xs
xsm
sm
md
lg

"พรรคประชาชนรู้แจ้ง" แกนนำพลังขับเคลื่อนสังคมไทย

เผยแพร่:   โดย: สันติ ตั้งรพีพากร

ในฉบับวันพฤหัสฯ ที่แล้ว ผู้เขียนเสนอแนวคิดเรื่องพรรครู้แจ้ง ในฐานะหนึ่งในสองหลักแกนของพลังขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคตที่จะถึงนี้ ว่าการตื่นรู้หูตาสว่างของประชาชน ที่นำประชาชนไปสู่ความ "รู้แจ้ง" ในเรื่องราวสำคัญๆ ที่มีผลต่อชะตากรรมของประเทศไทย ประชาชนไทย คือเงื่อนไขหรือเหตุปัจจัยที่จำเป็นของการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองตัวแทนผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชน ดังนั้น จึงเป็นธรรมดาที่พรรคการเมืองนี้จะต้องเป็นพรรครู้แจ้ง

พูดเป็นสูตรก็ว่า ประชาชนรู้แจ้ง นำไปสู่การเกิดขึ้นของพรรครู้แจ้ง

นั่นก็คือ สำหรับประเทศไทยแล้ว มีแต่เมื่อประชาชนรู้แจ้ง หูตาสว่างแล้วเท่านั้น จึงจะนำไปสู่การเกิดขึ้นของพรรครู้แจ้ง ตัวแทนผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชน

มองในมุมกลับ สำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมาไม่มีเงื่อนไขให้เกิดพรรคการเมืองตัวแทนผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชน แต่เมื่อเกิดกระบวนการประชาชนรู้แจ้งแล้ว จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดพรรคการเมืองเช่นนี้ขึ้น

ที่พูดในเชิงสรุปเช่นนี้ ก็เพราะลักษณะการเมืองของประเทศเราเป็นตัวกำหนด

มิใช่เป็นเพราะประชาชนยากจน ด้อยการศึกษาละหรือ ที่ทำให้การเมืองไทยก้าวเดินมาบนเส้นทางของ "การเงิน-การเมือง" อำนาจอิทธิพลที่ขับเคลื่อนด้วยเงินเท่านั้นที่จะบันดาลให้พรรคการเมืองหนึ่งกำชัยในสนามเลือกตั้งได้

ยิ่งในภูมิภาคที่แร้นแค้น ประชาชนยิ่งยากจน การตัดสินชัยชนะด้วยเงินก็ยิ่งชัดเจน

เราจึงมีแต่พรรคการเมืองตัวแทนกลุ่มทุนและอำนาจอิทธิพลก้าวขึ้นเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ ใช้อำนาจบริหารประเทศทำการบริหารผลประโยชน์ให้แก่กลุ่มพรรคและพวกของตนเองเป็นอันดับแรกเสมอ ไม่อยู่ในฐานะที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชนได้อย่างแท้จริง

ทีนี้ มีสิ่งไหนที่จะเอาชนะอำนาจเงินได้ในสนามเลือกตั้ง ก็ต้องบอกว่า "ความรู้แจ้ง" สิ

ความรู้แจ้งนี้ หมายถึงประชาชนหูตาสว่างในเรื่องต่างๆเกี่ยวกับประเทศชาติและตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริง ว่าทำไมประเทศไทยเราจึงยังคงล้าหลัง ประชาชนยังคงยากจน เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั้งใกล้และไกล (ซึ่งได้คำตอบร่วมกันเป็นพื้นฐานแล้วว่า เพราะเราไม่มีพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชนทำหน้าที่บริหารประเทศ)

โดยเฉพาะคือ รู้แจ้งว่า ประเทศไทยและประชาชนไทยจะสามารถก้าวไปสู่อนาคตอันดีงามด้วยวิธีใด อย่างไร สามารถกำหนดเป้าหมายและจุดมุ่งหมายร่วมกันในการพัฒนาประเทศชาติและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

