xs
xsm
sm
md
lg

หัวเว่ยโชว์ชิป AI การันตี Ascend 910 ทรงพลังที่สุดในโลก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


หัวเว่ยเปิดตัว Ascend 910 โปรเซสเซอร์ AI ที่ทรงพลังที่สุดในโลก และ MindSpore เฟรมเวิร์กการประมวลผล AI สำหรับทุกสถานการณ์ ตอกย้ำกลยุทธ์ AI ของหัวเว่ยว่าจะลงทุนวิจัย AI รอบด้านทั้งการพัฒนาความสามารถด้านแมชชีนเลิร์นนิงพื้นฐาน ความปลอดภัยน่าเชื่อถือ และการทำงานอัตโนมัติอย่างอิสระ ร่วมกับเฟรมเวิร์ก MindSpore ที่มีโค้ดหลักน้อยกว่าเฟรมเวิร์กอื่นในตลาด 20% ช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 50%

นายอีริค สวี่ ประธานกรรมการบริหารหัวเว่ย แบบหมุนเวียนตามวาระ กล่าวว่าโครงการ AI ของหัวเว่ยมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ที่เริ่มประกาศกลยุทธ์มุ่งเน้น AI ไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยย้ำว่าทุกอย่างดำเนินไปตามแผน ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาไปจนถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์

"เราได้ให้สัญญาไว้ว่าจะสร้างพอร์ตโฟลิโอ AI ที่ครบวงจรสำหรับทุกสถานการณ์ และวันนี้เราทำสำเร็จแล้ว ด้วยการเปิดตัว Ascend 910 และ MindSpore การเปิดตัววันนี้นับเป็นความสำเร็จอีกขั้นจากกลยุทธ์ AI ของหัวเว่ย”

Ascend 910 ที่ผู้บริหารพูดถึงเป็นโปรเซสเซอร์ AI ใหม่จากชิปเซ็ตในซีรีส์ Ascend-Max ของหัวเว่ย โดยหัวเว่ยได้ประกาศสเปกที่คาดไว้ของโปรเซสเซอร์ตัวนี้ในงานหัวเว่ย คอนเน็กต์ 2018 หลังจากที่ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าโปรเซสเซอร์ Ascend 910 บรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพโดยอัตราการใช้พลังงานสูงสุดของ Ascend 910 อยู่ที่ 310 วัตต์ น้อยกว่าสเปกที่คาดการณ์ไว้ที่ 350 วัตต์

หัวเว่ยยกให้ Ascend 910 เป็นชิปทรงพลังที่เหนือกว่าโปรเซสเซอร์ AI ตัวอื่นในโลก โดยระบุว่าหากนำ Ascend 910 นำมาใช้ในการเทรนโมเดล AI ร่วมกับ MindSpore การเทรนโมเดล AI จะเร็วขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับการเทรนทั่วไปผ่านระบบ TensorFlow ในอนาคต หัวเว่ยระบุว่าจะยังลงทุนกับการพัฒนาโปรเซสเซอร์ AI ต่อเนื่องเพื่อตอบความต้องการในสถานการณ์ที่หลากหลาย

สำหรับ MindSpore เป็นเฟรมเวิร์กการประมวลผล AI ที่หัวเว่ยย้ำว่าจะรองรับการพัฒนาการใช้งาน AI ในทุกสถานการณ์ ไม่เพียงการเข้าถึงที่จะง่ายขึ้น MindSpore จะช่วยรับรองการปกป้องความเป็นส่วนตัวด้วย

การพัฒนาเทคโนโลยี AI เหล่านี้ทำบนแผนปี 2561 ที่หัวเว่ยประกาศเป้าหมายการพัฒนาไว้ 3 ประการสำหรับเฟรมเวิร์ก AI ได้แก่ การเน้นความง่ายในการพัฒนา ซึ่งจะลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเทรนลงไป, การเพิ่มประสิทธิภาพ ให้ระบบใช้ทรัพยากรให้น้อยที่สุดโดยให้มี OPS/W มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และการนำไปใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ซึ่งจะรวมถึงการใช้งานในดีไวซ์ เอจ และระบบคลาวด์ทั้งหมด

