xs
xsm
sm
md
lg

"วีระ อารีรัตนศักดิ์" การันตี “เน็ตแอพ” ลงทุนไทยเพิ่มฉลุย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


วีระ อารีรัตนศักดิ์
เปิดมุมมอง "วีระ อารีรัตนศักดิ์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตแอพ ประจำประเทศไทย อินโดจีน และฟิลิปปินส์ ที่การันตีว่าการลงทุนและการขยายธุรกิจในประเทศไทยช่วงปีนี้ยังเพิ่มต่อเนื่องไม่มีเบรก ยืนยันมีความต้องการล้นหลามในตลาดช่วงโควิด-19 แม้จะมองปีที่ 13 ของตัวเองในชายคาเน็ตแอพว่าเป็นปีที่ท้าทายกว่าทุกปี

แต่เดิม เน็ตแอพเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มบริการจัดการข้อมูลขององค์กรที่เน้นจัดการข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ หรือ on prem วีระชี้ว่า 3 ปีที่ผ่านมา เน็ตแอพทรานส์ฟอร์มตัวเองเป็นคลาวด์โซลูชันที่โฟกัสการจัดการข้อมูลที่กระจัดกระจายบนคลาวด์หลายเจ้า เป็นการนำพาตัวเองไปอยู่บนคลาวด์เต็มตัว และรองรับเจ้าใหญ่ทั้ง AWS, Azure และ Google Cloud ซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นตามสิ่งที่เน็ตแอพพูดมาตลอด นั่นคืออุตสาหกรรมวันนี้กำลังมุ่งไปยังคลาวด์ที่เป็น hybrid multi-cloud ซึ่งลูกค้าจะเลือกใช้หลากหลายค่ายตามความต้องการที่ชัดเจน เน็ตแอพจึงให้ความสำคัญกับการช่วยให้ลูกค้าย้ายจาก on prem มาขึ้นคลาวด์ แล้วก็สามารถเอากลับลงมาได้ หรือย้ายไปคลาวด์อีกเจ้าหนึ่งได้สะดวก

จากผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 63 เน็ตแอพทำรายรับสุทธิทั่วโลกเพิ่มขึ้นเบาๆ 11% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน คิดเป็นเงิน 1,560 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.1 หมื่นล้านบาท
วิสัยทัศน์นี้ได้รับผลตอบรับดีมากในปีที่ผ่านมา จากผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 63 เน็ตแอพทำรายรับสุทธิทั่วโลกเพิ่มขึ้นเบาๆ 11% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน คิดเป็นเงิน 1,560 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.1 หมื่นล้านบาท ผลงานเด่นคือรายรับจากโซลูชันกลุ่มคลาวน์สาธารณะ (Public Cloud) ของเน็ตแอพ เพิ่มขึ้น 171% คิดเป็นเงิน 301 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,911 ล้านบาท) การเติบโตนี้คาดว่าจะต่อเนื่องถึงครึ่งปีหลัง ต่อยอดจากต้นปีที่เน็ตแอพวางแผนไว้

****โควิด-19 ระลอกใหม่ ทั้งมีผลและไม่มีผล

วีระ ประเมินว่า เน็ตแอพได้รับผลกระทบแง่ลบน้อยมากจากโควิด-19 การระบาดทำให้กลุ่มตลาดของเน็ตแอพเติบโตเต็มที่ รับกับการเตรียมพร้อมให้พนักงานเน็ตแอพ work from home และประชุมแบบเวอร์ชวล ซึ่งช่วยให้วีระทำงานได้มากกว่าเดิม สามารถประชุมได้มากขึ้น 8 นัดต่อวันเพราะไม่ต้องเดินทาง

"เราเป็นบริษัทดิจิไทซ์อยู่แล้ว ทำให้ไม่ติดขัด แต่เป็นโอกาสดี ในความเป็นจริงหลายธุรกิจก็ได้ประโยชน์จากตรงนี้ เช่น ธุรกิจเดลิเวอรี และหลายองค์กรที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ เช่น ธนาคารที่ให้บริการ digital banking กับ mobile banking จนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งถ้าถามผม คิดว่าคงจะช่วยผลักดันให้เกิดการปรับตัว ซึ่งน่าจะลำบากหากปรับตัวตามไม่ทัน"

