xs
xsm
sm
md
lg

UIH เสริมบริการดาต้าเซ็นเตอร์ครบวงจร เตรียมรับยุค 5G

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ยูไอเอช (UIH) เปิดให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ลุยให้บริการ Data Center as a Service มองเทรนด์การให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์จะเป็นส่วนเสริมในการขยายธุรกิจดิจิทัลและมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอีกในยุคที่ 5G เริ่มเข้ามาให้บริการ

นายสันติ เมธาวิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (UIH) กล่าวถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ว่าจะกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจดิจิทัลของทางยูไอเอชเติบโตขึ้นเพราะกลายเป็นจิกซอส์สำคัญที่จะช่วยให้บริษัทสามารถต่อยอดไปให้บริการอื่นต่อไป

'ในอนาคตการทำ มัลติโลเคชัน ดาต้าเซ็นเตอร์ จะมีความสำคัญโดยเฉพาะในยุค 5G ที่จะเน้นในเรื่องอัตราการเข้าถึงข้อมูล (Latency) ที่ต่ำที่สุด ทำให้การมีดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่หลายๆ แห่งสอดคล้องกับเทรนด์ในอนาคต ที่ดาต้าเซ็นเตอร์มีขนาดเล็กลง และอยู่ใกล้ลูกค้ามากขึ้น'

ส่งผลให้การกำหนดแผนในการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคต กรณีที่ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่อย่าง (BCH4) ที่รองรับจำนวน 300 แร็คได้รับการตอบรับที่ดี ก็จะเน้นการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็ก 100-200แร็ค ไปตามสถานที่ต่างๆ แทนการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่

ด้วยการที่ปัจจุบัน UIH ให้บริการทั้งหมด 5 ส่วนธุรกิจ ประกอบไปด้วย เน็ตเวิร์ก การติดตั้งระบบโซลูชัน ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และซิเคียวริตี้ เพื่อให้องค์กรกลายเป็น Intelegenceทำให้ที่ผ่านมามีการลงทุนระบบการเชื่อมต่อขนาดใหญ่ ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดคอนเซปต์ Data Center Ring ขึ้นมา ที่กลายเป็นตัวแปรสำคัญให้แก่บริการดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่นี้

'การทำ Data Center Ring ขึ้นมาก็เพื่อทำให้องค์กรธุรกิจที่ใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ ที่นอกเหนือจากการมีดาต้าเซ็นเตอร์หลัก และดาต้าเซ็นเตอร์แห่งสำรองแล้ว การทำให้เวลาใช้งานเสมือนอยู่ในแห่งเดียวกันจะกลายเป็นคอนเซปต์ใหม่ที่นิยมมากขึ้น'

ทั้งนี้ ผู้บริหาร UIH มองว่า การเติบโตในธุรกิจดิจิทัลหลังจากนี้ จะมาจากคลาวด์ และไซเบอร์ซิเคียวริตี้เป็นหลักโดยเฉพาะหลังจากที่กฏหมายเกี่ยวกับไซเบอร์เริ่มบังคับใช้ ทำให้ต้องมีบริการที่เกี่ยวเนื่องตามออกมา

***สถานการณ์ดิจิทัล ทรานฟอร์มเมชั่นในประเทศไทย

ข้อมูลจากทาง DEPA เปิดเผยถึงมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทยว่าจะเติบโตแบบก้าวกระโดด ในช่วง 5 ปีนับจากนี้ โดยคาดว่าในปี 2025 จะมีมูลค่ากว่า 1.13 ล้านล้านเหรียญ ในขณะที่องค์กรธุรกิจในไทยกว่า 53% กำลังอยู่ในช่วงทรานฟอร์ม (Digital Adopters) และกว่า 31% อยู่ในระหว่างหาที่ปรึกษาในการทรานฟอร์ม (Digital Evaluators) 31% และมีเพียง 9% เท่านั้นที่ทรานฟอร์มสู่ดิจิทัลแล้ว (Digital Leaders) 9%

ส่วนของการลงทุนดิจิทัลจากข้อมูลของทาง DEPA ในช่วง 5 ปี ข้างหน้าจะอยู่ที่ ซิเคียวริตี้ คลาวด์คอมพิวติ้ง และเน็ตเวิร์กกิ้ง ซึ่งเป็น 3 ส่วนที่ UIH มีความเชี่ยวชาญและเตรียมความพร้อมในการลงทุนระบบเรียบร้อย เพื่อเตรียมนำมาให้บริการแก่ลูกค้า

