xs
xsm
sm
md
lg

(ถ้าที่นี่ไม่ดี) ไปที่ชอบๆ เถอะอุ๋ย

เผยแพร่:   โดย: พชร สมุทวณิช

เมื่อเช้าวาน ขณะที่ผมกำลังนั่งแลกเปลี่ยนความเห็นกับเพื่อนๆ ร่วมวงกาแฟ ถึงเรื่องที่ “หม่อมอุ๋ย” หรือ “มรว.ปรีดิยาธร เทวกุล” ตัดสินใจอุ้มไอทีวี โดยข่าวที่ออกมาก็คือจะใช้วงเงินประมาณ 1,200 ล้าน จากงบกลาง นำไปจัดการเพื่อบริหารงานไอทีวี (ที่จะเปลี่ยนชื่อใหม่) ภายใต้การดูแลของรัฐบาล

เรื่องนี้จะพูดไปก็คงจะว่ากันยาว แต่ในฐานะสื่อมวลชนคนหนึ่ง ก็รู้สึกจะปลื้มอกปลื้มใจแทนพนักงานไอทีวีเสียไม่ได้ ที่ได้รับการเห็นใจจากรัฐบาลภายใต้การตัดสินใจของ “หม่อมอุ๋ย” และ "คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์” ที่จะได้รับการช่วยเหลืออุ้มชูดูแล ทั้งๆ ที่ยังมีปัญหาค้างคา ว่าจำเป็นหรือที่รัฐจะต้องเข้าไปอุ้มสื่อเข้ามาเพิ่มเอาไว้ในสังกัดนอกเหนือจาก อสมท และช่อง11

ยังไม่ทันไร เวลาล่วงไปถึงช่วงเที่ยงๆ ก็ปรากฎมีข่าวด่วนออกจอทีวีว่า “หม่อมอุ๋ยลาออก” ผมถึงกับตบเข่าฉาดใหญ่ บอกกับเพื่อนว่า นั่นยังไง หม่อมอุ๋ยประกาศลาออกแล้ว คงจะรู้สึกผิดในเรื่องอุ้มไอทีวีแหงๆ

ถ้าไม่ใช่รู้สึกผิดในเรื่องอุ้มไอทีวี ก็อาจจะนั่งทบทวนย้อนหลังไปรู้สึกผิดในเรื่องที่ทำประเทศชาติสูญเสียหลายแสนล้านตอนทำหุ้นตกครั้งมโหฬารนับร้อยจุด ครั้งช่วงเหตุการณ์ผลักดันมาตรการกันสำรอง 30 เปอร์เซ็นต์ หรือไม่อย่างนั้นก็อาจจะรู้สึกผิดย้อนหลังไปไกลกว่านั้นอีก ในเรื่องที่พยายามจะผลักดันกฎหมายหวยบนดินเข้าสภา และครั้งนั้นถูกคัดค้านอย่างหนักจนนายกรัฐมนตรีต้องสั่งให้ถอนเรื่องออกไป

ต้องเหตุผลรู้สึกผิดไม่เรื่องใดก็เรื่องใดที่ว่ามาหล่ะวะ
ปรากฏว่า ขำแทบขี้แตก

เพราะสองเรื่องหลักที่ “หม่อมอุ๋ย” ให้เหตุผลในการลาออกก็คือเรื่อง ไม่พอใจที่รัฐบาลแต่งตั้ง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เข้ามาร่วมงาน กับเรื่องไม่ต้องการทำงานภายใต้ความกดดันของ “สื่อบางราย” โดยมีรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลเอื้อประโยชน์กับสื่อบางราย

ขำครับขำ
ไม่น่าเชื่อว่าผู้ใหญ่สมัยนี้ ยังทำตัวเป็นเด็กเล่นขายของ


สมคิดก็ลาออกไปแล้วหลังจากเข้ามาไม่กี่วันแล้วโดนกระแสต้าน ส่วน “สื่อบางราย” (ที่ถ้ากล้าๆ หน่อยก็บอกมาเลยว่าเป็น “สนธิ ลิ้มทองกุล”) สนธิก็ประกาศลาช่อง11 กลับไปทำรายการแต่เอเอสทีวีเหมือนเดิมไปก่อนหน้าเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน

ทีทำตลาดหุ้นฉิบหายไปหลายแสนล้าน ไม่แสดงความรับผิดชอบ
ทีทู่ซี้ผลักดันกฎหมายหวยบนดินเข้าสภา โดนต่อต้านกระเด้งออกมาแทบไม่ทัน ไม่แสดงความรับผิดชอบ

แต่มา “ลาออก” ด้วยเหตุผลขำขี้แตก
หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงที่ “หม่อมอุ๋ย” ลาออก ก็มีเรื่องขำแทบขี้แตกอีกเรื่อง นั่นก็คือเรื่องที่ “สมเกียรติ อ่อนวิมล” ออกมาแสดงความเสียใจ เสียดาย “หม่อมอุ๋ย”

“สมเกียรติ อ่อนวิมล” จำเพาะเจาะจงไปเลยว่า เหตุผลที่ “หม่อมอุ๋ย” ลาออกก็เนื่องจากปัญหาที่รัฐบาลเลือกปฏิบัติ และยอมทำตามอิทธิพลของ “หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ” ทำตามสิ่งที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการอยากได้

