xs
xsm
sm
md
lg

เทเลนอร์รอไตรมาส 3 แถลงดีล Axiata ส่งผลไทย ยังกั๊กตอบเมิน-ไม่เมินประมูลคลื่น 700 MHz

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ฮากุน บรัวเซ็ท เชิร์ล
ผู้บริหารเทเลนอร์กรุ๊ป (Telenor) ยืนยันปักธงลงทุนเอเชียต่อเนื่อง เพราะมั่นใจว่าสามารถร่วมพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน จุดประเด็นอย่าเสียเวลารอ 5G เพราะขณะนี้มีหลายเทคโนโลยีพร้อมต่อยอดธุรกิจแล้ว ยังยึกยักไม่รับไม่ปฏิเสธว่าดีแทคจะเมินการประมูลคลื่น 700 MHz หรือไม่เพราะต้องการวางแผนรอบด้านก่อน สำหรับดีล “เทเลนอร์ซื้อเอเซียต้า” ขีดเส้นไตรมาส 3 ปีนี้จึงจะแถลงการณ์รูปแบบการลงทุนที่อาจจะเปลี่ยนไปในประเทศไทย

นายฮากุน บรัวเซ็ท เชิร์ล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานพันธมิตรและสัมพันธ์องค์กร เทเลนอร์กรุ๊ป เอเชีย กล่าวถึงการเจรจาเพื่อรวมกิจการของเอเซียต้า (Axiata) ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมมาเลเซีย เข้ากับธุรกิจที่เทเลนอร์มีในเอเชีย จนเป็นข่าวดังในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอธิบายว่าการเจรจานี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทำให้ขณะนี้ไม่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเรื่องการลงทุนในตลาดไทย ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากดีลนี้

“เราจะสรุปได้ราวไตรมาส 3 ปีนี้” ผู้บริหารเทเลนอร์กรุ๊ป เอเชียระบุ “ดีลนี้แสดงว่าเทเลนอร์มีความมุ่งมั่นลงทุนในเอเชียต่อเนื่อง เพื่อมองหาโอกาสในเอเชียซึ่งเป็นตลาดสำคัญ สิ่งที่มุ่งมั่นคือจะดำเนินกิจการในภูมิภาคนี้โดยไม่นึกถึงแต่ธุรกิจของบริษัทตัวเอง”

หากดีลเทเลนอร์ควบรวมเอเซียต้าบรรลุผล เทเลนอร์จะสามารถสร้างค่ายใหญ่ที่มีรายรับ 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐบนฐานลูกค้า 300 ล้านรายใน 9 ประเทศ ผู้ที่ได้รับผลกระทบหนีไม่พ้นคู่แข่ง 2 รายหลักในภูมิภาค เช่น สิงเทล (Singtel) ของสิงคโปร์และเวียดเทล (Viettel) ของเวียดนาม

ปัจจุบัน เทเลนอร์กรุ๊ปดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียมาแล้วกว่า 20 ปี มีผู้ใช้บริการรวมกันกว่า 166 ล้านคนใน 5 ประเทศ ได้แก่ บังคลาเทศ ปากีสถาน เมียนมาร์ มาเลเชีย และไทย จุดนี้เทเลนอร์ย้ำว่าได้ใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะระหว่างปี 2557 ถึง 2560 ที่ตัวเลขลงทุนในภูมิภาคเอเชียทั้ง 5 ประเทศของเทเลนอร์กรุ๊ปพุ่งขึ้นสูงถึง 6,200 ล้านเหรียญสหรัฐ

เม็ดเงินนี้ทำให้เอเชียเป็นแหล่งรายได้มากกว่า 55% ของรายได้รวมเทเลนอร์โลก อย่างไรก็ตาม ฮากุนย้ำว่านอกเหนือจากเงินลงทุน เทเลนอร์ยังมุ่งมั่นในการเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในประเทศที่เทเลนอร์ดำเนินกิจการ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ งานพัฒนาสังคม และการสร้างสรรค์นวัตกรรมของทุกประเทศรวมถึงไทย