วีระยืนยันว่าก้าวใหม่สำหรับเน็ตแอพปีนี้คือการลงทุนที่มากขึ้น
วีระมั่นใจว่าไม่เห็นกระแสด้านลบชัดนักในฐานะโซลูชันโพรไวเดอร์ แม้บาง segment ของธุรกิจจะชะลอการลงทุนบ้าง แต่ในกลุ่มธนาคารสถาบันการเงินและการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ธุรกิจชิปหรือธุรกิจส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ล้วนเติบโตต่อเนื่อง สวนทางกับภาคการผลิตที่ไม่ใช่กลุ่มไฮเทค โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา segment ที่เติบโตที่สุดคือ ธนาคาร รองลงมาคือภาคการผลิตที่เป็นไฮเทค และตลาดภาครัฐที่ทำทรานส์ฟอร์เมชันจนเร่งการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของโควิด-19 มีผลกระทบต่อการลงทุนมากกว่าปีที่แล้ว และช่วง 3 เดือนข้างหน้า ยังต้องรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นและจะต้องปรับเกมอย่างไรต่อไป

“ที่สุดแล้ว ความท้าทายปีนี้ยังคงเป็นโควิด-19 ที่เกิดตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว และเราเคยคาดว่าจะจบเร็วใน 1 ปีครึ่ง แต่ตอนนี้ยังไม่จบ เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อการลงทุนบางส่วน เช่น ภาครัฐที่จะต้องลงทุนในเรื่องวัคซีนหรือเรื่องที่จำเป็นก่อนโครงการอื่น อาจจะมีผลกระทบกับบางโครงการ แต่ขณะนี้ยังเห็นภาคการผลิตกลุ่มไฮเทคที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงการทำงานแบบเวิร์กฟอร์มโฮมที่จะต้องใช้เครื่องมากขึ้น ขณะที่ภาคการเงินและทางธนาคารจะต้องลงทุนต่อเพราะทุกแบงก์จะต้องเพิ่มการแข่งขัน"

การเติบโตของเน็ตแอพเติบโตทั้งในตลาดโลกและตลาดไทย วีระ ชี้ว่าธุรกิจคลาวด์ในประเทศไทยขยายตัวต่อเนื่องเพราะหลายบริษัทไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องการลดต้นทุนเหมือนในอดีต แต่วันนี้บริษัทมองเป็นการตอบโจทย์เรื่องความเร็วในการขยายบริการ ทำให้ตลาดคลาวด์เติบโตต่อเนื่องจากปัจจุบัน

"ตลาดคลาวด์วันนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ infrastructure, application และ service การสำรวจพบว่าเม็ดเงินลงทุนในตลาดคลาวด์ 50% เป็นส่วนของ infrastructure ในส่วนของเน็ตแอพ นอกจากจะอยู่ในเซกเมนต์ infrastructure ที่เน้น hyper scater แต่เรายังเป็น hybrid multi cloud application เพราะมีการควบรวมกับ Spot"

องค์กรไทยสนใจทดลองใช้บริการ Spot
วีระเผยว่า Spot มีแนวโน้มที่ดีและเริ่มมีการทดลองให้บริการแล้วในตลาดไทย เนื่องจากบริษัทไทยเริ่มเข้าใจว่าการจัดการคลาวด์ที่ไม่ดี จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นเกิดจำเป็น บริการ spot ของเน็ตแอปจะช่วยวิเคราะห์การใช้งานของลูกค้า และบริหารจัดการให้คุ้มค่าที่สุด เมื่อสรุปแล้วว่าค่าใช้จ่ายลดลงเท่าใด Spot จึงจะคิดค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 18 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนที่ลดลงไป

ความสนใจทดลองใช้บริการ Spot สะท้อนเห็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นในตลาดไทยขณะนี้ คือองค์กรไม่เพียงเริ่มมองข้ามการลดต้นทุน เพื่อไปเน้นที่ความเร็วในการขยายบริการได้เร็วเท่านั้น แต่จะต้องออกจากคลาวด์ที่ไม่คุ้มค่าได้ด้วย ค่าใช้จ่ายบนคลาวด์จะต้องเกิดประโยชน์สูงสุด และ hybrid multi cloud ก็จะยังต้องใช้อยู่

