xs
xsm
sm
md
lg

จากคาร์บ๊องส์….สู่...คาบาเร่ต์.....ฟางเส้นสุดท้าย..ตัดสินใจอยู่ต่างประเทศถาวร

เผยแพร่:   โดย: อมร อมรรัตนานนท์

ท่ามกลางสถานการณ์การเมือง ที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กำลังรณรงค์ขับไล่ ทักษิณ

ปรากฏการณ์ ท้ากกก...ทักษิณ...ออกไป ได้แพร่ขยาย ออกไปภายใต้หลักสันติวิธี การขับไล่ผู้นำที่ไร้จริยธรรม ด้วยการแสดงออกโดยใช้มาตรการลงโทษทางสังคม เจอที่ไหน ตะโกนไล่ที่นั้น เป็นอารยะขัดขืนที่งดงาม และอยู่ภายใต้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

จาก เจ๊ไก่ ซอยละลายทรัพย์ ถึงกรณีลุงอิทธิพล ที่ Central world

เป็นหนทางเดียว

เป็นอาวุธที่ทรงพลัง

เป็นการต่อสู้ในขณะที่ไม่มีการชุมนุมใหญ่

ปรากฏการณ์ นี้จะขยายตัวไปอย่างกว้างขวาง,รวดเร็ว,และลุกลามรุนแรง ดุจ ไฟลามทุ่ง อย่างแน่นอน

สถานะทางยุทธศาสตร์ ของ ทักษิณ ปัจจุบันอยู่ในขั้นถอย อย่างเต็มรูปแบบ

ทักษิณ....ขาลง จึงเป็น ปรากฏการณ์ที่ดำรงอยู่จริง

และนับเวลา ถอยหลังลงจากเวทีประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทย

แต่ว่า ทักษิณ ไม่ใช่ โทนี่ แบลร์ หรือผู้นำอื่นๆที่มีอารยะ

เรื่องถอย...หรือการจะประกาศแสดงออกถึงความรับผิดชอบ...

ฝันไปเถอะ...ทักษิณไม่ทำ ยิ่งได้แรงหนุน จากนายหญิง นายน้อย ของขุนห้อย พลอยพยัก ช่วยเสริมเติมเต็มด้วยแล้ว

ทักษิณ....สู้ๆๆๆ จึงเป็นภาพปกติ ที่ดูแล้วแสนจืดชืด ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก บทเก่าๆ ตัวแสดงเก่าๆ ผู้กำกับเก่าๆ

จึงไม่แปลก ที่จะมีละครน้ำเน่า เรื่องใหม่ ที่หวังว่าคราวนี้ ต้องเรียกน้ำตาจากคนดู

วันที่ 24 สิงหาคม 2549

พลันที่มีเหตุการณ์ ที่ประโคมข่าวใหญ่โต ว่ามีการจับรถบรรทุกระเบิด พร้อมผู้ต้องหา "มือคาร์บอมบ์" กลายเป็นโจ๊ก ทางการเมือง ทันที หลังจากข้อเท็จจริงนำออกเผยแพร่

"ภาพ" การจับกุม ข้อเท็จจริงดูง่ายและ "ไม่สมจริง"!!!

คนส่วนใหญ่ สรุปตรงกันว่า เป็นการจัดฉาก

เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายลูกกระโล่ ของรัฐบาลได้ปูกระแส โดยการออกมาให้ข่าว ว่า นายกทักษิณ กำลังตกเป็นเป้าสังหาร ของผู้ไม่หวังดี

ช่างน่าขัน ยิ่ง

สื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ต่างเสนอข่าวไปในทิศทางเดียวกัน

คาร์บอมม์....กลายเป็น คาร์บ๊องส์

หากเราย้อน ดูประวัติศาสตร์ การลอบสังหาร ผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลก หลังหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พบว่า