ส่วนภาพระยะยาวของการลงทุนในช่วง 10 ปี ข้างหน้า จะมีทั้งการลงระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ระบบอัตโนมัติ (Automation) IoT AI บล็อกเชน เน็กซ์เจนคอมมูนิเคชัน AR/VR เครื่องพิมพ์ 3 มิติ และควอนตัมคอมพิวเตอร์

'สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐมนตรีดีอีคนใหม่ที่เข้ามารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ คืออยากให้เกิดการใช้นโยบายเชิงรุก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเติบโตได้ทัน และแข่งขันในภูมิภาคนี้ได้'

***ลงทุน 300 ล้านบาท ตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ BCH4


นายปณิธาน พยัคฆพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจบริการดาต้าเซ็นเตอร์ UIH ให้ข้อมูลว่า สำหรับ BCH4 ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ของ UIH จะมีจุดเด่นอยู่ที่การเดินทางสะดวกในโซนกรุงเทพฯฝั่งเหนือที่อาคารเบญจจินดา เนื่องจากอยู่ติดกับรถไฟฟ้าสายสีแดงที่กำลังก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563

ขณะเดียวกัน ยังได้ได้มาตรฐานระดับ Tier 3 Concurrent Maintain Security จากทาง Uptime Institute คือสามารถให้บริการลูกค้าได้แม้ว่ากำลังซ่อมบำรุงดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะการติดตั้งระบบจ่ายไฟ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในรูปแบบ N+1 หรือการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองเพิ่มจากปกติที่ใช้งาน 2เครื่องในการรันระบบ 100% ก็จะมีเครื่องที่ 3เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ที่เมื่อระบบตรวจจับว่าไฟฟ้าขัดข้องจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วินาที เพื่อเข้าสู่ระบบสำรองนี้

ในส่วนของการดับไฟ จากเหตุเพลิงไหม้ เมื่อตรวจจับควันไฟหรือความร้อนถึงระดับที่ตั้งไว้ จะมีการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกมาเพื่อดับไฟในห้องที่ตรวจพบทันที รวมถึงมาตรฐาน รักษาความปลอดภัย ISO27001ในการตรวจบัตรตั้งแต่ทางเข้าอาคาร และมีจุดยืนยันแห่งที่ 2ก่อนเข้าสู่บริเวณดาต้าเซ็นเตอร์

นอกจากนี้ ยังมีคอนเซปต์ในการให้บริการ 4 รูปแบบด้วยกันคือ 1.Co-Location ในการนำแร็คคอมพิวเตอร์มาติดตั้ง หรือเช่าใช้งานจากทาง UIH ที่ได้ความเร็วเน็ตภายในประเทศ 1 Gbps และนอกประเทศ 20 Mbps 2.Private Area ในการแบ่งพื้นที่เพิ่มเติมภายในห้องดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในการตรวจสอบผู้ที่เข้ามาใช้งานในบริเวณดังกล่าว หรือสามารถเช่าทั้งห้องดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดกลาง และเล็ก

3.Business Continuity Office เพื่อเป็นออฟฟิศสำรองที่ตึกเบญจจินดาในกรณีที่ไม่สามารถเข้าไปทำงานที่สำนักงานหลักได้ และ 4.Smart Hand Service ในกรณีที่ลูกค้าไม่ต้องการเข้ามาปรับปรุงระบบภายในอาคาร ก็จะมีพนักงานคอยบริการในการนำแร็คเซิร์ฟเวอร์มายังห้องที่สามารถควบคุมจากระยะไกลในการปรับปรุงแก้ไขได้

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของ BCH4 จะเน้นที่กลุ่มลูกค้าที่เป็นบริษัทไอทีจากจีนที่เข้ามาทำตลาดและต้องการหาดาต้าเซ็นเตอร์มาให้บริการในประเทศไทย เช่นเดียวกับกลุ่มการเงิน และธนาคาร ที่ตามธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้มีดาต้าเซ็นเตอร์สำรองข้อมูล และกลุ่มSI ที่ให้บริการติดตั้งระบบแบบครบวงจร




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...