"ในโครงข่ายประสาทเทียมทั่วไป (Neural Network) สำหรับการประมวลผลภาษามนุษย์ (NLP) MindSpore มีโค้ดหลักน้อยกว่าเฟรมเวิร์กชั้นนำในตลาดถึง 20% ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างน้อย 50%" หัวเว่ยระบุ

ผู้บริหารหัวเว่ยเน้นย้ำความตั้งใจของบริษัทในการช่วยสร้างอีโคซิสเต็ม AI ที่แข็งแกร่ง โดยบอกว่า MindSpore จะเป็นโอเพนซอร์สในไตรมาสแรกของปี 2020 ที่จะแพร่หลายมากขึ้น ทั้งหมดนี้ทำบนกลยุทธ์ด้าน AI ของหัวเว่ย ซึ่งจะเน้นลงทุนด้านการวิจัย AI เพื่อพัฒนาความสามารถด้านแมชชีนเลิร์นนิงพื้นฐาน ได้แก่ คอมพิวเตอร์วิทัศน์ (Computer vision) การประมวลผลภาษามนุษย์ การตัดสินใจและการอนุมาน ฯลฯ

หัวเว่ยจะมุ่งเน้นเรื่องการใช้ข้อมูลและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ใช้ข้อมูล การประมวลผล และพลังงานให้น้อยลง ยังมีเรื่องความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ การทำงานอัตโนมัติ/การทำงานเองได้อย่างอิสระ การสร้างพอร์ตโฟลิโอ AI แบบครบวงจร การปรับการทำงานในเข้ากับทุกสถานการณ์ รวมถึงทั้งสถานการณ์แบบสแตนอโลนและที่ทำงานร่วมกันระหว่างคลาวด์ เอจ และดีไวซ์

ที่สำคัญ หัวเว่ยเน้นย้ำถึงพลังการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพในราคาเอื้อมถึง ขณะเดียวกันก็ต้องมีแพลตฟอร์ม AI ที่ใช้งานง่าย ทรงพลัง และมาพร้อมบริการรอบด้านแบบครบวงจร โดยหัวเว่ยจะส่งเสริมกลุ่มคนที่มีความสามารถและอีโคซิสเต็มที่เปิดกว้าง สร้างการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบัน อุตสาหกรรม และพาร์ทเนอร์

นอกจากนี้ หัวเว่ยจะเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่แล้ว ร่วมกับการใส่มายเซ็ตและเทคนิคของ AI ลงในผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่มีอยู่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมความแข็งแกร่งด้านการแข่งขัน และการขับเคลื่อนประสิทธิภาพในการทำงาน โดยใช้ AI เพื่อสร้างระบบอัตโนมัติให้งานปริมาณมากซึ่งเกิดขึ้นซ้ำๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของงาน

ในภาพรวม ผู้บริหารหัวเว่ยกล่าวว่า AI ยังอยู่ในการพัฒนาขั้นแรก ยังมีปัญหาอีกหลายจุดที่ต้องแก้ไขเพื่อให้ AI กลายเป็นเทคโนโลยีที่อเนกประสงค์อย่างแท้จริง พร้อมกับย้ำว่ากลยุทธ์ AI ของหัวเว่ยออกแบบมาเพื่อจัดการกับช่องโหว่เหล่านั้นและเร่งการนำ AI ไปใช้ในระดับโลก หัวเว่ยต้องการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในหลายแง่มุม ได้แก่ การมอบพลังการประมวลผลที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ในราคาที่เอื้อมถึง

สำหรับอนาคต หัวเว่ยมีแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ AI เพิ่มอีกที่งานสัมมนาที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่าง หัวเว่ย คอนเน็กต์ 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ ตั้งแต่ 18-20 กันยายน 2019

"หัวเว่ยจะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับพันธมิตร เพื่อการมีการใช้งาน AI ในวงกว้างและทำให้คนเข้าถึง AI ได้ง่ายขึ้น พร้อมนำประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลไปสู่คนทุกคน บ้านทุกหลัง และองค์กรทุกแห่ง".


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...