xs
xsm
sm
md
lg

กสท คาดกำไรปีนี้ 4 หมื่นล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์
กสท โทรคมนาคม ซุ่มเจรจาพันธมิตรในประเทศ ร่วมลงทุนดิจิทัล โซลูชั่น คาดได้ข้อสรุปภายในปี 2562 หวังดันรายได้บริการดิจิทัลภายใน 6 ปี (2563-2568) แตะ 10,000 ล้านบาท แต่คาดสิ้นปีกำไรสุทธิพุ่ง 40,000 ล้านบาทหลังศาลปกครองกลางยกฟ้องคดีค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (access charge) กับทีโอที จ่อชงบอร์ด พ.ย.นี้ พิจารณาแผนลงทุนใหม่ แย้มแผนปี 2563 ทุ่มงบลงทุน 3,600 ล้านบาท

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2562 คาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 9,700 ล้านบาท หลังจากในช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค.2562) บริษัทมีกำไรสุทธิแล้ว 9,400 ล้านบาท มาจากการดำเนินงานของบริษัทเอง และเป็นผลจากการยุติข้อพิพาทเสาโทรคมนาคมกับคู่สัมปทาน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค

ขณะเดียวกัน รายได้รวมปี 2562 คาดว่าจะอยู่ที่ 49,000 ล้านบาท หลังจากในช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค.2562) บริษัทมีรายได้รวมแล้ว 36,000 ล้านบาท โดยรายได้มาจากธุรกิจโมบาย ซึ่งเป็นรายได้หลัก คิดเป็นสัดส่วน 65% ของรายได้รวม และธุรกิจอินเทอร์เน็ต คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 13% ของรายได้รวม ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจดาต้าคอม, ธุรกิจโทรคมนาคมระหว่างประเทศ, บริการดิจิทัล และการให้เช่าเสาโทรคมนาคม

'คาดว่ากำไรสุทธิปี 2562 จะอยู่ที่ 9,700 ล้านบาท มาจากกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทเอง และกำไรพิเศษจากการยุติข้อพิพาทกับ ดีแทค แต่หลังปรับปรุงรายการทางบัญชีกรณีศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้องคดีที่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)ฟ้องเรียกร้องค่าเชื่อมโยงโครงข่ายโทรคมนาคม (access charge) จากบริษัทจำนวนกว่า 200,000 ล้านบาท จะทำให้กำไรสุทธิปี 2562 อยู่ที่ 40,000 ล้านบาท' พ.อ.สรรพชัย กล่าว

ทั้งนี้ จากกำไรสุทธิในปี 2562 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 40,000 ล้านบาท ดังนั้นบริษัทมีแผนนำเงินไปลงทุนให้เกิดประโยชน์ โดยขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะลงทุนในส่วนใดบ้าง และอยู่ระหว่างทำตัวเลข คาดว่าจะเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ในเดือน พ.ย.2562

นอกจากนี้ บริษัทพยายามสร้างรายได้ในส่วนของบริการดิจิทัล โดยตั้งเป้าหมายมีรายได้บริการดิจิทัลภายใน 6 ปี (2563-2568) อยู่ที่ 10,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนรายได้ธุรกิจโมบาย ที่ปัจจุบันมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยบริการดิจิทัล 3 กลุ่ม ที่บริษัทให้ความสำคัญและมุ่งจะขยายการให้บริการ ได้แก่ สมาร์ทโซลูชั่น-ไอโอที, บิ๊ก ดาต้า และความปลอดภัยระบบไอที ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาร่วมลงทุนกับพันธมิตรในไทยเกี่ยวกับดิจิทัล โซลูชั่น ใช้เงินลงทุนประมาณหลัก 10 ล้านบาท คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเรื่องพันธมิตรภายในสิ้นปี 2562

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2563 เบื้องต้นบริษัทคาดว่าจะมีกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 39,500 ล้านบาท เนื่องจากปี 2563 บริษัทจะไม่มีรายได้พิเศษจากการยุติข้อพิพาทเสาโทรคมนาคมกับคู่สัมปทาน ดีแทค เหมือนปี 2562 ขณะที่งบลงทุนปี 2563 ตั้งไว้ที่ 3,600 ล้านบาท โดยหลักๆ จะใช้สำหรับปรับปรุงคุณภาพโครงข่าย

ส่วนความคืบหน้าโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้งบประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้รับมอบหมายจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้เป็นผู้ดำเนินการใน 3 โครงการย่อย ปัจจุบันดำเนินการเสร็จแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ โครงการที่ 1 การขยายความจุโครงข่ายภายในประเทศเชื่อมโยงไปยังชายแดน เพื่อเชื่อมต่อประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมา ใช้งบประมาณ 2,000 ล้านบาท รวมความจุที่ขยายเพิ่ม 2,300 Gbps และโครงการที่ 2 การขยายความจุระบบโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศที่มีอยู่ในเส้นทางสิงคโปร์ จีน (ฮ่องกง) และสหรัฐอเมริกา ใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยรวมความจุที่ขยายเพิ่ม 1,770 Gbps และสามารถรองรับปริมาณทราฟิกทั้งประเทศ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 7,512 Gbps เตรียมส่งมอบให้กับดีอีเอส ภายในสิ้นปี 2562

ขณะที่โครงการที่ 3 การลงทุนก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศระบบใหม่เพื่อเชื่อมโยงไทยกับประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไทย จีน เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ ภายใต้งบประมาณ 2,000 ล้านบาท

ในส่วนความคืบหน้าโครงการดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์นั้น คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการ ดิจิทัล พาร์ค อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงทีโออาร์ใหม่ หลังจากเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2562 ที่ผ่านมา ได้เปิดให้เอกชนที่สนใจเข้าร่วมบริหารพื้นที่โครงการยื่นซองประมูลโครงการดังกล่าว แต่ไม่มีผู้สนใจยื่นซองประมูล เนื่องจากทีโออาร์มีข้อกำหนดบางข้อที่ไม่ยืดหยุ่นสำหรับนักลงทุน คาดว่าจะออกทีโออาร์ใหม่ได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ เพื่อให้เปิดขายซองต่อไป โดยคาดมีเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศสนใจซื้อซองไม่ต่ำกว่า 10 ราย


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...