อีกนัยหนึ่ง ประชาชนเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้อย่างแท้จริง

เมื่อรู้สาเหตุว่า "ทำไม?" พร้อมกับได้คำตอบว่า "จะต้องทำอะไร? อย่างไร?" ก็หมายถึงว่า ประชาชนคนไทยได้บรรลุสู่อิสรภาพครั้งใหญ่ เกิดความหวัง ความฮึกเหิม ในการที่จะร่วมกันสร้างสรรค์อนาคต โดยมีแกนนำที่แข็งแกร่ง ที่มวลชนชาวไทยให้ความเชื่อถือและศรัทธาเป็นกองหน้า

หันกลับมาวิเคราะห์สภาพเป็นจริง

ณ วันนี้ ประชาชนส่วนหนึ่งหูตาสว่างแล้ว กำลังก่อตัวขึ้นเป็นขบวนการประชาชนรู้แจ้งอย่างรวดเร็ว(โปรดอ่านบทที่แล้วประกอบ) เมื่อบวกกับกลุ่มบุคคลที่มีความคิดความเข้าใจในเรื่องของสังคมโลกสังคมไทย การเมืองโลกการเมืองไทย และมุ่งหมายให้ประเทศไทยพัฒนาไปสู่ความเจริญก้าวหน้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อทั้งสองส่วนมารวมกันเข้า ย่อมหมายถึงว่า ขบวนการประชาชนรู้แจ้งที่ประกอบไปด้วยกลุ่มบุคคลรู้แจ้งเดิมกับมวลชนรู้แจ้งใหม่ กำลังทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งในหมู่คนไทยในต่างประเทศ

เป็นไปได้มากว่า เมื่อสองส่วนนี้รวมกันเข้าสักระยะหนึ่ง โอกาสที่จะเกิดการ "หลอมรวม" เป็นพรรคการเมืองรู้แจ้งก็มีมาก และเป็นไปได้มากว่า ด้วยข้อกำหนดของลักษณะยุคสมัยที่สังคมโลกเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกประเทศมุ่งเดินแนวทางสันติภาพและการพัฒนา ซึ่งสอดคล้องกับความเรียกร้องต้องการของประชาชนชาวไทย ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิต อยู่ดีมีสุขถ้วนหน้า พรรคการเมืองรู้แจ้งที่จะเกิดขึ้นนี้ จะต้องมีคุณสมบัติเป็นพรรคเหนือทุน เป็นตัวแทนผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชนชาวไทย เท่านั้น จะเป็นตัวแทนผลประโยชน์อื่นไม่ได้เด็ดขาด

อีกนัยหนึ่ง จะต้องไม่เป็นพรรคที่อยู่ได้ด้วยทุนหรืออิทธิพลใดๆ แต่เป็นพรรคที่อยู่ได้ด้วยการสนับสนุนของประชาชน นั่นย่อมหมายความว่า ความแข็งแกร่งของพรรครู้แจ้ง ขึ้นอยู่กับระดับความรู้แจ้งของประชาชน ยิ่งประชาชนรู้แจ้งมากเท่าใด ก็จะยิ่งส่งเสริมให้พรรคการเมืองพรรคนี้ใหญ่โตเข้มแข็งขึ้นเท่านั้น

การรู้แจ้งของประชาชนจึงเป็นฐานสนับสนุนที่แข็งแกร่งของพรรคการเมืองพรรคนี้

ด้วย "ธรรมชาติ" เช่นนี้ของพรรคการเมืองรู้แจ้ง ภารกิจพื้นฐานและถาวรของพรรคนี้จึงอยู่ที่การสร้างความรู้แจ้งให้แก่ปวงชนชาวไทย ในทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศชาติและประชาชน เพื่อให้ประชาชนคอยเอาใจใส่สอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตา และเป็น "สมอง" ให้แก่พรรคการเมืองของตน

