xs
xsm
sm
md
lg

ช้อปปิ้ควงกสิกรไทย นำร่องโซลูชันเงินกู้ออนไลน์ ดันยอดสินเชื่อ K PLUS ทะลุหมื่นล้านบ.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายพัชร สมะลาภา (ขวา) กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และนายเทอเรนซ์ แพง (ซ้าย) ประธานฝ่ายปฏิบัติการ ช้อปปี้
เปิดศักราช “ช็อปปิ้” (Shopee) ลุยบริการเงินกู้ธุรกิจออนไลน์ จับมือกสิกรไทยพัฒนาโซลูชันการเงินให้ผู้ค้าไทยบนช้อปปี้กู้เงินสูงสุด 6 แสนบาทแบบไม่ต้องยื่นเอกสารกระดาษและไม่ต้องใช้หลักประกัน ผุดปุ่มกู้เงินในแอป Shopee สำหรับผู้ขายแต่กำหนดขั้นตอนสินเชื่อต้องทำผ่านแอป K PLUS ไม่เผยเป้ายอดปล่อยกู้แต่หวังสางปมผู้ขายออนไลน์ให้เติบโตได้ เบื้องต้นกสิกรฯคาดปีนี้ยอดปล่อยกู้ผ่านแอป K PLUS ทะลุหลัก 1 หมื่นล้านบาทจากยอดสินเชื่อรวม 7 หมื่นล้านบาทปีนี้ มั่นใจปีหน้ายอดเงินกู้ดิจิทัลพุ่งแตะ 5 หมื่นล้านบาท

นายเทอเรนซ์ แพง ประธานฝ่ายปฏิบัติการ ช้อปปี้ เปิดเผยว่าปัจจุบัน ช้อปปี้เป็นแอปพลิเคชันอีคอมเมิร์ซที่มียอดดาวน์โหลด 30 ล้านครั้งในประเทศไทย มีผู้ขายชาวไทย 750,000 ราย ถือเป็นตลาดใหญ่ที่กำลังขยายตัว แต่การขยายตัวนี้พบว่าผู้ขายมีปัญหา จึงมั่นใจว่าการร่วมมือกับธนาคารใหญ่จะทำให้ผู้ขายไทยได้ประโยชน์จากความง่ายของบริการสินเชื่อ คาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีบนแพลตฟอร์ม

“เชื่อว่าผู้ขายจำนวนมากจะสนใจให้บริการนี้ และจะส่งให้จำนวนผู้ค้าบนช้อปปี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังจากปีที่ผ่านมาขยายตัวมาตลอด”

ความร่วมมือระหว่างกสิกรไทยและช้อปปี้ จะส่งผล 3 ด้าน คือ 1. ร้านค้าบนแพลตฟอร์มของช้อปปี้ จะมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนจาก “เงินกู้ธุรกิจออนไลน์” (MADFUND) ของกสิกรไทย ไม่ต้องยื่นเอกสาร ไม่ต้องมีหลักประกัน แต่ต้องสมัครผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS ซึ่งจะคัดกรองผู้รับสินเชื่อจากข้อมูลรายได้ และพฤติกรรมการค้าขายอื่น ๆ ประกอบกัน วงเงินอนุมัติสูงสุด 600,000 บาท 2. ร้านค้าบนช้อปปี้จะมีโอกาสใช้บริการ MADHUB โครงการที่กสิกรสร้างมาเพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์รับความช่วยเหลือเรื่องประกอบธุรกิจแบบครบวงจร ทั้งรับคำแนะนำ อ่านความรู้ ค้นหาหลักสูตรงานสัมนา และสิทธิพิเศษครบวงจร เช่น โปรโมชันเรื่องการซื้อโฆษณา และการขนส่ง ซึ่งกสิกรไทยมีการเป็นพันธมิตรกับไปรษณีย์ไทยและเคอร์รี่ ให้ส่วนลดกับผู้ค้าที่จ่ายค่าบริการผ่านบัตรกสิกรฯ

และ 3. ความร่วมมือนี้ที่ทำให้ธนาคารกสิกรไทยเป็นพันธมิตรหลักรายสำคัญ (Hero Partner) ผู้ซื้อช้อปปี้ที่จ่ายผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทยจะได้รับโปรโมชั่นพิเศษกว่าจ่ายด้วยบัตรอื่น โดยจะได้รับส่วนลดและ Shopee Coins เพิ่มขึ้นพิเศษจากโปรโมชั่นปกติที่ให้ในช่วงโปรโมชั่นประจำเดือนแต่ละเดือน

ไม่เผยเป้าหมาย

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่ายังไม่มีการวางเป้าหมายจำนวนการขอสินเชื่อผ่านความร่วมมือนี้ เบื้องต้นคาดหวังเพียงให้ผู้ค้าออนไลน์แก้ปัญหาที่พบ และขยายธุรกิจต่อไปได้ จุดนี้พัชรยอมรับว่าความร่วมมือระหว่างกสิกรไทยกับช้อปปี้ไม่ใช่ความร่วมมือแบบ exclusive เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายต้องการให้โอกาสและให้ทางเลือกแก่ผู้ค้าอย่างเสรี ซึ่งจุดขายที่กสิกรไทยจะเน้นย้ำ คือการที่ K PLUS เป็นแอปพลิเคชันที่มีผู้ค้าออนไลน์ในระบบมากที่สุด 1.2 ล้านราย

