xs
xsm
sm
md
lg

LINE ถอดบทเรียน สตาร์ทอัป ยูนิคอร์น เกาหลีใต้ (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เจเดน คัง  รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ LINE ประเทศไทย หัวเรือใหญ่ของโปรเจค LINE ScaleUp
แม้ว่าในเวลานี้ประเทศไทย จะยังไม่มีสตาร์ทอัประดับยูนิคอร์น (Unicorn) หรือสตาร์ทอัปที่มีมูลค่าบริษัทเกิน 1 พันล้านเหรียญ เพราะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของแวดวงสตาร์ทอัป จึงนัลเป็นช่วงสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันเพื่อผลักดันให้เกิดยูนิคอร์นตัวแรกในประเทศไทย

ในส่วนของการสนับสนุนสตาร์ทอัปประเทศไทย ในอุตสาหกรรมเวลานี้ต่างเริ่มเห็นโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัป ไปจนถึงโครงการที่จะช่วยยกระดับสตาร์ทอัปให้เข้าสู่ตลาดระดับภูมิภาค และระดับโลกต่อไป โดย LINE Scaleup ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่วางเป้าหมายไว้ว่าจะพาสตาร์ทอัปไทยให้ไปสู่ยูนิคอร์นให้ได้

หนึ่งในสิ่งที่ LINE ทำคือการพาสตาร์ทอัปที่เข้าร่วมโครงการ ได้ไปเรียนรู้ และศึกษาจาก 4 สตาร์ทอัป ยูนิคอร์นในเกาหลีใต้ พร้อมให้โอกาสในการนำเสนอธุรกิจต่อนักลงทุนเกาหลีใต้ เพื่อให้ได้ทำความรู้จักตลาดสตาร์ทอัปในประเทศไทยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ด้วยมุมมองของนักลงทุนในเกาหลีใต้ รวมถึงนักลงทุนจากต่างประเทศ เมื่อมองถึงสตาร์ทอัปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นว่าบรรดานักลงทุนต่างมองถึงการลงทุนเฉพาะในอินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่มีอีโคซิสเตมส์ส่งเสริมให้เกิดสตาร์ทอัปจำนวนมาก

เจเดน คัง รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ LINE ประเทศไทย ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ของโปรเจค LINE ScaleUp กล่าวว่า ศักยภาพของสตาร์ทอัปในประเทศไทย ไม่แพ้เวียดนาม หรืออินโดนีเซีย เพียงแต่ในไทยจะขาดในแง่ของอีโคซิสเตมส์ที่เข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะการซัปพอร์ตจากภาครัฐ เพื่อสามารถให้บริการแก่ลูกค้า และก้าวต่อไปในตลาดระดับภูมิภาคได้

หาก ภาครัฐ และเอกชนร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสำหรับสตาร์ทอัปแล้ว สุดท้ายก็จะดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ และ LINE ก็พร้อมเป็นตัวช่วยที่จะขับเคลื่อนให้สตาร์ทอัปสามารถเข้าถึงลูกค้าที่ใช้งานในไทยกว่า 44 ล้านราย

นอกจากนี้ LINE ยังมีแผนที่จะเดินหน้าโครงการอย่าง LINE ScaleUp ที่เข้าไปผลักดันสตาร์ทอัปไทยให้เข้าสู่ตลาดระดับภูมิภาค รวมถึงมีแผนที่จะทำโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัปเพิ่มขึ้นมาในปีหน้า พร้อมกับดึงนักลงทุนให้เข้ามาสนใจสตาร์ทอัปไทยมากขึ้น

***NAVER สร้างรายได้ตั้งแต่เริ่มธุรกิจ แต่กว่า 10 ปี ถึงขยายธุรกิจไปต่างประเทศได้

จุดเริ่มต้นของ NAVER บริการเสิร์ชเอนจิ้นที่ครองอันดับ 1 ในเกาหลีใต้เวลานี้ เริ่มขึ้นมาจากการเป็นส่วนหนึ่งของ Corporate Venture ของซัมซุง (Samsung) ด้วยการที่ผู้ก่อตั้ง NAVER เป็นพนักงานของซัมซุงในช่วงปี 1997 และมีโอกาสที่จะแยกออกมาทำธุรกิจ ด้วยการออกมาให้บริการค้นหาข้อมูล ที่มีฐานข้อมูลเป็นภาษาเกาหลีทั้งหมด โดยในช่วง 3 ปีแรกถือเป็นช่วงการเตรียมความพร้อมของข้อมูลก่อนเริ่มให้บริการอย่างเป็นการทางในปี 2001 ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าสูงขึ้นแตะระดับยูนิคอร์นในปี 2002 และใช้เวลาเพียง 3 ปี ก้าวขึ้นมาเป็นเสิร์ชเอนจิ้นเบอร์ 1 ตั้งแต่ปี 2004 จนถึงปัจจุบันนี้

