xs
xsm
sm
md
lg

ข้อคิดของการบริหารแบบจีน

เผยแพร่:   โดย: สันติ ตั้งรพีพากร

หูเฉิงจง ผู้ก่อตั้งกลุ่มเต๋อลี่ซี ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าชั้นนำของจีน ได้สาธยายไว้ในหนังสือ "ว่าด้วยการบุกเบิกสร้าง กลุ่มธุรกิจ" (ฉี่เยี่ยจี๋ถวนช่วงซินลุ่น) ว่า กิจการหนึ่งๆ ไม่เพียงแต่ต้องมีระบบองค์กรหรือที่เรียกว่า "กลไก" ที่ดีเท่านั้น แต่ยังจะต้องมีกระบวนการบริหารที่มีประสิทธิภาพ หรือที่เรียกว่าการบริหารที่เป็นวิทยาศาสตร์ด้วย

ลำพังเพียงมีกลไกที่ดี ยังดีเพียงครึ่งเดียว จะต้องเสริมด้วยการบริหารที่ดีจึงจะเต็มร้อย จึงจะเกิดประสิทธิผลทางเศรษฐกิจที่สมบูรณ์

เขายกให้การบริหารแบบ "ดึง" เป็นตัวนำ คือดึงให้กระบวนการผลิตทุกส่วนมาเชื่อมกับใบสั่งซื้อสินค้า ให้ใบสั่งซื้อสินค้าเป็นใบออกคำสั่งการผลิต สั่งเท่าใดก็ผลิตเท่านั้น ซึ่งจะไม่มีสินค้าคงเหลือ เป็นการผลิตอย่างประหยัด ทั้งวัตถุดิบ เวลา สถานที่ และทรัพยากรทุกด้าน รวมทั้งกำลังคน เป็นวิธีการบริหารจัดการที่ใช้กันทั่วไปในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

พยายามให้จุดบกพร่องมีค่าใกล้ศูนย์

เขาบอกว่า จะต้องทำให้คุณภาพผลิตภัณฑ์มีจุดบกพร่องมีค่าใกล้ศูนย์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (เรียกว่าระบบ MPP)

ทำไมไม่ทำให้ผลิตภัณฑ์มีจุดบกพร่องเป็นศูนย์เสียเลย?

เขาให้เหตุผลว่า การคิดว่าสินค้ามีความสมบูรณ์ 100% มีค่าความบกพร่องเท่ากับ 0 ในทางทฤษฎีก็ผิดแล้ว ทั้งนี้เพราะในทางคณิตศาสตร์ นอกจากค่าศูนย์แล้ว ค่าจริงทั้งปวงมีค่าได้แค่ใกล้ศูนย์ ไม่มีทางเป็นศูนย์ได้เลย คือเป็นค่าเล็กลงไปถึงอินฟินิตี้ ก็ยังคงมีค่าในตัว มิใช่เป็นศูนย์ เช่น 0.1, 0.01, 0.001,.....0.00000000001 ถึงจะเล็กน้อยแค่ไหน ก็ยังไม่ใช่ศูนย์

นั่นคือระบบการผลิตที่มุ่งให้เกิดความบกพร่องน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ โดยถือเอาหน่วย "ล้าน" เป็นตัวตั้ง เช่น 50MPP หมายถึงในหนึ่งล้านชิ้น ยอมให้เกิดข้อบกพร่องได้ไม่เกิน 50 ชิ้น 10MPP ยอมให้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่สมบูรณ์เกิดขึ้นเพียง 10 ชิ้น

การที่จะทำให้สมบูรณ์ 100% โดยมีข้อบกพร่องเท่ากับศูนย์นั้น ไม่มีทางเป็นไปได้ในทางทฤษฎี

ด้วยเหตุผลดังกล่าว หูเฉิงจงจึงกำหนดให้ทำการรณรงค์ในการผลิต มุ่งให้คุณภาพผลิตภัณฑ์มีจุดบกพร่องเท่ากับศูนย์

อีกนัยหนึ่ง ตั้ง "0MPP" เป็นเป้า แล้วให้ทุกฝ่ายพยายามทำให้ถึง ซึ่งแม้จะไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ก็จะทำให้คุณภาพผลิตภัณฑ์มีจุดบกพร่องใกล้ศูนย์มากขึ้นทุกที

วิธีการนี้ แม้ว่าจะไม่มีทางทำได้ถึง 0MPP แต่ก็จะสามารถทำได้ตั้งแต่ 0.1MPP, 0.01MPP ไปจนถึง 0.001MPP หรือกระทั่งน้อยกว่านั้น

แนวคิดชี้นำก็คือ เราสามารถทำให้มีความบกพร่องน้อยที่สุด แม้ว่าจะไม่มีทางเป็นศูนย์ ทำให้เรามีกำลังใจ พยายามที่จะทำให้ดีขึ้นได้เรื่อยๆ