“เรามีแผนขยายความร่วมมือตลอดเวลา ความเคลื่อนไหวอื่นช่วงปลายปีน่าจะไม่มีแล้ว รอปีหน้าเลย ใครมาร่วมกับเราก็รับหมด เราไปขอร่วมมือกับทุกแพลตฟอร์มเจ้าใหญ่ ช่วงซอฟต์ลอนช์ทดลองระบบกับผู้ค้า 5,000 รายแล้ว ยังไม่ตั้งเป้ายอดผู้ขอสินเชื่อจากโครงการนี้”

ปัจจุบัน ผู้ใช้ K PLUS มีจำนวนราว 11 ล้านคน ในจำนวนนี้ไม่มีการบันทึกสถิติจำนวนผู้ใช้ที่เป็นผู้ค้าออนไลน์บนช้อปปี้ เบื้องต้นผู้บริหารยอมรับว่าการประเมินตลาดผู้ขอสินเชื่อกลุ่มผู้ค้าบนระบบช้อปปี้นั้นทำได้ยาก เนื่องจากผู้ค้าบางส่วนอาจระบุอาชีพตัวเองเป็นนักเรียน พนักงานเอกชน หรืออาชีพอิสระ ซึ่งทุกรายสามารถนำเงินกู้ส่วนบุคคลหรือส่วนใดมาใช้ก็ได้

ดอกเบี้ยสินเชื่อเงินกู้ออนไลน์ในโครงการนี้ถูกการันตีว่าอยู่ในระดับต่ำสุด 9-12% ต่ำกว่ามาตรฐานในขณะที่วงเงิน 6 แสนบาทถือว่าเป็นไปตามมาตรฐาน คุณสมบัติของผู้กู้จะยึดหลักพิจารณาบางส่วนจากระยะเวลาการขาย ซึ่งหากเป็นผู้ค้าที่ขายมานาน อาจได้โอกาสกู้ได้มากกว่าผู้ขายรายใหม่ โดยอาจเพิ่มโอกาสกู้ได้มากขึ้นหากมีหลักประกันเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารกสิกรไทยมองว่าสินเชื่อกู้ออนไลน์ควรมีระดับดอกเบี้ยในอัตราที่เท่ากันกับการกู้ออฟไลน์ เนื่องจากแม้การกู้ออนไลน์เป็นการกดยอมรับผ่านโทรศัพท์มือถือ และการกู้ออฟไลน์จะเป็นการเขียนใบสมัครบนกระดาษ แต่สุดท้ายแล้วลูกค้าก็จะเป็นคนเดียวกัน การกู้ผ่านระบบดิจิทัลจึงไม่ได้หมายถึงความเสี่ยงที่น้อยกว่า เพียงแต่เป็นการขอสินเชื่อที่สะดวกมากกว่า และทั้งหมดจะทำบนระบบเดียวกัน ดังนั้นจึง “น่าที่จะต้องใช้ระดับดอกเบี้ยเดียวกัน”

กู้ออนไลน์ทะลุหมื่นล้านบาทปีนี้

สำหรับปีนี้กสิกรไทยเชื่อว่ายอดปล่อยกู้ที่เกิดจากการกดผ่านแอป K PLUS บนโทรศัพท์มือถือจะมีมูลค่า 1 หมื่นล้านบาทจากทั้งหมด 7 หมื่นล้านบาทที่จะเป็นยอดปล่อยกู้ในปี 62

“ยอดกู้ digital ตอนนี้เกินครึ่งทางแล้ว (เกิน 5 พันล้านบาท) รายได้ดอกเบี้ย 9-12% จากลูกค้ากลุ่มนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อผลประกอบการรายไตรมาสของกสิกรไทย เนื่องจากเป็นกลุ่มเงินกู้ที่คิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน และผู้กู้หลายรายนิยมกู้ระยะสั้น จึงไม่มีผลได้เสียจากผลประกอบการโดยรวมของกสิกรฯ” พัชร ระบุ “ปีหน้าจะเป็นปีที่ยอดปล่อยกู้ผ่านระบบดิจิทัลเริ่มมีผลได้เสียกับผลประกอบการ เพราะมูลค่าการกู้ผ่านระบบดิจิตอลมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจาก 1 หมื่นล้านเป็น 5 หมื่นล้านบาท”

นายพัชรปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 3 ของกสิกรไทย ระบุเพียงว่ามีแนวโน้มที่รายได้ในธุรกิจสินเชื่อจะลดลง เนื่องจาก mrr ในไตรมาส 3 ลดลง ต่างจากไตรมาส 2 ที่ตัวเลขไม่มีการปรับลด โดยมองว่าการลดดอกเบี้ยไม่ได้ช่วยเหลือเศรษฐกิจประเทศไทยให้ดีขึ้น แต่สามารถช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยได้ตามที่แบงค์ชาติตั้งความหวังไว้.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...