xs
xsm
sm
md
lg

ทีโอที ร่วมกับ กสทช. ตอบสนอง 'ไทยแลนด์4.0' ให้คนไทยทั่วประเทศใช้บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ทีโอที ร่วมกับ กสทช. ให้บริการด้านสื่อสารโทรคมนาคมแก่ประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ด้วยการติดตั้งโครงข่ายเน็ตประชารัฐ บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต ตอบสนองยุทธศาสตร์ประเทศ นำพาประเทศไทยก้าวสู่ 'ไทยแลนด์ 4.0' ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายที่จะนำพาประเทศไทยก้าวสู่ 'ไทยแลนด์ 4.0' ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เข้มแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ประกอบกับ กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ได้กำหนดยุทธศาสตร์สำคัญในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพสูงครอบคลุมทั่วประเทศ ที่ทุกคนเข้าถึงได้ มีความพร้อมใช้ และอยู่ในราคาที่จ่ายได้

ดังนั้น การพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจึงมีความจำเป็น และถือเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาได้ทัดเทียมกับประเทศอื่น แต่ในการขยายโครงข่าย ในพื้นที่ห่างไกลมีค่าใช้จ่ายสูงและไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ทำให้ผู้ให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคมในประเทศไทยส่วนใหญ่เน้นพัฒนาการให้บริการในเขตชุมชนเมือง เป็นเหตุให้เกิดความเหลื่อมล้ำกับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลในการเข้าถึงข้อมูลและบริการต่าง ๆ ของภาครัฐ


ด้วยการสนับสนุนจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการจัดสรรเงินรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำให้เกิดโครงการเน็ตประชารัฐขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศ โดยที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นผู้ดำเนินการโครงการ และต่อมาได้มอบหมายให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่เป็นรัฐวิสาหกิจชั้นนำของประเทศไทยในเรื่องการให้บริการโทรคมนาคม และบริการดิจิทัล เป็นผู้วางโครงข่ายและติดตั้งโครงการขยายโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงการเน็ตประชารัฐ โดยเริ่มโครงการครั้งแรกในปลายปี 2559 โดยมีเป้าหมายที่จะต้องติดตั้งเครือข่ายเน็ตประชารัฐให้ครบคลุมทั้ง 24,700 หมู่บ้านภายทั่วประเทศ โดยจะต้องให้บริการบรอดแบนด์อินเตทอร์เน็ตในแต่ละพื้นที่ที่ระดับความเร็ว 30 Mbps/10 Mbps (Download/Upload) ภายในปี 2560
นายมนต์ชัย หนูสง
นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า ในฐานะที่ ทีโอที เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวางโครงข่ายโทรคมนาคมของประเทศมายาวนาน พนักงานทุกคนของทีโอทีได้ร่วมมือร่วมใจครั้งสำคัญในโครงการสำคัญของประเทศครั้งนี้ ด้วยการระดมทีมงานทุกคนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ตั้งแต่การวางแผนสำรวจจุดติดตั้ง การพูดคุยกับผู้นำชุมชน และชาวบ้านในทุกพื้นที่ 24,700 หมู่บ้านเป้าหมาย รวมทั้งประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อนำจ่ายสัญญาณไฟฟ้าให้เข้าถึงหมู่บ้าน

'ด้วยระยะเวลาอันจำกัด แต่ด้วยศักยภาพของ ทีโอที จึงสามารถดำเนินการติดตั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตในพื้นที่เป้าหมายทั้งหมดได้เสร็จตามแผน ด้วยระยะเวลาเพียง 1 ปี โดยในเดือนธันวาคม 2560 ทีโอทีได้ส่งมอบโครงการเน็ตประชารัฐทั้งหมด 24,700 จุด นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความเชี่ยวชาญของทีโอทีในธุรกิจนี้เป็นอย่างดี'

นอกจากนี้ ทีโอที ได้สานต่อประโยชน์จากการมีเน็ตประชารัฐในแต่ละหมู่บ้าน ด้วยแผนงานต่อยอดโครงการขึ้นในเดือนมกราคม 2561 เริ่มตั้งแต่การจัดแกนนำวิทยากรในโครงการเน็ตประชารัฐจำนวน 1,003 คน เพื่ออบรมกับกลุ่มผู้นำชุมชนจำนวน 100,646 คนในเดือนมีนาคม 2561 โดยมียอดรวมประชาชนที่ได้ใช้งานเน็ตประชารัฐในทุกพื้นที่ จำนวนทั้งหมด 1,224,623 คน โดยในเดือนธันวาคม ปี 2561 ทีโอทียังได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นสำหรับโครงการเน็ตประชารัฐ เพื่อกระตุ้นการใช้งานเพื่อประโยชน์แก่ชุมชน เช่น การส่งเสริมธุรกิจชุมชน หรือ Village ecommerce อีกด้วย