โดยนัยดังกล่าว ขบวนการประชาชนรู้แจ้ง จึงมีฐานะเป็นฐานรองรับการเกิดขึ้นและเติบใหญ่ของพรรคการเมืองรู้แจ้ง ในขณะที่พรรคการเมืองรู้แจ้ง แสดงบทบาทเป็นแกนนำขบวนการประชาชนรู้แจ้ง ขยายฐานขบวนการประชาชนรู้แจ้ง

ดังนั้น การเคลื่อนไหวใดๆ ที่นำไปสู่การรู้แจ้งของประชาชนล้วนแต่เป็นเรื่องดี ที่ทุกฝ่ายควรให้การสนับสนุน หรือกระทั่งเข้าร่วม เช่น การจุดเทียนปัญญาของคุณสนธิ ลิ้มทองกุลกับคณะ ในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่จัดขึ้นทุกวันศุกร์ ช่วยกันตีแผ่ความจริง ให้เพื่อนพี่น้องชาวไทยทั้งหลายหูตาสว่าง กลายเป็น "ประชาชนรู้แจ้ง"

ขบวนการประชาชนรู้แจ้งที่เริ่มต้นขึ้นแล้วนี้ จะทำหน้าที่เป็นตัวนำร่องกระบวนการประชาชนรู้แจ้งทั้งหมด เกิดขบวนการประชาชนรู้แจ้งในรูปแบบอื่นๆ แตกแขนงต่อเนื่องออกไป นั่นหมายถึงว่า ประชาชนได้ค้นพบช่องทาง รูปแบบ วิธีการแสดงออกและเสนอแนวคิด ให้แก่พรรคการเมืองที่มุ่งบริหารประเทศเพื่อผลประโยชน์ที่แท้จริงของประเทศชาติและประชาชนแล้วในวันนี้

แม้ว่าขณะนี้ พรรคไทยรักไทยในฐานะรัฐบาลจะยังมองกระบวนการประชาชนตื่นรู้ในเชิงลบ หาทางสกัดกั้นและปิดกั้นทุกวิถีทาง แต่เชื่อว่า พลังประชาชนรู้แจ้งจะไม่ฝ่อ ตรงกันข้าม กลับจะยิ่งพัฒนาขยายตัวเติบใหญ่อย่างรวดเร็ว กลายเป็น "พลังตื่นรู้" ที่ทรงอานุภาพยิ่งของปวงชนชาวไทย

พรรคการเมืองพรรคใด ที่มองเห็นข้อดีของกระบวนการรู้แจ้งของประชาชน สนับสนุนการพัฒนาขยายตัวของขบวนการประชาชนรู้แจ้ง ย่อมหมายถึงว่า พรรคการเมืองพรรคนั้น ยืนอยู่ในจุดยืนของความเป็นตัวแทนผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชน พร้อมให้ประชาชนสอดส่องดูแล ตรวจสอบ ก็จะได้รับเสียงสนับสนุนของประชาชนทั้งในเวลาปกติและในเวลาเลือกตั้ง

พรรคประชาชนรู้แจ้งที่ถือกำเนิดจากขบวนการประชาชนรู้แจ้ง ย่อมเป็นพรรคสนับสนุนกระบวนการรู้แจ้งของขบวนประชาชนรู้แจ้ง อย่างเป็น "ธรรมชาติ" ที่สุด ดังนั้น โอกาสที่จะได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนจึงมีมากกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า พรรคการเมืองอื่นๆ จะไม่สามารถดึงเสียงสนับสนุนจากประชาชนบางส่วนได้

แต่โดยภาพรวมแล้ว ประชาชนยิ่งรู้แจ้งมากเท่าใด พรรคประชาชนรู้แจ้งก็จะยิ่งได้รับเสียงสนับสนุนมากเท่านั้น