"มูลเหตุ" การ "ลอบสังหารผู้นำโลก" ทั้งหมดมีต้นสายปลายเหตุมาจาก "ปมขัดแย้งทางการเมือง" ทั้งในประเทศของตัวเองและในเวทีโลก ที่รุนแรงสุดขั้ว
อาทิ

มหาตมะ คานธี ผู้นำคนสำคัญในการเคลื่อนไหว เรียกร้องอิสรภาพของอินเดีย จากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ โดยใช้วิธี "อหิงสา"

เขาถูก "ลอบสังหาร" ขณะกำลังเดินผ่านฝูงชนที่แออัด ในสวนแห่งหนึ่งในกรุงนิวเดลี เพื่อไปสวดมนต์ตอนเย็น ใน ปี 1948

อินทิรา คานธี ก็ถูก ลอบสังหาร โดยองครักษ์ชาวซิกข์ ของเธอเอง เพราะ ความแค้นทางศาสนา ในปี 1984 ขณะที่ บุตรฃาย ราจีฟ คานธี ถูกลอบสังหาร ด้วยวิธีระเบิดพลีชีพ ขณะที่กำลังทำการรณรงค์เพื่อการเลือกตั้ง เพราะนโยบายที่จะช่วยศรีลังกาปราบปรามพวกทมิฬ ในปี 1991

ในโลกมุสลิม อันวาร์ ซาดัต ผู้นำประเทศอียิปต์ ได้ให้การรับรองและเริ่มเจรจาสันติภาพกับอิสราเอล นโยบายดังกล่าว สร้างความโกรธแค้น ให้ชาวอาหรับหัวรุนแรงในอียิปต์เองและประเทศเพื่อนบ้าน จนนำไปสู่การ "ลอบสังหาร"เขาในวันที่ 6 ตุลาคม 1981

ขณะที่ ในปี 1995 ยิตซัก ราบิน นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล พยายามจะนำสันติภาพมาสู่อิสราเอล โดยยอมเจรจากับ "ปาเลสไตน์" และ ยินยอมจะคืนดินแดนที่ยึดได้จากสงครามให้พวกอาหรับ จากนโยบายดังกล่าว เขาถูกลอบสังหารโดยนักศึกษากฎหมายหัวรุนแรงชาวยิว

บทเรียนที่ผ่านมาหากนำมาเปรียบเทียบประเด็น ลอบสังหารทักษิณ ทำให้เกิดคำถามว่า.....

ถึงขั้นที่จะต้องฆ่า เอาชีวิตกันแล้วหรือ?

และที่สำคัญ การสังหารนายกฯทักษิณ ทำไมต้องใช้ระเบิดที่มีความรุนแรงขนาดนั้น ซึ่ง ไม่เชื่อว่าคนไทยที่ไหนจะใจดำอำมหิต ทมิฬหินชาติเพียงนั้น เพียงแค่จะเอาชีวิตคนๆหนึ่ง จะต้องฆ่าคนที่ผู้บริสุทธิ์ อีกเป็นร้อยเป็นพันหรือ?

มันเป็นละครน้ำเน่า ที่ผู้เขียนบทพยายามจะให้คนดูเชื่อ แต่ลืมไปว่า บทที่เขียนนั้น เกิดจากพื้นทางคิดที่จะหลอกคนดู ก็เลยต้องหลอกตนเองด้วย สาเหตุนี้เอง บทจึงออกมาไม่สมจริง แถมด้วยการถ่ายทำก็สร้างไม่สมจริง เพราะคงคิดประหยัดงบประมาณ ผลที่ออกมา จึงถูก ฮาป่า ไปทั่วทั้งสังคม

ในขณะที่หากนำไปเปรียบเทียบกับคดีลอบยิง นายเฉินสุยเปี่ยน ประธานาธิบดีไต้หวัน ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ของไต้หวันเมื่อปี 2547 ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤตประสบภาวะ "ขาลง" อย่างหนัก

จากกรณีบุตรเขย ข้อหาใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายในในการซื้อขายหุ้น

ภรรยาของเขาถูกกล่าวหาว่ารับบัตรกำนัลของขวัญมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ไต้หวัน