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ทีโอทีสามารถสร้างเครือข่ายอาสาเน็ตประชารัฐ จำนวน 24,700 คน ในทุกพื้นที่ โดยปัจจุบันโครงการเน็ตประชารัฐ มีผู้ลงทะเบียนใช้งาน WiFi จำนวน 6,840,688 คน ซึ่งที่ผ่านมาโครงการได้สร้างวิทยากรแกนนำ 1,033 คน อบรมผู้นำชุมชน 100,446 คน พัฒนาการใช้ประโยชน์ให้กับประชาชนในหมู่บ้านเน็ตประชารัฐจำนวน 1,224,632 คน

ความสำเร็จของโครงการเน็ตประชารัฐยังได้รับการการันตีจาก 2 รางวัลสำคัญระดับโลก ได้แก่รางวัลชนะเลิศ ในงาน World Summit on the Information Society (WSIS) Prized 2019 ที่จัดขึ้นโดย สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) และได้รับรางวัล Best Community Telecom Project ในงาน The 21st Telecom Asia Awards ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2561 จัดขึ้นโดย Telecom Asia ซึ่งเป็นองค์กรด้านสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ โดยรางวัลที่ได้รับ เป็นรางวัลสำหรับบริษัท องค์กร หน่วยงาน ที่ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ที่มีผลงานการดำเนินงานโครงการนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ และประสบความสำเร็จทั้งด้านธุรกิจและสังคม

จากประสบการณ์ในการทำงานโครงการเน็ตประชารัฐมาก่อน ทำให้ ทีโอที มีความโดดเด่น ในการเข้าใจความต้องการของประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยที่ ทีโอที มีแผนงานการเสริมสร้างการใช้งานและร่วมพัฒนาความยั่งยืนแก่ชุมชน ช่วยต่อยอดส่งเสริมผลิตภัณฑ์ในแต่ละชุมชนให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ในรูปแบบของการใช้เน็ตประชารัฐเป็นช่องทางการขายสินค้าออนไลน์

เช่นที่หมู่บ้านวังถั่ว อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เป็นหมู่บ้านที่ดินลักษณะเฉพาะสีดำ มาผลิตเครื่องปั้นดินเผาส่งขายทั่วโลก โดยการตั้งเพจดอกดินสำหรับขายเครื่องปั้นดินเผาออนไลน์ จนสามารถสร้างยอดขายสินค้าได้ในระดับเกินกว่า 200,000 บาทต่อเดือน และที่หมู่บ้านวังสะแก อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีการนำเทคโนโลยีมาสร้างธุรกิจให้กับชุมชน ที่เป็นพื้นที่ที่ปลูกมะม่วงจำนวนมาก ทีโอที ได้เข้าไปช่วยต่อยอดออนไลน์ ส่งเสริมความรู้ด้านการเกษตรสร้างรายได้ให้กับครอบครัว รวมถึงการพัฒนาสินค้าขายต่างประเทศโดยผ่านคนกลางน้อยลง ด้วยการขายมะม่วงกวนออนไลน์

ด้วยความสำเร็จดังกล่าว ทีโอที จึงรับอาสาสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เข้าร่วมติดตั้งเครือข่ายเน็ตประชารัฐในพื้นที่ชายขอบใน 3 โครงการ ในการวางเครือข่ายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และการวางเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) ในพื้นที่ภาคเหนือ

ทั้งนี้เครือข่ายเน็ตชายขอบของ ทีโอที เป็นเครือข่ายที่มีความพร้อมและสมบูรณ์ในการให้บริการแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอาคารศูนย์ USO NET ในแต่ละพื้นที่ ที่เป็นสถานที่ในการเรียนรู้ของประชาชนในทุกพื้นที่อีกด้วย

นายมนต์ชัย กล่าวย้ำว่า ถึงแม้ที่ผ่านมาโครงการขยายเครือข่ายเน็ตประชารัฐ จะมีข้อจำกัดในด้านการดำเนินงานโครงการ แต่ ทีโอที และ กสทช. ต่างก็มุ่งมั่นร่วมมือกันเดินหน้าขยายเครือข่ายในโครงการนี้ เพื่อพาประเทศไทยก้าวเข้าสู่ ไทยแลนด์ 4.0 อย่างเต็มที่

'ความสำเร็จของโครงการเน็ตประชารัฐ จึงไม่ใช่เพียงการขยายโครงข่ายสื่อสาร ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศเชื่อมโยงไปยังประชาชนในทั่วภูมิภาคของประเทศ ทำให้คนไทยทุกหมู่บ้านให้เข้าถึงและได้ใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ได้ทุกที่ทุกเวลาทั่วประเทศเท่านั้น โครงการนี้ยังเป็นการช่วยต่อยอดทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ทั้งการพัฒนาด้านสาธารณสุข การรักษาพยาบาลแบบแพทย์ทางไกล การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การซื้อขายสินค้าออนไลน์ และการให้บริการของภาครัฐท้องถิ่น และที่สำคัญยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เข้มแข็ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกด้วย'


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...