xs
xsm
sm
md
lg

"โยโย่ หม่า" กับ "Moricone"

เผยแพร่:   โดย: ต่อพงษ์ เศวตามร์

ช่วงนี้เงินไหลออกจากกระเป๋าเป็นน้ำเชียวครับ เพราะ อัลบั้มดีๆ ออกมาให้ฟังกันไม่เว้นทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อ "ดิ อีเกิ้ลส์" มาเยือนไทย ทางวอร์เนอร์ก็ปั๊มงานเก่าของดิ อีเกิ้ลส์ ออกมาขายกันครบชุดทีเดียว ถ้าถามผม เก็บเฉพาะชุดคอนเสิร์ตปกแดงที่เป็นอัลบั้มคู่ เท่านี้ก็พอแล้ว

แต่ถ้าติดใจความเจ๋งของพวกเขาจากคอนเสิร์ต ก็ไล่เก็บอัลบั้มของพวกเขาได้ตามอัธยาศัย

แต่ล่าสุดน่าสนใจมากสำหรับคนที่ชอบฟังอะไรเพราะๆ ชนิดเคลิ้มไปถึงฝันกันทีเดียว จะอะไรเสียอีกถ้าไม่ใช่เสียงเชลโล่หวานๆ ของ "โยโย่ หม่า" ซึ่งประกอบกับดนตรีหวานๆ แต่เข้มข้นในอารมณ์ของ "เอ็นนิโอ้ มอนิโคเน่"

ชื่อของ Ennio Morricone ไม่ใช่ขี้ไก่สำหรับเพลงประกอบหนัง เพราะเขาเองมีลายแทงที่ผมคิดว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำตัว

มอนิโคเน่นั้นแจ้งเกิดจากหนังตะวันตกประเภทคาวบอยสปาเก็ตตี้ แต่ที่คนไทยมาชอบจริงๆ จังๆ กลับมาจาก เพลงธีมที่มีความอ่อนหวาน ปนความเศร้า ชวนให้เราคิดถึงเหตุการณ์งามๆ หรือ ช่วงเวลาโรแมนติกเมื่อครั้งอดีต ผ่านกลุ่มเครื่องสายและบางครั้งก็จะมีไวโอลินสวยๆ งามๆ มาให้เราฟังกันเสมอ

สุดท้ายก็คือ กลิ่น และรสในเมโลดี้ของเขานั้น นำให้เรานึกถึงคนอิตาลีอย่างน่าประหลาด...สิ่งเหล่านี้คือเครื่องหมายการค้าของมอริโคเน่

ผลงานระดับมาสเตอร์ พีซ ของเอ็นนิโอ้ ก็คือ The Mission,Cinema Paradiso,Legend Of 1900 Once upon a Time in the West ฯลฯ แน่นอนมันก็ไพเราะทุกชิ้น

แต่คนหนึ่งที่คิดว่า มันน่าจะไพเราะยิ่งกว่านี้ถ้าได้บรรเลงโดยเครื่องดนตรีที่โรแมนติกๆ พวกที่สนใจเพลงของมอริโคเน่ส่วนมากจะเป็นนักดนตรีคลาสสิกระดับโลกอาทิ Isaac Stern มือไวโอลินก็เคยเอางานของเขามาบรรเลงผ่านไวโอลินมาแล้ว ล่าสุดอีกคนที่ใจตรงกันก็คือ โยโย่ หม่าที่เอาเพลงของ มอริโคเน่ มาทำโดยอาศัยเชลโล่เสียงหวานของเขาเป็นพระเอก

งานนี้ก็เป็นเรื่องสิครับ เพราะ ผลงานของหม่าที่ผ่านการดูและประสานงานของมอริโคเน่ ถือได้ว่าเกินคาดหมาย ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะอารมณ์ของเชลโล่มันหม่นๆ เข้ากับโทนเพลงของมอริโคเน่ได้อย่างดี พูดง่ายๆ ก็คือ ตอนเศร้าก็เศร้าเสียน้ำตาหยด ตอนไม่เศร้าก็หวานเสียจนอยากจะละลายตรงนั้น

ใครที่ชอบงานกลมกล่อมระดับที่ทำให้ตาเยิ้มตลอดเวลาที่ฟัง...ต้องไม่พลาด

ก่อนจบขอเขียนถึงเพลงประกอบจากหนังสวยๆ ที่มีซูเปอร์แมนผู้ล่วงลับอย่าง คริสโตเฟอร์ รีฟ เล่นเสียหน่อย ในฐานะของแฟนคนหนึ่งของรีฟ ก็อยากจะให้ท่านผู้อ่านลองไปหาอัลบั้มซาวด์แทร็กของภาพยนตร์เรื่อง Somewhere in time มาลองฟังกันดู

หนังเรื่องนี้ รีฟฟ์ เล่นค่อนข้างแข็ง แต่บทมันส่งมากๆ ในฐานะของคนที่สามารถเดินทางย้อนเวลาได้โดยอาศัยจิตของตัวเองนี่แหล่ะครับเป็นเครื่องมือ และผลของการย้อนเวลาได้นี่เองทำให้เขาไปพบกับนางเอกละครคนหนึ่งในอดีตซึ่งแสดงโดย เจน ซีมัวร์

ผลก็คือ ...แล้วเขาและเธอก็รักกัน

ทั้งคู่หล่อและสวย...ผมยังจำภาพหนึ่งที่ รีฟ ลอยเรือกับ เจน ซีมัวร์ ได้ถนัดนัก เพราะ รีฟ ฮัมเพลง Rhapsody in the theme of Paganini ซึ่งเขียนโน Rachmaninov ได้ดี เพลงนั้นไพเราะมากๆ ถึงขนาดนางเอกของเรื่องยังต้องถามพระเอกว่า เพลงอะไรคะ เพราะจัง

พระเอกก็บอกไป...นางเอกก็ทำหน้าสงสัยว่า ทำไมถึงไม่มีคนรู้จักนักแต่งเพลงคนนี้?

และ จอห์น แบรี่ ก็เอาเพลงนี้มาเขียนใหม่ ต่อเติมจนกลายเป็นเพลงประกอบหนังที่ผมว่าหวานที่สุดอัลบั้มหนึ่งในโลก พอๆ กับงานหวานๆ ของเขาอย่าง Out of Africa

ลองไปหามาฟังดูกันครับ อาจจะทำให้ลืมภาพของรีฟในฐานะชายผู้ใส่กางเกงในแดงแจ๋และใส่เสื้อเบอร์เอส แต่จะจดจำเขาในฐานะหนุ่มโรแมนติกที่สร้างตำนานรักข้ามมิติขึ้นมาก็เป็นได้
กำลังโหลดความคิดเห็น...