นี่คือข้อได้เปรียบทางประวัติศาสตร์ของพรรคการเมืองรู้แจ้ง พรรคการเมืองตัวแทนผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชนชาวไทย ที่จักต้องถือกำเนิดบนเวทีการเมืองไทย ตามการเกิดขึ้นของขบวนการประชาชนรู้แจ้ง

ด้วยเหตุนี้ การช่วยกันขับเคลื่อนขบวนการประชาชนรู้แจ้งให้ขยายตัวไปทั่วทุกแห่งหน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ณ เวลานี้ จึงเป็นภาระหน้าที่สำคัญร่วมกันของประชาชนชาวไทย เพื่อนำไปสู่การเกิดขึ้นของพรรคการเมืองรู้แจ้ง พรรคการเมืองตัวแทนผลประโยชน์ที่แท้จริงของปวงชนชาวไทย

จากนั้น พรรคการเมืองรู้แจ้งพรรคแรกของประเทศไทย ก็จะปฏิบัติภารกิจทางประวัติศาสตร์ของตนได้อย่างเป็นจริง ตามที่ประชาชนชาวไทยคาดหวังและต้องการ

ทั้งนี้ เหนือภารกิจอื่นใด พรรคการเมืองนี้จะต้องดำเนินการให้กระบวนการประชาชนรู้แจ้ง ดำเนินต่อไป พัฒนาขยายตัวเป็นขบวนการประชาชนรู้แจ้งที่ยั่งยืน ประกันให้ประชาชนชาวไทยเป็นผู้รู้แจ้งเสมอในเรื่องสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและชะตากรรมของประเทศชาติและประชาชน สำหรับติดตามดูแลตรวจสอบการปฏิบัติภารกิจของพรรคการเมืองรู้แจ้ง ทั้งในขณะที่ได้หรือไม่ได้เป็นพรรคบริหารประเทศ

การสร้างความรู้แจ้งเสมอในหมู่ประชาชน จะเป็นหลักประกันสำคัญอันดับหนึ่งในการป้องกันมิให้ประชาชนถูกหลอกขายเสียง ในกรณีที่มีพรรคการเมืองบางพรรคยังใช้วิธีการซื้อเสียง ในการแข่งขันเลือกตั้ง ซึ่งผิดกฎหมาย และไร้คุณธรรมในสายตาประชาชนรู้แจ้ง

ทำอย่างไรจึงจะทำให้พรรคการเมืองรู้แจ้ง มีคุณสมบัติพร้อมและสามารถปฏิบัติภารกิจได้ตามที่มวลประชามหาชนคาดหวัง?

ความจริง ปัญหานี้จะต้องรอให้คณะผู้ก่อตั้งพรรคเป็นผู้ตอบ แต่เมื่อวันนี้ยังมาไม่ถึง ผู้เขียนจะขอทำหน้าที่กล่าวเกริ่นนำร่องพอเป็นพิธี ตามความรู้ความเข้าใจเฉพาะตัว ซึ่งอาจห่างไกลจากความเป็นจริงอยู่มาก แต่ก็ถือว่าเป็นความพยายามเฉพาะตัวของผู้เขียนก็แล้วกัน

ความพยายามของผู้เขียนที่ว่า (ซึ่งก็เป็นไปในทำนองเดียวกันกับสุ้มเสียงของสังคมไทยที่เริ่มปรากฏชัดขึ้นในปัจจุบัน) ก็คือ "ลุ้น" ให้เกิดพรรคการเมืองประชาชนรู้แจ้ง พรรคการเมืองตัวแทนผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชน เพื่อสลายเงื่อนปมที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาก้าวหน้าของประเทศชาติ และความอยู่ดีมีสุขของประชาชนชาวไทย