จากรูปแบบธุรกิจของ NAVER ที่ให้บริการค้นหาข้อมูลผ่านหน้าเว็บไซต์ ทำให้สามารถสร้างรายได้จากโฆษณาบนหน้าเว็บไซต์ตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจ ขณะเดียวกันก็ตระหนักว่าในการที่จะขยายบริษัทให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ จึงเริ่มควบรวม และเข้าซื้อกิจการ ที่เกี่ยวเนื่องเข้ามาเสริมการให้บริการของ NAVER ให้ครอบคลุมมากขึ้น

โดยหนึ่งในการซื้อกิจการที่สำคัญคือ การเข้าซื้อบริษัท เฟิร์ส สโนว์ (First Snow) ทำให้ได้บุคลากรอย่าง จุงโฮ ชิน ที่เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง LINE เข้ามาร่วมทีม ด้วยการเข้าไปบุกเบิกธุรกิจในญี่ปุ่น ซึ่งกว่า LINE จะประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นก็คือช่วงปี 2011 ซึ่งนับเป็นเวลากว่า 10 ปี หลังจากเริ่มให้บริการ NAVER ในเกาหลีใต้ตลอดช่วงเวลา 10 ปี ก่อนที่จะประสบความสำเร็จ NAVER ได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดต่างๆ และไม่ยอมแพ้ จนกระทั่งสุดท้ายกลายเป็นบริษัทไอทีระดับโลกได้จากการให้บริการ LINE และเข้าไปลงทุนในสตาร์ทอัปทั้งในเอเชีย และยุโรป เพื่อสนับสนุนอีโคซิสเตมส์ให้เติบโตขึ้นอีก

***เรียนรู้จาก LINE 5 ปีเข้าตลาดพร้อมขยายบริการสู่ภูมิภาค

LINE ถือเป็นหนึ่งในยูนิคอร์นของเกาหลีใต้ ที่เกิดขึ้นมาจากการลงทุนของ NAVER แต่ไปเริ่มให้บริการในญี่ปุ่น ด้วยแนวคิดในการเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างผู้คน ในช่วงที่ญี่ปุ่นเผชิญปัญหาแผ่นดินไหว และสึนามิในช่วงปี 2011หลังจากนั้น LINE ใช้เวลา 5 ปีในการเติบโตและเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ โดยปัจจัยที่ทำให้ LINE ประสบความสำเร็จทั้งในญี่ปุ่น ไทย และไต้หวัน ได้นั้นเกิดขึ้นมาจาก 5 ข้อหลักๆ ด้วยกัน

1.สร้างการรับรู้ด้วยคาเรกเตอร์แบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ 2.ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น 3.เข้าไปตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในการใช้งานของผู้ใช้ 4.มีการขยายบริการในลักษณะของการเป็นแพลตฟอร์มให้แก่ผู้ใช้ และ 5.การทำงานร่วมกับสตาร์ทอัป และส่งเสริมอีโคซิสเตมส์ให้สมบูรณ์

จุดยืนของ LINE ค่อนข้างชัดเจนในการเป็น Life Infrastructure หรือแพลตฟอร์มที่เปิดให้ผู้คนเข้ามาใช้เวลาอยู่กับบริการต่างๆ ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในแอปที่คนไทยเข้าใช้งานในทุกๆ วัน และมีโอกาสที่จะเพิ่มระยะเวลาการใช้งานแอปให้นานขึ้นอีกในอนาคต

ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ LINE หันมาสนับสนุนสตาร์ทอัปด้วยการเปิดโอกาสให้นำสินค้า และบริการเข้ามาผูกกับ LINE เพื่อให้บริการแก่คนไทยที่ใช้งาน LINE กว่า 44 ล้านคน ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ และโอกาสรออยู่สำหรับสตาร์ทอัป

***จากสตูดิโอเกมที่เหลือเงินจ่ายพนักงาน 2 เดือนสู่พันธมิตรเกมระดับโลก

ชื่อของสตูดิโอเกม Krafton อาจจะไม่คุ้นหูสำหรับคนไทยมากนัก แต่ถ้าให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าเป็นผู้พัฒนา PUBG เกมในรูปแบบของ Battle Royal ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทยเวลานี้ น่าจะเชื่อมโยงถึงกันได้ไม่ยาก

ในเกาหลีใต้ Krafton ถือเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัปยูนิคอร์นสายเกม ที่เริ่มต้นขึ้นมาจากความล้มเหลว โดยในช่วงเวลาที่เริ่มให้บริการเกมอย่าง PUBG เหลือเงินเดือนจ่ายพนักงานอีกแค่ 2 เดือนข้างหน้าเท่านั้น แต่พอ PUBG ได้รับความนิยม ติดกระแสขึ้นมาทำให้ปัจจุบันกลายเป็นสตูดิโอเกมขนาดใหญ่ในเกาหลีใต้