คนใกล้ชิดถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งของเขาไปแสวงหาผลประโยชน์

พรรคฝ่ายค้านได้เคลื่อนไหวขับเขาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี

ส่งสะเทือนทำให้คะแนนนิยมของเขาตกต่ำสุดขีดเป็นประวัติการณ์

จนวันที่ 19 มีนาคม 2547

"เฉินสุยเปี่ยน" ก็ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงเข้าที่หัวเข่าและ บริเวณหน้าท้องเป็นแผลลึก ขณะนั่งรถ ไปรณรงค์หาเสียง ในโค้งสุดท้าย

เพียงวันเดียว.....ก่อนการลงคะแนน

และในสุดท้าย "เฉินสุยเปี่ยน " ก็ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งตามคาด

ขณะที่ประชาชน เกือบครึ่งเกาะไต้หวัน นักวิเคราะห์และสื่อมวลชน ที่เชี่ยวชาญทางการเมืองทั่วโลก

ฟันธง

เป็นแผนยิงตัวเองเพื่อหวังดึงคะแนนเสียง

แพะกับแกะ ....นับว่าคล้ายกันอย่างมาก

เฉินสุยเปี่ยน กับ ทักษิณ ……ก็เหมือนฝาแฝดกัน เช่นนั้น

สัปดาห์นี้ จากการนำละครตอนแรกออกฉาย ปรากฏว่าขาดทุน แถมถูกโห่ บรรดาขุนห้อย พลอยพยัก จึงเรียกทีมงานสร้างตอนสอง โดยนำ

จ่ามด (ตัวเป็นยักษ์ ติงต๊อง ใจเป็น..มด)

มาเป็นตัวเอกเดินเรื่อง พยายามโยงใยให้มาถึงพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

โถ...พ่อคุณ

อัพยา อี มากไปหรือเปล่า บรรดา เสธ. ที่วางแผน

จ่ามด บ๊องขนาดนั้นมันจะไปรู้แผนการ ปฏิวัติได้อย่างไร?

วันนี้วงการผู้พิพากษา เขานินทากันครื้นเครง ถึงส่งมาก็หลุด เพราะมีแค่พยานบุคคล

แต่ก็รู้กันอยู่

งานนี้ไม่หวังผล เอาติดคุก ติดตารางกันอยู่แล้ว

ขอแค่ชนะกันทางการเมือง ทำลายคู่แข่ง และเสี้ยนหนามที่คอยขัดขวาง ทุกวิธี เป็นสันดานโดยแท้ของเผด็จการ

ไหนๆ บทก็ของปลอม

ตัวละครก็ของปลอม

มีแต่ของเทียม ไม่ใช่ของแท้

เอาให้สุดๆ ไปเลยจะให้สมจริง ไปตามผู้กำกับ จากอัลคาร์ซ่า เจ้าตำรับ ของเทียม กระเทยแท้ มาวางพล็อตเรื่อง

คาร์บ๊องส์ จะได้กลายพันธุ์เป็น คาบาเรต์

เพิ่มความสมจริง ให้สะใจไปเลย..................

วันนี้ เวลานี้

เฉินสุยเปี่ยน กับ ทักษิณ

ก็กำลังเผชิญกับวิกฤติการณ์ทางการเมือง แบบเดียวกัน คือประชาชนเรือนล้าน กำลังลุกขึ้นมาขับไล่ เช่นเดียวกัน ด้วยข้อกล่าวโทษ เช่นเดียวกัน

และที่ เหมือนกันอย่างยิ่ง

ทักษิณ กับ เฉินสุยเปี่ยน ถูกขับไล่ด้วยกลุ่มคนที่ใช้รูปแบบการต่อสู้ บนแนวทางสันติวิธี โดยใช้การชุมนุมเป็นรูปการสูงสุด ซึ่งเป็นอารยะธรรม ของการใช้สิทธิพลเมืองในประเทศที่เจริญแล้ว