นั่นคือ ก่อนอื่นใด พรรคการเมืองพรรคนี้ จะต้องประกอบไปด้วยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีอุดมการณ์สูงส่ง พร้อมอุทิศกำลัง ทั้งทางวัตถุและสติปัญญา ให้กับภารกิจทางประวัติศาสตร์ ในการสามัคคีประชาชนชาวไทยทุกฝ่าย ทุกฐานะ ชนชั้นและชั้นชน เข้าสู่ครรลองของการใช้อำนาจบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิผล เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างต่อเนื่องยาวนาน

เมื่อบุคคลและกลุ่มบุคคลผู้มีอุดมการณ์มาดมั่นเหล่านี้มารวมตัวกันเข้า บนฐานของขบวนการประชาชนรู้แจ้ง สิ่งแรกที่จะต้องทำ คือการสร้างความเข้าใจร่วมกันในสถานการณ์เป็นจริงของสังคมโลกและสังคมไทย สถานภาพของประเทศไทยและประชาชนไทยในปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การกำหนดภาระหน้าที่ แนวนโยบายในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การตื่นรู้ของประชาชาวไทย พัฒนาเครือข่ายประชาชนรู้แจ้ง ผนึกกันเข้าเป็นพลังสามัคคีที่ยิ่งใหญ่ สร้างเสริมความมั่นใจให้แก่ประชาชนไทยทั้งประเทศ ดึงดูดแรงสนับสนุนจากวงการต่างๆ อย่างกว้างขวาง และสร้างการยอมรับในระดับนานาชาติภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว

ถัดจากนั้น ดำเนินการจัดตั้งพรรคให้เข้มแข็ง สร้างเครือข่ายจัดตั้งพรรคให้ทั่วถึงทั้งในประเทศและต่างประเทศ พัฒนาบุคลากรหรือปฏิบัติงานของพรรคในระดับชั้นต่างๆ โดยเน้นเป็นพิเศษในด้านการพัฒนาคุณสมบัติของความเป็นพรรครู้แจ้ง สมาชิกพรรคและผู้ปฏิบัติงานของพรรคจะต้องเป็นบุคลากรโดดเด่นทางด้านปัญญารู้แจ้ง สามารถเป็นแกนนำสร้างฐานมวลชนรู้แจ้ง สามัคคีประชาชนรู้แจ้งเคลื่อนไหว ดำเนินกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนรู้แจ้ง เพื่อนำไปสู่การเกิดแนวคิดและปัญญา สำหรับแก้ไขปัญหาเป็นจริงของตนเองและของประเทศชาติต่อไป

สมาชิกพรรคและผู้ปฏิบัติงานของพรรค จะต้องเป็นแบบอย่างของความเป็นคนรู้แจ้ง สนใจเรียนรู้ทั้งทางทฤษฎีและความเป็นจริง มุ่ง "หาสัจจะจากความเป็นจริง" มีความสามารถในการทำงานความคิดและจัดศึกษาให้แก่มวลชน ดึงดูดมวลชนเข้าร่วมกระบวนการประชาชนรู้แจ้ง จนถึงขั้นพร้อมที่จะเข้าเป็นสมาชิกพรรค ร่วมขับเคลื่อนแนวนโยบายของพรรคในทุกระดับชั้นได้อย่างเป็นเอกภาพกัน

ในการนี้ สมาชิกพรรคและผู้ปฏิบัติงานของพรรค จะแสดงบทบาทเป็นแกนนำของพลังสามัคคีของประชาชนชาวไทย ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองภาคประชาชน เพื่อให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเป็นจริง ขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาทางการเมืองของไทยไปสู่ขั้นใหม่เป็นระยะๆ

ทั้งนี้ ก็เพื่อกรุยทางไปสู่การได้รับชัยชนะในการแข่งขันเลือกตั้ง อันเป็นขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับการก้าวไปสู่การเป็นพรรครัฐบาลบริหารประเทศ ตามกฎกติกาของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่ถือเอาเสียงประชาชนเป็นเสียงสวรรค์
กำลังโหลดความคิดเห็น...