จะต้องให้ได้มาตรฐาน ISO จริงๆ

กลุ่มเต๋อลี่ซีได้มาตรฐาน ISO9001 ในปี ค.ศ. 1995 แต่หูเฉิงจงบอกว่า การรักษาคุณภาพสินค้าของเต๋อลี่ซีก็ยังไม่ถึงกับ "นิ่ง" ยังมีปัญหาการผลิตแบบฉาบฉวย

เมื่อวิเคราะห์หาสาเหตุแล้วพบว่า ซัปพลายเออร์ที่มีเส้นสายภายในเต๋อลี่ซีคือเจ้าปัญหา มีชิ้นส่วนที่ไม่ได้มาตรฐานปะปนเข้ามาในกระบวนการผลิตตลอดเวลา จึงได้ทำการสะสางซัปพลายเออร์ให้สะอาดหมดจด ยึดเอาคุณภาพผลิตภัณฑ์เท่านั้นเป็นตัวตั้งในการคัดกรองซัปพลายเออร์ของเต๋อลี่ซี

การผลิตอย่างประหยัดก็เป็นอีกเปราะหนึ่งที่สำคัญมากของเต๋อลี่ซี ต้องให้การผลิตทุกส่วน ทุกขั้นตอน สามารถใช้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ได้พอดิบพอดี ไม่มีส่วนขาดส่วนเกิน เล็กไปหรือใหญ่ไป เป็นต้น

ทีมงานคุณภาพสูงคือหัวใจ

หูเฉิงจงฟันธงว่า ไม่ว่าระบบทำงานของคุณจะวิเศษแค่ไหน หากทีมงานไม่ได้เรื่องก็ไร้ประโยชน์ การบริหารจะต้องถือเอาคนเป็นศูนย์กลาง ถือเอาการบริหารคนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเหตุว่า คุณภาพของคนของทีมงานคือตัวกำหนดสำคัญที่สุดว่า ผลิตภัณฑ์จะออกมาดี ได้มาตรฐาน เกิดประสิทธิผลทางเศรษฐกิจสูงสุดหรือไม่

ดังนั้น หากจะทำให้กิจการดำเนินไปได้ดี มีประสิทธิพลทางเศรษฐกิจสูง ก้าวไปสู่ความเป็นวิสาหกิจทรงคุณค่า ก็จะต้องเน้นพัฒนาคุณภาพของทีมงานเป็นอันดับแรก จะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดทีมงานทรงคุณภาพขึ้นในบริษัท กิจการของบริษัทจึงจะดำเนินไปได้ดีและยั่งยืน

เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายดังกล่าว สิ่งที่จะต้อง "จับให้มั่น" มีสามเรื่องด้วยกัน คือ 1. การเลือกคน 2. การบ่มเพาะคน และ 3. การใช้คน

โดยทุกขั้นตอนจะต้องตัดปัญหาเรื่อง "เส้นสาย" ออกไปให้หมดสิ้น

เขาบอกว่า โรงงานและบริษัทจีนจำนวนมากยังต้องปวดหัวกับบุคลากรประเภท "คนใน" ที่ทำงานไม่เก่งแต่กินเงินเดือนสูง มีปัญหาตามมาอีกมาก

สร้างกิจการให้ทะยานใหญ่ด้วย "5 สูง 1 ดัง"

ในปี ค.ศ. 1996 เต๋อลี่ซียึดแนวทางยุทธศาสตร์ที่กำหนดขึ้นโดยคณะกรรมการพรรคฯ (พรรคคอมมิวนิสต์จีน) และรัฐบาลเมืองเวินโจว ในการพัฒนาเมืองและกิจการให้เจริญรุ่งเรือง มีความทันสมัย ภายใต้คำขวัญ "เวินโจว เมืองคุณภาพ" "ธุรกิจก้าวไกลด้วยแบรนด์ดัง" ดำเนินการปรับโครงสร้างบริษัทให้เป็นกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ มีผลิตภัณฑ์หลากหลายภายใต้แบรนด์เนมเดียวกันคือ "เต๋อลี่ซี" ดำเนินยุทธศาสตร์สร้างแบรนด์อย่างจริงจัง ทั้งในด้านความดังและความน่าเชื่อถือ บุกเบิกตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ผลประกอบการในปีนั้น เพิ่มเป็น 1,400 ล้านหยวน ทำรายได้จากการส่งออกได้ทั้งหมด 15.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้นกว่า 1 เท่าตัว

ณ ตรงนั้น กลุ่มเต๋อลี่ซีได้ผงาดขึ้นเป็นกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่จีนที่น่าจับตามองที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน ได้รับการประกาศให้เป็นวิสาหกิจแนวหน้าของมณฑลเจ้อเจียง และเป็นวิสาหกิจชุมชนชั้นนำแห่งประเทศจีน