“แม้โทรคมนาคมจะไม่ได้ตอบปัญหาทุกอย่างที่ SME พบเจอ แต่อย่างน้อยโทรคมฯก็จะช่วยให้ SME เข้าถึงตลาดใหม่ได้ รวมถึงมีโอกาสมากขึ้นในการส่งออก”

โทรคมนาคมช่วยดันเศรษฐกิจเอเชียโต

โอกาสเหล่านี้สามารถวัดได้เป็นรูปธรรมในการศึกษาเรื่อง “The Mobile Effect: How Connectivity Enables Growth” ที่เทเลนอร์ร่วมมือกับบริษัทฟรอนเทียร์ อีโคโนมิกส์ (frontier economics) บริษัทวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์สัญชาติออสเตรเลีย จนพบว่าบริการทางด้านโทรคมนาคมช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจเอเชียโดยรวมเติบโตถึง 75% โดยมูลค่าเศรษฐกิจไทยที่เกี่ยวเนื่องบริการการสื่อสารเติบโตเกือบเท่าตัว จาก 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐเป็น 7 แสนล้านเหรียญในช่วง 10 ปี (2548-2558)

นายเจมส์ แอลลัน ผู้อำนวยการบริษัทวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ฟรอนเทียร์อีโคโนมิกส์ กล่าวว่าอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดหากบริการโทรคมนาคมพัฒนา คือภาคการเงิน แต่ก็รวมถึงธุรกิจค้าปลีก การศึกษา สาธารณสุขและการขนส่งล้วนได้รับประโยชน์ด้วย เนื่องจากบริการโทรคมนาคมมีอิมแพคสูงมากในสังคม

“ประเทศไทยยังใช้ศักยภาพโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีอยู่ไม่เต็มที่ แม้จะมองว่าไทยมีอันดับในเอเชียที่ดี แต่ถ้าเทียบกับ GVA (Gross Value Added) มาตรฐานไทยกลับมีค่าเฉลี่ยยังไม่สูงนัก แปลว่ารัฐบาลไทยควรจะทำให้คนไทยเข้าถึงบริการโทรคมนาคมได้มากขึ้น รวมถึงการขยายโครงสร้างพื้นฐาน ก็จะทำให้ไทยมีศักยภาพการแข่งขันกับประเทศอื่นมากขึ้น”

การสำรวจพบว่า Economic Value Added หรือมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐศาสตร์ที่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจไทยคือราว 68% ตัวเลขนี้อยู่ในเกณฑ์รวมของ Gross Value Added ในตลาดเอเชียที่อยู่ระหว่าง 65-75% แต่ต่ำกว่าปากีสถาน บังกลาเทศ และเมียนมาร์ที่อยู่ระดับ 70% ขึ้นไป
เจมส์ แอลลัน
สำหรับไทย ภาคการเงินมีการโหมใช้เทคโนโลยีสื่อสารเป็นพื้นฐานในการให้บริการผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชำระผ่านช่องทางดิจิทัลหรือ digital payment ที่เติบโตเกือบเท่าตัว จาก 33% ในปี 2557 เป็น 62% ในปี 2560 ขณะที่อัตราการเติบโตของผู้ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลหรือ mobile wallet เติบโตขึ้นจาก 1% เป็น 8% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ขณะที่ภาคการเกษตร การสำรวจพบว่าเกษตรกรไทย 2 หมื่นรายได้รับการอบรม ทำให้เริ่มมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมประสิทธิภาพในการเพาะปลูก เนื่องจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไม่ก่อให้เกิดผลิตภาพทางการเกษตรที่ดี สะท้อนได้จากจีดีพีภาคการเกษตรที่เหลือเพียง 10% จากอดีตที่มีสัดส่วนสูงถึง 32% จุดนี้ดีแทคได้ริเริ่มโครงการ “ดีแทคสมาร์ทฟาร์มเมอร์” เพื่อให้บริการข้อมูลทางการเกษตรแก่เกษตรกรแล้ว ซึ่งมุ่งหวังในการเพิ่มประสิทธิภาพในการเกษตรผ่านการบริการทางด้านข้อมูล เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อวิถีความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทย

