xs
xsm
sm
md
lg

เบ็นคิวเร่งเครื่องจอเกม-สมาร์ทโปรเจคเตอร์ครึ่งปีหลัง ยอดขายเพิ่มไม่ง้อโปรเจ็กต์รัฐ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รัฐบาลใหม่หรือเก่าไม่มีผลอะไรกับเบ็นคิว ประเทศไทย (BenQ) วันนี้แบรนด์ไต้หวันประกาศความสำเร็จครึ่งแรกปี 2019 ฟันยอดขาย 153 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% ต่อปี สินค้าหลักที่เติบโตมากที่สุดคือจอมอนิเตอร์ที่มีสัดส่วน 54% ของรายได้รวม แซงหน้าโปรเจคเตอร์ที่ครองสัดส่วน 54% แย้มปลายปีเตรียมปั้นแบรนด์จอเกมใหม่เจาะตลาดแคชชวลเกมอุดเซกเมนต์กลางที่ว่างอยู่ ควบคู่กับสินค้าใหม่อย่าง “สมาร์ทโปรเจคเตอร์” ซึ่งเบ็นคิวเชื่อว่าจะเป็นอาวุธหลักที่ดันให้เบ็นคิวครองส่วนแบ่งตลาดโปรเจคเตอร์เพิ่มขึ้นเกิน 10% ของตลาดรวมเป็นครั้งแรก

นายวัชรพงษ์ วงษ์มา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ กล่าวถึงปัจจัยที่ทำให้เบ็นคิว ประเทศไทยประสบความสำเร็จในครึ่งแรกของปี 2019 คือการตอบโจทย์และเข้าถึงการใช้งานของลูกค้า ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถานศึกษา ทำให้กลุ่มสินค้าหลากหลายของเบ็นคิวเติบโตชัดเจน ทั้งโปรเจคเตอร์ 4K, เลเซอร์โปรเจคเตอร์, โซลูชันห้องเรียนอัจฉริยะ, โซลูชันห้องประชุมอัจฉริยะ และจอเกมตระกูลโซวี (ZOWIE)

“ถ้าเทียบต่อปี สินค้าเบ็นคิวที่ร่วงมีตัวเดียวคือเกมมิ่งเกียร์ เพราะเทรนด์คือไม่ใช้สาย อุปกรณ์เกมเป็นบลูทูธไปแล้ว สินค้ากลุ่มนี้เลยตกลงเกือบ 5 ล้านบาท ราว 44% แต่เกมมิ่งเกียร์คิดเป็นรายได้เพียง 4% ของเบ็นคิวประเทศไทยเท่านั้น” วัชรพงษ์ระบุ “กลุ่มที่ใหญ่คือมอนิเตอร์ วันนี้มีความสำคัญต่อรายได้เบ็นคิวรวม 54% มากกว่าโปรเจคเตอร์ที่มีสัดส่วน 37%”

สินค้ากลุ่มเกมมิ่งเกียร์ที่เบ็นคิวทำตลาดขณะนี้ประกอบด้วยจอภาพ เมาส์ ซาวด์การ์ด คีย์บอร์ด แผ่นรองเมาส์ และบันจี้ ขณะที่สินค้ากลุ่มจอมอนิเตอร์ที่เติบโตสูงที่สุดของเบ็นคิวในช่วงครึ่งแรกปี 2019 คือมอนิเตอร์สำหรับมืออาชีพ (เติบโต 10%) รองลงมาคือจอทั่วไปและจอสำหรับอีสปอร์ต ZOWIE ที่เติบโต 7% เท่ากัน

วัชรพงษ์อธิบายว่าจากที่มอนิเตอร์ยอดตกอย่างหนักเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้เติบโตขึ้นได้เพราะถูกจังหวะ ตลาดเข้าสู่ช่วงที่ผู้บริโภคต้องการเปลี่ยนจอพอดี และสินค้าเบ็นคิวมีฟังก์ชันใหม่เช่นการลดแสง ถนอมสายตา ที่ถูกใจผู้บริโภค

“ปีที่ผ่านมา กลุ่มจอมอนิเตอร์เรายอดขายตกมากที่สุด 26% เพราะยังไม่มีฟีเจอร์เด่น และขาดเซ็กเมนต์กลางคือ casual gaming ปีนี้เราจะมีแบรนด์ใหม่ขึ้นมาคือ BenQ Gaming Monitor จะเปิดภายในตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ เราจะเน้นฟีเจอร์เพื่อปูพรมเปิดเซกเมนต์ใหม่สำหรับเจาะตลาดเกมกลุ่มกลางถึงล่าง เติมเต็มจากที่ ZOWIE เน้นเฉพาะกลุ่มอีสปอร์ต ไม่มีตรงกลาง ซึ่งเราหายไป”

