่องมีชีวิตรอดไปวันๆ

ขอโทษ, หยาบหน่อยนะครับ เพราะไม่มีคำไหนถูกต้องเหมาะสมไปกว่านี้สำหรับพวกขี้ข้าสิงคโปร์ในไอทีวี
กำลังโหลดความคิดเห็น...