"สิ่งสำคัญคือต้องคาดการณ์ work load ให้ได้ การขึ้นคลาวด์ทำให้สามารถจ่ายต้นทุนค่าบริการแบบ pay per use ก็จริง แต่หลายบริษัทยังไม่เลิกซื้อเซิร์ฟเวอร์ on Prem ตรงนี้จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม นั่นคือกลุ่มบริษัทที่เริ่มให้บริการบนคลาวด์นับตั้งแต่แรกเริ่ม และองค์กรเก่าแก่ซึ่งก่อนหน้านี้มีการซื้อ server อยู่แล้ว องค์กรแบบหลังจะไม่ไปคลาวด์ทั้งหมด แต่จะต้องใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายเพื่อต่อยอดธุรกิจในยุคดิจิทัล"

****พม่าท้าทาย เวียดนามโตเร็ว

วีระย้ำว่า เป้าหมายปีนี้ของเน็ตแอพคือการเติบโตต่อเนื่องจากตัวเลข 11 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตลาดรวมทั้งอินโดจีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ถือว่ายังเติบโตในขณะนี้ สำหรับพม่าในช่วงก่อนเกิดการปฏิวัติถือว่ามีการเติบโตสูงมาก แต่ขณะนี้ชะลอตัวลงไปจนคาดเดาไม่ได้ ตลาดพม่าจึงเป็นความท้าทายกว่าเดิม

สำหรับเวียดนาม วีระระบุว่า มีการเติบโตสูงกว่าประเทศไทยเนื่องจากการเติบโต GDP ในเวียดนามนั้นสูงสุดในอาเซียน เวียดนามยังคงมีการลงทุนหลากหลายทางด้านสถาบันการเงินและภาครัฐ รวมถึงตลาดภาคการผลิต ที่ทำให้เวียดนามมีปัจจัยบวกที่มากกว่า

ขณะเดียวกัน เวียดนามเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่มาก แม้จะมีข่าวว่าเดือนมิถุนายนเริ่มมีการระบาดในพื้นที่โฮจิมินห์ซิตีทางใต้ของประเทศ แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ และไม่กระทบต่อ GDP ที่สูงเกินกว่าประเทศอื่น


จุดแข็งของเน็ตแอพที่วีระมั่นใจคือการเป็นเจ้าเดียวที่มีโซลูชันที่มีบน AWS, Azure และ Google Cloud รองรับหลากหลายโดยเฉพาะเรื่อง infrastructure ที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถทุกอย่างได้ทันกำหนด สามารถย้ายขึ้นลงได้ไม่จำกัด และยังสามารถมอบทางออกให้ลูกค้า ย้ายออกไปคลาวด์ที่ต้องการได้โดยที่ผลกระทบน้อยที่สุด

ปัจจุบัน เน็ตแอพยังไม่เป็นพันธมิตรกับคลาวด์ฝั่งตะวันออก โดยยังเน้น 3 เจ้าหลักที่มีผู้ใช้งานมากเป็นระดับ hyperscale แต่มีการร่วมมือกับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลคัลในไทยเต็มที่

"ก้าวใหม่สำหรับปีนี้คือการลงทุนที่มากขึ้น เน็ตแอพวางแผนเพิ่มบุคลากรมากขึ้น 30% ในไทย คู่กับการเน้นการพัฒนาสินค้าที่โฟกัสคลาวด์มากขึ้น ขณะเดียวกัน จะเพิ่มคู่ค้า เพิ่มพาร์ตเนอร์รายใหม่ที่เน้นทำคลาวด์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมจากพันธมิตรคุณภาพที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยจะเน้นกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์โซลูชันในระดับโลคัลพาร์ตเนอร์ สุดท้ายคือการมองหาเวิร์กโหลดใหม่ เช่น AI และ ML ที่จะขยายฐานตลาดได้อีก"

ที่สุดแล้ว วีระที่ปักหลักใต้ชายคาเน็ตแอพเข้าปีที่ 13 มองว่าตลาดไอทีเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ภาพการเปลี่ยนแปลงและการถูกดิสรัปของอุตสาหกรรม สะท้อนว่ายังมีความท้าทายอื่นที่ไม่ใช่เหตุการณ์ซึ่งโลกไม่เคยพบอย่างโควิด-19 แม้สิ่งที่ทำให้คนทั้งโลกต้องหยุดเดินทางและไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจะท้าทาย แต่ก็ยังมีความท้าทายอื่นที่รออยู่

"ความท้าทายก็คือการดิสรับชันที่เยอะไปหมด” วีระทิ้งท้าย ดังนั้นทุกองค์กรจงลงทุนและก้าวต่อไปให้ฉลุยได้มากเท่าที่จะทำได้
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...