xs
xsm
sm
md
lg

จัดการ 'ดาต้า' ให้พร้อม ทางรอดองค์กรยุคดิจิทัล (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

อโณทัย เวทยากร (ซ้าย) และซาราวานัน คริชนัน (ขวา)
การเพิ่มขึ้นของปริมาณข้อมูลจำนวนมหาศาลกว่า 3 เท่าตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเกิดความท้าทายมากขึ้น และอีกหนึ่งปัจจัยที่มาช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนไอทีเพื่อบริหารจัดการข้อมูลคือการมาของ 'พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ' และ 'พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล'

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากองค์กรธุรกิจเริ่มรับรู้ถึงการประกาศใช้ 'พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ....' และ 'พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ....' ก็คือการเตรียมความพร้อมเพื่อจัดการข้อมูลเหล่านี้ พร้อมไปกับการทำให้องค์กรสามารถแข่งขันได้

ที่น่าสนใจคือความตื่นตัวขององค์กรธุรกิจในไทยเกี่ยวกับกฏหมายคุ้มครองข้อมูลที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่การประกาศใช้กฏระเบียบการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของยุโรป (GDPR) ที่เริ่มใช้งานในช่วงปีที่ผ่านมาทำให้องค์กรขนาดใหญ่เริ่มเตรียมความพร้อมมาบ้างแล้วประกอบกับที่ผ่านมาหลายๆธุรกิจอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ดิจิทัลมากขึ้นทำให้หลายองค์กรมองถึงการลงทุนไอทีเพื่อเก็บข้อมูลบนคลาวด์แต่ด้วยการที่ปริมาณดาต้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้อาจมองข้ามจุดสำคัญๆ ในการบริหารจัดการข้อมูลเหล่านี้

อโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร ตลาดเกิดใหม่ภูมิภาคเอเชีย และธุรกิจคอนซูเมอร์ ภูมิภาคเอเชียใต้ เดลล์ เทคโนโลยี ให้ความเห็นว่าองค์กรควรเริ่มให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลจากการโจมตีมากขึ้น เพราะปัจจุบันข้อมูลกลายเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจ

'ทุกองค์กรต้องเคลื่อนย้ายการเก็บข้อมูลให้เข้าไปอยู่ในโซนที่ปลอดภัยนอกจากเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะองค์กรในไทยที่ค้าขายกับต่างชาติยิ่งต้องคำนึงถึงการมาของ GDPRร่วมกับกฏหมายต่างๆในแต่ละประเทศ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้'

***ยุคที่องค์กรเผชิญความท้าทายในการเก็บข้อมูล

จากรายงาน ดัชนีการปกป้องข้อมูลระดับโลกของเดลล์ อีเอ็มซี ครั้งที่ 3ที่สำรวจผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีกว่า 2,200 คนทั่วโลกเผยให้เห็นถึงสถานะในการปกป้องข้อมูลในกลุ่มองค์กรธุรกิจว่าอยู่ท่ามกลางสถานการณ์การเติบโตของข้อมูลมหาศาล



ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปริมาณข้อมูลที่ถูกจัดการเพิ่มขึ้นจาก 1.68 PB ในปี 2559 เป็น 8.13 PB ในปี 2561 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 384% และพบว่าในปัจจุบันกว่า 90% ขององค์กรธุรกิจมองเห็นคุณค่าในการจัดการข้อมูล แต่มีเพียง 35% เท่านั้นที่สร้างรายได้จากข้อมูลที่มีอยู่

นอกจากนี้ ยังพบถึงความแตกต่างระหว่างที่องค์กรไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากการหยุดทำงานของระบบ (Downtime) เมื่อเทียบกับการสูญเสียข้อมูลจะสร้างผลกระทบทางธุรกิจสูงกว่า

ปีที่ผ่านมาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีโอกาสเกิด Downtime เฉลี่ยประมาณ 20 ชั่วโมงส่งผลกระทบแก่องค์กรที่เสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจกว่า 494,869เหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับองค์กรที่สูญเสียข้อมูลโดยเฉลี่ยที่ 2.04 TBจะเสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจมีมูลค่าโดยรวมสูงถึง 939,703 เหรียญ

ขณะเดียวกัน ยังพบว่า องค์กรธุรกิจกว่า 64% ยังไม่ได้สร้างรายได้จากสินทรัพย์ที่เป็นข้อมูล และองค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคส่วนใหญ่ยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 'ล้าหลัง' (laggards) 'กำลังประเมิน' (evaluators) หรือ 'เริ่มต้นแล้ว' (adopters) ในแง่ของความพร้อมอย่างเต็มที่ (maturity) ในด้านการปกป้องข้อมูล ซึ่งตรงกันข้ามกับการเป็น 'ผู้นำ' (leaders)

'การแบ่งระดับในแง่ของการอยู่ในกลุ่มผู้นำในการปกป้องข้อมูลคือสามารถกู้ระบบกลับคืนมาได้ภายใน 2 ชั่วโมง ส่วนกลุ่มเริ่มต้นแล้วจะอยู่ที่ราว 2-6 ชั่วโมง กลุ่มกำลังประเมินจะอยู่ที่ 6-9 ชั่วโมง และล้าหลังจะอยู่ที่ 12 ชั่วโมง'

ซาราวานัน คริชนัน ผู้จัดการทั่วไป ดาต้า โพรเทคชั่นและคลาวด์ สตอเรจ โซลูชั่น ภูมิภาคเอเชียใต้ เดลล์ อีเอ็มซี ให้ข้อมูลเสริมว่าปัญหาหลักที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียประกอบไปด้วยองค์กรส่วนใหญ่ ยังไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปริมาณดาต้าที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็เพิ่มมูลค่าให้แก่ข้อมูลเช่นเดียวกัน

ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการที่องค์กรทำ ดาต้า ดิสรัปชันช้า จะทำให้องค์กรไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกิดประโยชน์ได้ นอกจากนี้ องค์กรยังจำเป็นต้องหาวิธีในการเข้าไปปกป้องข้อมูลทางธุรกิจเพิ่มเติมโดยเฉพาะการเก็บข้อมูลบนคลาวด์ ที่แตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง

สุดท้ายคือการที่ปัจจุบันองค์กรกว่า 1 ใน 3มั่นใจว่าความพร้อมในการเก็บข้อมูลอิงอยู่กับพื้นฐานของกฏระเบียบข้อบังคับภายในภูมิภาคเท่านั้น ในขณะที่มีเพียง 18% เท่านั้นที่มั่นใจว่าโซลูชันที่ใช้งานอยู่จะสอดคล้องกับความท้าทายในการปกป้องข้อมูลที่เกิดขึ้นในอนาคต



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...