ทั้งหมดนี้ เป็นผลจากการดำเนินยุทธศาสตร์ "5 สูง 1 ดัง" ดังนี้

1. สร้างทีมงานคุณภาพสูง

การสร้างทีมงานคุณภาพสูง มีความสำคัญสูงสุดต่อการบริหารจัดการที่เป็นวิทยาศาสตร์ทรงประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยชี้ขาดในการแข่งขัน ทั้งนี้เพราะคุณภาพของคนกำหนดคุณภาพของผลิตภัณฑ์และคุณภาพของการทำงาน

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 เต๋อลี่ซีได้ปรับแนวคิดเน้นความสำคัญในด้านพัฒนาคุณภาพทีมงาน ถือเป็นยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาองค์กร โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติให้รับสมัครเจ้าหน้าที่ระดับกลาง ทั้งทางด้านเทคนิค การขาย การบริหารจัดการ และด้านกฎหมายปีละ 80 คน รับบุคลากรที่เพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรีและอาชีวะชั้นสูงปีละ 100 คน

ในปี 1996 บริษัทได้ส่งผู้จัดการโรงงานรวม 20 คนไปอบรมในหลักสูตรการบริหารพิเศษที่สถาบันการบริหารจีน-ยุโรปที่นครเซี่ยงไฮ้ เสริมความรู้และทักษะทางด้านการบริหารจัดการ ยกระดับความสามารถในการวางแผน เป็นต้น รวมทั้งจัดการอบรมในรูปแบบต่างๆ ให้แก่เจ้าหน้าที่จากแผนกต่างๆ อีกร่วม 4,000 คน เพื่อยกระดับทักษะและสำนึกในการทำงาน พร้อมกับจัดทำหลักสูตรอบรมพนักงานรุ่นใหม่โดยเฉพาะ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของทีมงานในอนาคต ซึ่งในปีนั้น อายุเฉลี่ยของผู้จัดการโรงงานเท่ากับ 32 ปี ร้อยละ 80 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี

ตามแผน เมื่อถึงปี 2000 เต๋อลี่ซีจะมีพนักงานที่จบระดับปริญญาตรีถึงร้อยละ 70 มีเจ้าหน้าที่ระดับกลางเป็นร้อยละ 10 ของพนักงานทั้งหมด คนเหล่านี้จะได้รับการปลูกฝังความคิดรักชาติ รักอาชีพการงาน มีความรับผิดชอบ เคารพกฎหมาย ขยันขันแข็ง รู้จักจัดการแก้ไขปัญหา มีความชำนาญด้านเทคนิค ประกอบกันเข้าเป็นทีมงานคุณภาพสูงของเต๋อลี่ซี

2. สร้างความสมบูรณ์ระดับสูงให้แก่กลไกบริหาร

กลไกบริหารที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงหรือไม่ ย่อมบ่งบอกถึงศักยภาพโดยรวมขององค์กร เต๋อลี่ซีกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนในการพัฒนากลไกบริหาร โดยเฉพาะกลไกตัดสินใจให้มีประสิทธิภาพสูง เพื่อบรรลุยุทธศาสตร์การ "สร้างองค์กรด้วยคุณภาพ สร้างธุรกิจด้วยแบรนด์ดัง"

ในการนี้ เต๋อลี่ซีได้ปฏิรูประบบบริหารให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น กำหนดให้คณะกรรมบริษัทนำเอาระบอบประชาธิปไตยรวมศูนย์มาใช้อย่างจริงจัง การตัดสินใจใดๆ จะต้องสะท้อนแนวคิดรวมหมู่ มิใช่จากคนคนเดียว ซึ่งเป็นวิธีการตัดสินใจของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่เชื่อกันว่ามีความเป็นประชาธิปไตย และเป็นวิทยาศาสตร์ที่สุด

เพื่อการนี้ เต๋อลี่ซีได้เชิญนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการบริหารและกำหนดแนวนโยบาย ทำการจัดตั้งศูนย์วิจัยการบริหารธุรกิจ รวบรวมข้อมูลข่าวสารของวงการธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ศึกษาประสบการณ์การบริหารจัดการของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก เก็บรวบรวมข้อมูล สำรวจวิจัยในระดับผู้ปฏิบัติงานพื้นฐานของบริษัท ใช้ทฤษฎีประสานการปฏิบัติ นำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ดำเนินการนวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านการบริหารจัดการ ให้เป็นไปตามความเรียกร้องต้องการของบริษัทที่ว่า "องค์กรบริหารมีประสิทธิภาพคุณภาพสูง กระบวนการบริหารเป็นวิทยาศาสตร์ยิ่งเทคนิคการบริหารเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ รูปแบบการบริหารมีความเป็นประชาธิปไตย และผู้บริหารมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ"