ในมุมมองของ Krafton บรรดานักพัฒนา และสตาร์ทอัปสายเกมจะมีช่องทางให้เติบโตด้วยกัน 3 ทางหลักๆ คือ 1.เข้าไปร่วมกับค่ายเกมขนาดใหญ่ พัฒนาเกมตามแนวทางของบอร์ดบริหารของแต่ละค่าย 2.ทำงานกับสตูดิโอเกมอิสระ (Independent studios) ซึ่งมักจะเกิดการพัฒนาเกมแนวใหม่ๆ ขึ้นมาสร้างความแตกต่างให้แก่ตลาด

'ปัญหาของการทำสตูดิโอเกมอิสระ ที่เปรียบเหมือนเป็นสตาร์ทอัป พบเจอคือไม่ค่อยได้รับเงินลงทุน จากนักลงทุนมากนัก เพราะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง และความไม่ชัดเจนในแง่ของการสร้างผลตอบแทนกลับมา เพราะถ้าเกมที่พัฒนาไม่ติดตลาดก็จะทำให้สูญเงินไปเปล่าๆ'

ดังนั้นจึงเกิดทางเลือกที่ 3 ขึ้นมาคือการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเกม (KRAFTON Game Union) โดยนำจุดเด่นของค่ายเกมอิสระ มาเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาเกมให้ประสบความสำเร็จ ด้วยการนำประสบการณ์ทั้งที่ล้มเหลว และประสบความสำเร็จมาใช้งาน โดยทาง Krafton เริ่มนำแนวคิดนี้มาใช้หลังจากก่อตั้งบริษัทชื่อ Bluehole ขึ้นมาในปี 2007 และเริ่มให้บริการเกมแรกแล้วประสบปัญหาจำนวนผู้เล่นลดน้อยลง จนสุดท้ายเกมก็หายไปจากตลาด ทำให้เรียนรู้ว่าการพัฒนาเกมให้ดีเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องประกอบด้วยหลายๆส่วน

สตูดิโอเกมอิสระที่เข้าร่วมภายใน KRAFTON Game Union จะสามารถรักษาวัฒนธรรม และเป้าหมายของแต่ละองค์กรได้ พร้อมกับใช้การสื่อสารระหว่างระดับบริหาร และหัวหน้าทีมเพื่อนำประสบการณ์มาแชร์ร่วมกัน

แนวคิดสำคัญของ Krafton คือเป็นองค์กรที่เชื่อว่าทุกๆความล้มเหลวที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพราะจะช่วยให้ได้เรียนรู้ถึงความผิดพลาด และพัฒนาต่อไปได้

***Woowa Bros. ทำสิ่งที่ถนัดให้ดีที่สุด

ถ้าในไทยมี Grab Food LINE MAN และ GET! ในเกาหลีใต้ ก็มีบริการอย่าง Woowa Bros. ที่ถือเป็นผู้นำบริการส่งอาหาร แก่ผู้ใช้ เพียงแต่ว่ารูปแบบการให้บริการของ Woowa Bros. จะแตกต่างจากผู้ให้บริการในไทย

เนื่องมาจากก่อนหน้านี้ ในช่วงที่ดิจิทัลยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ บรรดาร้านอาหารต่างๆในเกาหลีใต้ จะมีการให้บริการส่งอาหาร (Food Delivery) กันอยู่แล้ว จุดที่ทำให้ Woowa เกิดขึ้นในเกาหลีใต้คือเมื่อมีการให้บริการแอปพลิเคชัน จึงเห็นโอกาสที่จะเข้าไปเชื่อมระหว่างลูกค้า และร้านอาหาร

รูปแบบการให้บริการของ Woowa คือเป็นแพลตฟอร์มส่งอาหารที่มีการลงทุนทั้งระบบ และรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสมัครเข้ามา ให้บริการรับอาหารจากร้านค้าที่เป็นพันธมิตรไปส่งให้แก่ลูกค้า ไม่เหมือนกับในไทยที่เปิดให้ผู้ที่มีรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาสมัครเป็นพนักงาน

โดยทาง Woowa เชื่อในแนวคิดการทำงานร่วมกันระหว่างแพลตฟอร์ม และเจ้าของร้านอาหารที่จะเติบโตไปด้วยกัน ไม่ใช่แค่มองว่าร้านอาหารเป็นแหล่งสร้างรายได้เท่านั้น และที่สำคัญคือรายได้หลักของ Woowa ไม่ได้มาจากค่าธรรมเนียมที่เก็บจากลูกค้า แต่เป็นโฆษณาร้านอาหารที่ต้องการโปรโมตบนแพลตฟอร์ม

ขณะเดียวกันทาง Woowa มองว่า การเพิ่มระยะเวลาลูกค้าให้อยู่ในแอปนานขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับแพลตฟอร์มส่งอาหาร เพราะถ้าลูกค้าหิว ต้องการเข้ามาสั่งอาหารแล้วกลายเป็นว่าใช้เวลานานมากเกินไป จะทำให้ได้ประสบการณ์ไม่ดี เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น จึงทำให้โฟกัสกับการพัฒนาแอปส่งอาหารเพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้ง่ายที่สุด


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...