ยังกั๊กไม่เมินประมูลคลื่น 700 MHz

สำหรับการประมูลคลื่น 700 MHz ฮากุนย้ำว่าในมุมนักลงทุน เทเลนอร์จำเป็นต้องมีคลื่นความถี่ที่หลากหลาย ให้เลือกใช้ได้อย่างยืดหยุ่น ไม่สามารถทำตามอดีตที่เตรียมคลื่นช่วงเดียวไว้สำหรับบริการเฉพาะ 2G หรือ 3G ได้ ด้านนายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทคบอกว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมประมูลคลื่น 700 MHz เพราะช่วงคลื่นนี้จะได้ใช้งานจริงปลายปี 63 แม้วันที่ 14 พ.ค. สำนักงาน กสทช. มีกำหนดจะประกาศราคาคลื่นอย่างเป็นทางการก็ตาม

“นี่ไม่ใช่เรื่องที่เร่งรีบตอนนี้ ที่เราต้องการคือโร้ปแมป ที่จะทำให้เราวางแผนได้ว่าจะใช้คลื่นไหนได้เมื่อไหร่” ราจีฟระบุ “เราอาจบอกว่าสนใจประมูล หากราคาที่ประกาศออกมาเหมาะสม แต่อย่างไรเราก็ยังหวังว่าจะได้มากกว่าแค่คลื่น เช่นเดียวกับข้อเสนอเรื่องการยืดระยะเวลาชำระค่าคลื่นออกไปเป็น 10 ปี เพราะเราต้องดูภาพรวมการลงทุนโครงข่าย ดูการแข่งขัน ถ้าวางแผนไม่ดี ก็จะทำให้การแข่งขันของไทยไม่ดีไปด้วย”

ฮากุนกล่าวเสริมถึงประเด็นนี้โดยยกตัวอย่างประเทศมาเลเซียที่มีการวางแผนเลยทำให้การบริหารคลื่นความถี่ดีกว่าไทย ก่อนจะสรุปว่า connectivity ไม่ได้มีความสำคัญแค่การเชื่อมต่อ เนื่องจากจะส่งผลถึงการนำไปใช้ที่ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะแค่เรื่องคลื่น ดังนั้นขอให้รัฐบาลอย่ามองแค่อุตสาหกรรมนี้ แต่ให้มองว่า connectivity จะมีส่วนช่วยในองค์รวม

“แม้โร้ปแมปการประมูลคลื่นของรัฐบาลไทยจะไม่เคยมี แต่เทเลนอร์ก็ยังมีความหวัง เพราะก่อนที่เทเลนอร์จะมาไทย ประเทศไทยก็ยังไม่มีสำนักงาน กสทช. ซึ่งต่อมาเราก็มี รวมถึงอีกหลาย พ.ร.บ. ที่เกิดขึ้นมาตามทีหลัง ทั้งหมดถือเป็นการพัฒนาด้านการกำกับดูแล ซึ่งถ้า กสทช. เห็นว่าดีก็อาจจะทำขึ้นมาในอนาคตก็ได้ เพราะจะมีส่วนช่วยทั้งประเทศไทยได้”

ผู้บริหารเทเลนอร์ทิ้งท้ายว่าการมีโร้ปแมปมีความสำคัญต่อการวางแผนการลงทุนในไทย เพราะจะทำให้เทเลนอร์เห็นอนาคตในอุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนสูงเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีโร้ดแมปเลย ก็จะไม่เป็นอุปสรรคในการลงทุน เรียกว่าจะมีการจัดสรรเงินทุนจำนวนมากรอไว้อยู่แล้ว

“เทเลนอร์ลงทุนในไทยตลอด 20 ปีที่ทำมา เราอยู่ที่นี่แล้ว พบอะไรมากมายเรื่องการกำกับดูแล ไม่ใช่ว่าชอบหรือไม่ชอบแต่เราอยู่ที่นี่แล้ว เรามุ่งมั่นที่จะเสริมให้เกิดการกำกับดูแลที่ดี และมองว่าจะทำอะไรได้เพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้น จุดนี้สอดคล้องกับการประชุมมาตรฐาน 5G ในปีหน้าของสมาคม ITU ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องการกำกับดูแลในงานนี้ด้วย เพราะการกำกับดูแลจะต้องเปลี่ยน เนื่องจากทุกอย่างในตลาดวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว”.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...