“สมเกียรติ อ่อนวิมล” ยังระบุอีกด้วยว่า “นสพ.ผู้จัดการนั้นพาดหัวชี้นำ เป็นสื่อส่วนตัวของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ใช่สื่อที่ทำประโยชน์ให้สาธารณะเหมือนวิชาชีพสื่อที่พึงกระทำ อาจทำให้บางคนชอบ สะใจ หรือมันดี แต่ในด้านจรรยาบรรณ วิชาชีพสื่อนั้นไม่มี”

โอ้ว พระเจ้าช่วยกล้วยทอด อ่านข่าวจากหน้าเว็บตรงนี้ เครื่องแมคบุ๊กของผมเกือบจะพัง เพราะเกือบอดรนทนไม่ไหว เกือบจะเอาส้นเท้ากระแทกหน้าจอที่ปรากฎรูปใครบางคนอยู่ประกอบคำให้สัมภาษณ์ (ไม่ได้หยาบคายนะครับ แต่จริงใจ คิดอย่างไรก็เล่าให้ฟัง)

จริงๆ แล้ววันนี้ผมไม่อยากเขียนถึง “สมเกียรติ อ่อนวิมล” เลย
ทั้งนี้ก็เนื่องด้วยเหตุผลสองประการ

ประการแรก ก็คือ จริงๆ แล้ว เมื่อกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ผมเคยชื่นชอบ “สมเกียรติ อ่อนวิมล” มาก ในฐานะเป็นผู้บุกเบิกให้วงการข่าวทีวีเมืองไทยนำเสนอรูปแบบที่สนุกสนานน่าติดตาม ไม่น่าเบื่อ

ผมยอมรับในจุดที่ว่า “สมเกียรติ อ่อนวิมล” มีคุณูปการอย่างสูงในการพัฒนาวงการข่าวทีวีเมืองไทยให้มีรูปแบบที่แปลกใหม่ ติดตามได้อย่างสนุกไม่น่าเบื่อ

แต่อย่างไรก็ดี ต่อมา ผมก็ได้ตระหนักว่า เรื่อง “ความคิดสร้างสรรค์” ในการผลิตข่าวเพื่อนำเสนอ หรืออาจจะเรียกว่าความสามารถในเรื่อง “การตลาด” สำหรับการนำเสนอด้านสื่อ กับเรื่อง “จรรยาบรรณ” หรือ “จิตสำนึก” ในวิชาชีพ “สื่อ” นั้นมันคนละเรื่อง

สำหรับประการที่สอง ที่ผมคิดอยู่หลายรอบว่า จะเขียนถึง “สมเกียรติ อ่อนวิมล” ดีไหม ก็คือ ในสังคมไทยนั้น เมื่อรู้ตัวว่าเป็นเด็ก ก็ไม่อยากจะเขียนถึงผู้ใหญ่ในด้านลบ

สำหรับข้อนี้ มีเพื่อนที่ฟังผมบ่นอยู่ข้างๆ ได้ยิน และก็บอกผมว่า “ถ้าเด็กมันถูกพ่อแม่ใช้ไปทำนา แล้วไอ้ควายแก่มันขี้เกียจไม่ยอมไถนา เอ็งจะห้ามไม่ให้เด็กมันด่าควายหรือไง”

หลังจากเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” ปี 2535 เป็นต้นมา ผมไม่เคยคิดว่าคนที่ชอบอ้างตนเองว่าเป็นสื่อมวลชนอย่าง “สมเกียรติ อ่อนวิมล” จะกล้าเอ่ยคำ “จริยธรรมสื่อ” หรือ “จรรยาบรรรณสื่อ” ต่อสาธารณชนอีก

เมื่อครั้งที่ผม และสื่อมวลชนทั้งเด็กทั้งแก่ ทั้งหัวหงอกหัวดำ จากทุกค่ายสำนักที่ยึดมั่นใน “จรรยาบรรณ” และ “จริยธรรม” ในการปฏิบัติหน้าที่สื่อ ขณะที่เราทั้งหลาย วิ่งหลบกระสุนของ รสช. อยู่บนถนนราชดำเนินและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อรายงานข่าวตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นว่า มีประชาชนนับแสนออกมาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยเต็มราชดำเนิน

แต่ “สมเกียรติ อ่อนวิมล” กำลังปักหลักอยู่ที่ “จส.100” รายงานข่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง บิดเบือนสถานการณ์ บอกว่ามีคนชุมนุมจำนวนน้อย ส่วนใหญ่เป็นพวกก่อกวน บอกให้ประชาชนอยู่กับบ้านอย่าหลงผิดออกไปร่วมชุมนุม ครั้งนั้น “จส.100” ภายใต้ “สมเกียรติ อ่อนวิมล” ออกข่าวและความเห็นในเชิงให้ร้ายต่อประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย และต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ รสช.อย่างต่อเนื่อง

หวังว่ายังคงจำกันได้
มีคำบางคำที่ผมชอบกว่าคำว่า “หน้าไม่อาย” ก็คือ “หน้าด้าน” ซึ่งผมว่าเป็นคำไทยๆ ที่เห็นความหมายชัดเจนดี เวลาเราจะพูดถึงใครต่อใครที่ชอบอวดอ้างอะไรที่ตัวเองไม่มี
กำลังโหลดความคิดเห็น...