xs
xsm
sm
md
lg

Huawei ต้องรีบ! ปั้น HarmonyOS ระบบปฏิบัติการใหม่การันตี “รองรับทุกอุปกรณ์”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


หัวเว่ย (Huawei) ปั้นระบบปฏิบัติการใหม่ “ฮาร์โมนี่โอเอส” (HarmonyOS) หวังเสริมความแข็งแกร่งด้านซอฟต์แวร์ วางแผนปูพรมใช้งานในทุกอุปกรณ์ ระบุระบบปฏิบัติการใหม่นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดัน IoT ให้เป็นจริง ทุ่มงบก้อนใหญ่จัดงานดึงนักพัฒนา 6,000 รายร่วมแพลตฟอร์ม HarmonyOS จริงจัง

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวในงาน Huawei Developer Conference (HDC) ประจำปี 2019 ว่า HarmonyOS เป็นระบบปฏิบัติการแบบกระจาย (Distributed Operating System) และใช้ Microkernel จัดการทรัพยากรระบบ เพื่อการทำงานในทุกสภาพการใช้งานและทุกอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการอันก้าวล้ำนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันแนวคิดการเชื่อมโยงทุกอุปกรณ์เป็นหนึ่งเดียวผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet of Everything) ให้เป็นจริง นอกจากนี้ “HarmonyOS” ยังเป็นพื้นที่ใหม่สำหรับนักพัฒนา ที่ต้องการพัฒนาแนวคิดหรือแอพพลิเคชั่นที่สามารถทำงานได้กับทุกอุปกรณ์ โดยลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการพัฒนาลง อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งานแบบเดียวกันบนทุกอุปกรณ์

“HarmonyOS จะเชื่อมโยงสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน และจะเป็นการเปิดตลาดใหม่ที่อาจมีมูลค่านับล้านล้านดอลลาร์ เพราะระบบปฏิบัตินี้พัฒนาขึ้นเพื่อโลกปัจจุบันและอนาคต เราต้องการให้ระบบปฏิบัตินี้เป็นรากฐานของเทคโนโลยีต่างๆ ในอนาคต หัวเว่ยมุ่งมั่นยกระดับเทคโนโลยีในระดับรากฐาน ซึ่งรวมถึงชิปและระบบปฏิบัติการ พร้อมกันนี้ เรายังมีความตั้งใจจะแก้ไขข้อขัดข้องต่างๆ ที่ผู้บริโภคพบเจออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทั้งผู้บริโภคและนักพัฒนาของเราได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง”

หัวเว่ยย้ำว่า HarmonyOS เป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิด และในอนาคตหัวเว่ยจะปรับให้แพลตฟอร์ม Huawei Mobile Services (HMS) เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างสำหรับนักพัฒนาทั่วโลก เพื่อให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนา HMS ได้

ตั้งแต่ลำโพง ถึงนาฬิกาอัจฉริยะ

เบื้องต้น หัวเว่ยเผยว่าจะเริ่มใช้ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS กับอุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น HUAWEI Vision, ระบบอินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์ (Vehicle Terminals) และ Wearables ก่อน และจะเพิ่มประเภทอุปกรณ์อัจฉริยะที่จะรองรับในอนาคต

นอกจาก HarmonyOS ยังมีอีกระบบหนึ่งที่หัวเว่ยนำเสนอในงานนี้คือ EMUI 10 ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่ใช้ในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของหัวเว่ยในปัจจุบัน

EMUI 10 เป็นส่วนประสานผู้ใช้แบบ Distributed OS จึงช่วยให้นักพัฒนาสามารถจำลองรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันได้ และจำลองการทำงานต่อเนื่องระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ได้ เสมือนว่านักพัฒนามี Virtual Machine ที่มีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ยังไม่จำเป็นต้องกังวลถึงข้อแตกต่างของฮาร์ดแวร์ เพราะนักพัฒนาสามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพียงครั้งเดียวแต่รองรับการทำงานกับทุกอุปกรณ์ได้ โดยผู้ใช้ HUAWEI P30 Pro ทั่วโลกจะได้รับอัพเดต EMUI 10 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ทั้งหมดนี้หัวเว่ยระบุว่าจะเป็นระบบนิเวศใหม่ ที่เกิดขึ้นจากการเปิดแพลตฟอร์ม HMS ที่เป็นหัวใจหลักของการพัฒนาแอปพลิเคชั่นของหัวเว่ย แพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรม ลดขั้นตอนการพัฒนา และนำเสนอแอปพลิเคชันของตนสู่ผู้บริโภคทั่วโลกที่ใช้อุปกรณ์หลากหลายประเภทได้

รองรับแล้ว 43,000 แอป

ภายในงาน HDC ประจำปีนี้ หัวเว่ยได้เปิดตัวส่วนหลักของแพลตฟอร์ม HMS ทั้งสิ้น 14 ส่วน บริการ 51 ประเภท และ APIs 885 ชุดให้นักพัฒนาทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ เพื่อยกระดับแพลตฟอร์มไปอีกขั้น เติมเต็มการใช้งานกับอุปกรณ์ทุกรูปแบบ ปัจจุบันมีแอปพลิเคชัน 43,000 ตัวที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม HMS