โปรเจคเตอร์โตสุดในรอบ 15 ปี

สินค้าหลักของเบ็นคิวที่เติบโตมากเป็นอันดับ 2 ในครึ่งปีแรก คือโปรเจคเตอร์ มีสัดส่วน 37% ของรายได้รวมเบ็นคิวประเทศไทย ประเด็นนี้ผู้บริหารย้ำว่าธุรกิจโปรเจคเตอร์ขอเบ็นคิวไม่มีปัญหาโครงการรัฐไม่ส่งมอบ เนื่องจากเบ็นคิวเน้นเจาะตลาดเอกชนแนวราบจนได้รับผลตอบรับดี คาดว่าปี 2019 จะเป็นปีแรกในรอบ 15 ปีที่เบ็นคิวจะมีส่วนแบ่งตลาดโปรเจคเตอร์โลกเป็นเลข 2 หลัก โดยตั้งความหวังไว้ว่าสิ้นปีจะมีมาร์เก็ตแชร์ 10.5% จากช่วง 6 เดือนแรกของปีที่ครองส่วนแบ่งตลาด 9.26%

ในส่วนโปรเจคเตอร์ประเภท DLP เบ็นคิวประเทศไทยสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 70% จากเดิมในไตรมาสแรกของปี 2019 ที่มีส่วนแบ่งตลาด 41% เท่านั้น ประเด็นนี้ผู้บริหารย้ำว่าเทรนด์ต่อไปของตลาดโปรเจคเตอร์คือสมาร์ทโปรเจคเตอร์ (Smart Projector) ซึ่งจะมีระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์, บลูทูธ และเทคโนโลยีไวร์เลสในเครื่องแบบเบ็ดเสร็จ

“เบ็นคิวไม่ใช่รายแรกในตลาด แบรนด์อื่นในตลาดก่อนหน้านี้ก็เชื่อมต่อได้ แต่จะต้องซื้อดองเกิลเพื่อให้โปรเจคเตอร์รองรับการแชร์ แต่ของเราจะรวมทุกอย่างในตัวเดียว ทำให้อ่านไฟล์เอกสารได้เลย รวมถึงรูปภาพ วิดีโอ ทุกอย่างทำได้บนเครื่อง” วัชรพงษ์ย้ำ ”โปรเจคเตอร์นี้จะมีเสาไวไฟในตัว แอดมินระบบจะเปิดปิดเครื่องจากทางไกลได้ เราตั้งความหวังไว้มากกับรุ่นนี้ มาร์เก็ตแชร์จาก 9.26% เราหวังให้เป็น 10.5-11% ได้ด้วยสมาร์ทโปรเจคเตอร์นี้เพราะราคาไม่แพง เป็นความหวังทำให้เราโตขึ้น”

ครึ่งปีหลังบุกหนัก

สำหรับกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง วัชรพงษ์ไม่เพียงระบุว่าจะเปิดตัวโปรเจคเตอร์ชนัดกันฝุ่นเพิ่มขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่เน้นการใช้งานนาน พร้อมกับการเปิดตัว Smart Projector สำหรับเจาะกลุ่มห้องประชุมขนาดเล็กบนงบประมาณต่ำลงในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ แต่เบ็นคิวจะเริ่มทำตลาดอุปกรณ์เสริมตระกูล Wireless Device Componant (WDC) สำหรับงานรับส่งข้อมูลผ่านหลายอุปกรณ์ผ่านทั้งทีวี หน้าจอ โปรเจคเตอร์ และทุกอุปกรณ์ที่มีพอร์ต HDMI คาดว่าจะเริ่มทำตลาดใน 2 เดือนข้างหน้า ผ่านทั้งโมเดลขายขาดและเช่าซื้อ