และที่เหมือนกันอีกประการหนึ่งคือ การมีส่วนร่วมของประชาชน การชุมนุมเป็นอย่างคึกคัก สนุกสนาน เต็มไปด้วยสีสัน และเกิดวัฒนธรรมใหม่ ท่ามกลางการต่อสู้ ที่หลากหลาย ที่สำคัญ วัฒนธรรมในการช่วยเหลือดูแลกัน เจ็บที่ตัวเขา ปวดที่ใจเรา เกิดความรักความผูกผัน ต่างฐานันดร ต่างชั้นขน ก่อรูปจุดประกายเป็น ความรักต่อสังคม ความรักต่อความดี ความรักในสิทธิ ความรักในความยุติธรรม

สิ่งเหล่านี้สะท้อนเป็นรูปธรรม คือ เงินไม่ใช่สิ่งจำเป็นต้องเก็บหอมรอบริบ เพื่อใช้ส่วนตัวเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว แต่ส่วนเกินที่เหลือต้องนำมาใช้เพื่อส่วนรวม

ดูได้จากยอดบริจาค

ที่ผ่านมาเป็นการชุมนุม ขับไล่ทักษิณ มีประชาชนมาบริจาค กว่า 20 ล้านบาท

ขณะที่ชาวไต้หวัน ร่วมบริจาค ถึงกว่า 100 ล้านเหรียญ เพื่อจัดการชุมนุมขับไล่ เฉินสุยเปี่ยน

แต่ที่ต่างในความเหมือน คือ

คนไล่ทักษิณ .....ใส่เสื้อเหลืองเป็นสัญลักษณ์

ขณะที่ คนไล่ เฉินสุยเปี่ยน ใช้เสื้อแดงเป็นสัญลักษณ์

ขณะที่อนาคต ไม่อาจคาดเดา ได้ว่า

ปลายทางสุดท้าย ของเฉินสุยเปี่ยน จะมีจุดจบอย่างไร

แต่ สำหรับ ทักษิณ เวลานี้

จากปรากฏการณ์ หวาดผวา วิตกกังวล ไม่ต้องหาคำตอบว่าทักษิณ ไปมีจุดจบอย่างไร?

วันนี้ ต้องถามว่า ทักษิณ จะอยู่อย่างไร..

แม้แต่อากาศหายใจยังต้องไขว้คว้า

จับตาอย่ากระพริบ

ภาพการเดินทาง ไปต่างประเทศ ในวันที่ 9 เดือน 9 ปี 49 ถึงขนาดที่ ต้องจัดกำลังทหาร พร้อมอาวุธครบมือ ดูแลตลอดเส้นทาง เสมือนหนึ่งอยู่ในภาวะสงความ

วันเดียวกัน เวลา 8.30 น. คุณหญิง พร้อมลูกๆ รวมทั้งคนใช้ ก็ตีออกเดินทางไปสิงคโปร์ โดยมีกำหนดการเดินทางกลับ วันที่ 10 เดือน 9 เที่ยวบิน 410 เวลา 20.30

แต่จากตรวจสอบ ปรากฏว่า มีเพียงคนใช้ เดินทางกลับโดยลำพัง

คำถาม คุณหญิงและครอบครัว อยู่ที่ไหน?

ขณะที่ทักษิณ ก็เลื่อนการเดินทางกลับกรุงเทพฯ อย่างกะทันหัน

มีข่าวจากวงในว่า การเข้าพบ ผบ.พล ม.2 รอ.ทักษิณ มีทางเลือกเหลืออยู่น้อยเต็มที่

การสัมภาษณ์พิเศษ ช่อง 5 จึงอาจมีคำตอบ ถึงทางเลือกสุดท้าย ที่ทักษิณจะตัดสินใจถึงอนาคตของตนเอง และครอบครัว

การตัดสินใจ อยู่ต่างประเทศอย่างถาวร น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ของทักษิณ ในเวลานี้?
กำลังโหลดความคิดเห็น...