ทั้งนี้ ได้มีการจัดตั้งสำนักงานและคณะกรรมการขึ้นอีก 4 ชุด ภายใต้คณะกรรมการบริษัท จัดทำเอกสารการบริหารจัดการ 13 ชุด จัดวางระเบียบแบบแผนการบริหารจัดการอย่างเป็นมาตรฐานสากล ให้เกิดความเป็นบูรณาการทั่วทั้งกลุ่มบริษัท

ในการบริหารทั่วไป เน้นหนักในด้านการบริหารตรงจุดทำงาน บริหารจัดการต้นทุน ให้เกิดประสิทธิผลจากการบริหารจัดการอย่างชัดเจน นอกจากนั้น ได้จัดทำระบบกระตุ้นและจูงใจให้พนักงานทำงานเต็มประสิทธิภาพ มุ่งบูรณาการข้อดีของระบบต่างๆ เข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน ครอบคลุมกระบวนการพัฒนาศักยภาพขององค์กร สามารถปรับตัวเข้ากับกระบวนการพัฒนาของเศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยมจีนได้มากที่สุด

3. เน้นการลงทุนที่มีการใช้เทคโนโลยีสูง

เต๋อลี่ซีให้ความสำคัญต่อการใช้วิทยาการสมัยใหม่ เห็นว่า "วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเป็นพลังการผลิตอันดับหนึ่ง" ดำเนินการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีระดับสูงมาตั้งแต่กลางทศวรรษ ค.ศ. 1990 เพื่อผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ขายง่าย ได้กำไรงาม เป็นผลิตภัณฑ์ทดแทนการนำเข้าได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสามารถเจาะตลาดในต่างประเทศได้อีกด้วย

ยุทธศาสตร์การลงทุนของเต๋อลี่ซีจึงเป็นไปในรูป ลงทุนมากในด้านวิทยาศาตร์เทคโนโลยีระดับสูง เกิดการผลิตเชิงปริมาณและเป็นระบบสูง ผลิตภัณฑ์ของเต๋อลี่ซีจึงสามารถเอาชนะคู่แข่งในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ก้าวขึ้นเป็นผู้นำของตลาดในประเทศ และออกสู่ตลาดต่างประเทศ จนกระทั่งเต๋อลี่ซีได้รับเลือกให้เป็นผู้สนองผลิตภัณฑ์แก่ศูนย์อวกาศจิ่วเฉวียน ที่ส่งยานอวกาศ "เสินโจว" พร้อมนักบินอวกาศขึ้นสู่วงโคจรเป็นผลสำเร็จในเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 2003

เพื่อการนี้ เต๋อลี่ซีได้จัดสรรงบประมาณก้อนใหญ่ไปในการลงทุนทุกปี ขยายงานด้านวิจัยและพัฒนา ทำข้อตกลงร่วมมือกันกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของมณฑลเจ้อเจียง มณฑลฝูเจี้ยน เป็นต้น ในการคิดค้นและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

4. ก้าวไปสู่ความเป็นองค์กรที่มีความคล่องตัวสูง

ในยุคโลกาภิวัตน์ การแข่งขันในตลาดไร้พรมแดนเข้มข้นยิ่ง เต๋อลี่ซีจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์องค์กร หลักๆ คือ "ทำให้เป็นองค์กรขนาดใหญ่ เป็นแบบผสมผสาน ขับเคลื่อนด้วยทุน ครอบคลุมทั้งโลก โลดแล่นในตลาดสากล"

5. สร้างเครือข่ายสารสนเทศที่ทรงประสิทธิภาพสูง

เพื่อให้ทันกับจังหวะก้าวการปฏิวัติทางด้านสารสนเทศของโลก เต๋อลี่ซีให้ความสำคัญต่อการจัดทำระบบสารสนเทศ ที่สามารถได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว โดยเชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศโลกอย่างรอบด้าน ทั้งในเรื่องเฉพาะทางและเรื่องทั่วไป มีการเชื่อมโยงระบบข่าวสารเฉพาะทางตรงจากบริษัทต่างประเทศถึงเต๋อลี่ซี สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะ

"1 ดัง" หมายถึงความดังของ "แบรนด์" เต๋อลี่ซี ความดังของ "คน" เต๋อลี่ซี และความดังของ "ผลิตภัณฑ์" เต๋อลี่ซี การสร้างความดังความน่าเชื่อถือให้แก่สามปัจจัยนี้ ก็คือการสร้างสมคุณค่าและมูลค่าโดยรวมของเต๋อลี่ซีนั่นเอง

ปัจจุบัน เต๋อลี่ซีได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากการรับรองขององค์กรและสถาบันระดับโลก และจากลูกค้าโดยตรง
กำลังโหลดความคิดเห็น...