ปัจจุบัน เบ็นคิวเริ่มทำโมเดลเช่าใช้งานสินค้าแล้วกับพันธมิตรอย่าง Metro System และ Ricoh ที่เน้นกลุ่มบริษัทเอกชนและโรงเรียน สิ่งที่บริษัทเห็นคือเทรนด์เช่าใช้กำลังขยายตัว แต่เป็นการเติบโตเฉพาะเซ็กเมนต์โปรเจคเตอร์ราคาเครื่องเกิน 1 ล้านบาท เห็นได้ชัดจากยอดขายเครื่องเพื่อเช่ากลุ่มราคานี้ที่เคยอยู่ที่ 31 เครื่องในปี 2018 แต่ช่วงครึ่งแรกของปี 2019 สามารถขายได้แล้ว 46 เครื่อง เท่ากับยอดขายครึ่งปี 2019 นั้นมากกว่าปีที่แล้ว 2018 ทั้งปี

สำหรับธุรกิจจอ ZOWIE เบ็นคิวระบุว่าใช้วิธีร่วมมือกับพันธมิตรร้านเกมระดับอีสปอร์ตให้คอเกมมีโอกาสได้ใช้งานจริง รวมถึงทีมนักกีฬา e-sport ที่เบ็นคิวเข้าไปเป็นสปอนเซอร์

“ภาครัฐเราจะไม่เข้าไปยุ่งอยู่แล้ว ชัดเจนเลย” วัชรพงษ์ย้ำ “กำลังซื้อช่วงครึ่งแรกและครึ่งหลังของปีนี้ยอมรับว่าเติบโตน้อย แต่เบ็นคิวก็ยังเติบโตได้ทั้งยอดขายจำนวนเครื่องและมูลค่า เราเน้นตลาดกลางถึงบน เริ่มถอยจากตลาดล่าง จะเห็นหน้าจอราคาตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไปถึง 6-7 หมื่น ทำให้เราไม่ได้รับผลจากวิกฤติเศรษฐกิจ เราถอยไปหาบลูโอเชียน รัฐบาลใหม่ก็ไม่มีผล”

เน้นเพิ่มทีมเซลล์

สำหรับช่องทางการจำหน่ายใหม่ เบ็นคิวระบุว่าในธุรกิจ B2C บริษัทจะเน้นจัดหา specialist เพิ่มจากเดิม 1-2 รายที่เน้นทำการตลาดออนไลน์และรีวิวสินค้า ขณะที่ฝั่ง B2B บริษัทมีแผนจะเพิ่มจำนวนเซลล์ที่จะเข้าไปติดต่อตรงที่ยูสเซอร์ ด้านตลาด co working space ผู้บริหารเบ็นคิวมองว่ายังเป็นจุดเล็ก เนื่องจากจำนวนจุดให้บริการยังไม่มาก ทำให้บริษัทเลือกเน้นองค์กรใหญ่ที่มีอาคารเป็นของตัวเอง

“ตลาดนี้จะมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า co working space ที่เราจะโฟกัสคือห้องประชุมสมาร์ทมีตติ้งรูมของบริษัทกลุ่ม Top 100 ของไทย เบ็นคิวมีลูกค้าในกลุ่มนี้แล้ว 21 บริษัทมหาชน จำนวนยังจำกัดเพราะจำนวนเซลล์ของเรา”

สำหรับกลุ่มโรงเรียน วันนี้เบ็นคิวเจาะตลาดสำเร็จ 30 โรงเรียนนานาชาติจากทั้งหมด 68 แบรนด์ทั่วกทม.และปริมณฑล

“ครึ่งหลังเราจะเน้นเพิ่มทีมเซลล์ นอกนั้นเราจะไปทำมาร์เก็ตติ้งบนออนไลน์ เราเลิกทำแบบออฟไลน์ไปมากแล้ว ไม่ออกหลายงาน เพราะ 80% ลูกค้าทำการบ้านมาก่อนซื้อ สำหรับปีนี้เชื่อว่าสินค้ากลุ่มเกมมิ่งเกียร์จะยังลดลงอยู่ เพราะเรายังไม่มีเทคโนโลยีไวร์เลส เว้นแต่ว่าปีหน้าเราอาจจะพัฒนาได้”

ความท้าทายที่เบ็นคิวเห็นในครึ่งหลังของปีนี้อยู่ที่สินค้ากลุ่มเกมมิ่งเกียร์ เพราะเป็นสินค้าที่เยาวชนยังต้องขอเงินจากผู้ปกครองมาซื้อ ดังนั้นหากสภาพเศรษฐกิจยังซบเซาและกำลังซื้อยังคงหดตัวก็จะมีผลกับลูกค้ากลุ่มนี้มากกว่ากลุ่มโปรเจคเตอร์ที่อยู่ตัวแล้ว.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...