แน่นอนว่า 43,000 แอปนี้ยังไม่พอ เพราะหัวเว่ยระบุว่าจะเร่งโชว์มาตรฐาน Fast Applications ในเดือนกันยายนนี้ มาตรฐานดังกล่าวใช้งานอยู่แล้วในสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อการพัฒนาคุณสมบัติของการใช้งานแอปพลิเคชันอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องติดตั้งลงในอุปกรณ์ ปัจจุบัน หัวเว่ยมีบริการมากกว่า 5,000 บริการใน HUAWEI Ability Gallery สำหรับนักพัฒนาชาวจีน โดยแพลตฟอร์ม HUAWEI Ability Gallery จะเปิดตัวในเดือนธันวาคมนี้เช่นกัน เพื่อให้หัวเว่ยนำเสนอสิ่งที่ดีสู่ผู้บริโภคได้เร็วและดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังเปิดตัวระบบ App Gallery Connect สู่นักพัฒนาทั่วโลก เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่นักพัฒนาในกระบวนการพัฒนาและนำเสนอแอปพลิเคชัน ทั้งการสร้างสรรค์ พัฒนา นำเสนอ ดูแล และการวิเคราะห์ ขณะเดียวกันก็อัดงบเพิ่มเงินสนับสนุนจาก 1 พันล้านหยวนเป็น 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้แก่โครงการ “Shining Star” และเปิดโอกาสให้นักพัฒนานอกสาธารณรัฐประชาชนจีน สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งหัวเว่ยยืนยันว่าพร้อมจะทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับแนวหน้าในแวดวงธุรกิจเดียวกัน เพื่อร่วมกันตั้งกองทุนส่งเสริมและสนับสนุนการสรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ของนักพัฒนาทั่วโลก

เหนืออื่นใด ชิป Kirin และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็ยังถูกหัวเว่ยเน้นเพื่อยกระดับคุณสมบัติใหม่ให้กับทุกอุปกรณ์ ทั้งหมดนี้จะมีเครื่องมือทั้ง HiLink, LiteOS และ Chip Suite ซึ่งหัวเว่ยเชิญชวนให้นักพัฒนาหันมาเลือกแพลตฟอร์มแบบเปิดสำหรับอุปกรณ์และระบบคลาวด์ ระบบปฏิบัติการ และชิปเซ็ตเหล่านี้ บนจุดขายว่ากระบวนการพัฒนาจะง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


สำหรับ Huawei Developer Conference (HDC) ประจำปี 2019 เป็นงานที่หัวเว่ยจัดขึ้นที่สำนักงาน Songshan Lake เมืองตงกวน ระหว่างวันที่ 9 - 11 สิงหาคม ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคของหัวเว่ยกว่า 600 คนจะพบกับนักพัฒนาและพันธมิตรกว่า 6,000 คนจากทั่วโลกเพื่อหารือด้านการสร้างสรรค์และพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงระบบนิเวศใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น ในงาน HDC ปีนี้ ริชาร์ด หยู ย้ำว่าหัวเว่ยจะสร้างระบบนิเวศและดึงดูดนักพัฒนารายใหม่จากสิ่งที่ประกาศและสาธิตในงาน เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาแนวคิดการเชื่อมโยงทุกอุปกรณ์เข้าด้วยกันให้เป็นจริงภายใน 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า

เป้าหมายนี้ถือว่ายิ่งใหญ่มากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปี 2010 ที่หัวเว่ยถือเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดสมาร์ทโฟน และมียอดส่งมอบสมาร์ทโฟนเพียง 3 ล้านเครื่องเท่านั้น เพียง 8 ปีถัดมา ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยสูงขึ้นจากปี 2010 ถึง 68 เท่า และหัวเว่ยจำหน่ายสมาร์ทโฟนไปแล้ว 118 ล้านเครื่องในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 24% และมีส่วนแบ่งการตลาดที่ 17.6% จากการสำรวจของ IDC

การเติบโตของหัวเว่ยยังปรากฎอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ Wearable สถิติปัจจุบัน หัวเว่ยจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใน 170 ประเทศ และมีผู้ใช้งานกว่า 530 ล้านคนทั่วโลก

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มเปิด HiAI ของหัวเว่ย ยังมีพันธมิตรกว่า 2,500 ราย ใน 140 ประเทศ รวมถึงอุปกรณ์ IoT กว่า 140 ล้านชิ้นทั่วโลกที่รองรับมาตรฐาน HiLink ของหัวเว่ยอีกด้วย ทำให้หัวเว่ยกล้าการันตีตัวเองว่า กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมและสามารถสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะได้อย่างครบวงจร.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...