xs
xsm
sm
md
lg

ตอกหน้าทีโอที "เน็ตชายขอบ" เละเป็นโจ๊ก !!!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

มนต์ชัย หนูสง
28 ก.ย.2561 เป็นวันครบกำหนดสัญญาโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบหมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ Zone C + หรือโครงการ USO Net ของสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และเป็นวันที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพ การบริหารโครงการขนาดใหญ่ ของผู้บริหารบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ ตอกย้ำการนิ่งดูดายของบอร์ดทีโอทีทั้งคณะที่มีพล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ เป็นประธานบอร์ด

ทีโอที ชนะประมูลโครงการนี้ 3 สัญญาวงเงินรวม 6,486,399,926 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ประกอบด้วย1. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบหมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 2 (ภาคเหนือ 2) ส่วนที่ 1 ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) วงเงิน 2,103,800,000 บาท

2. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบหมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ส่วนที่ 1 ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) วงเงิน2,492,599,999 บาท

3. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบหมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 1 (ภาคเหนือ 1) ส่วนที่ 2 การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ วงเงิน 1,889,999,927 บาท

ก่อนถึงวันส่งมอบงานงวดแรก15% ของเนื้องานทั้งหมดในวันที่ 1 มี.ค. 2561 มีข้อมูลมากมายหลุดออกมาจนเชื่อได้ว่าทีโอทีไม่สามารถส่งมอบงานงวดแรกได้ รวมทั้งมีประเด็นข้อสงสัยในการจัดซื้อจัดจ้าง จนกลายมาเป็นบทความเรื่อง แฉ "ทีโอที" กระอักเลือดโครงการเน็ตชายขอบ กสทช. เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2561 ที่ผ่านมา เพื่อเตือนผู้บริหารและบอร์ดทีโอทีให้หันมาใส่ใจโครงการนี้ เพราะเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลที่หวังกระจายความเจริญไปยังพื้นที่ห่างไกล และ สนับสนุนไทยแลนด์ 4.0

แต่ความรักชาติ ไม่มากพอเท่ารักกระเป๋าตัวเอง จนถึงทุกวันนี้ โครงการทั้งหมดก็ยังไม่สามารถส่งมอบให้กสทช.ได้ และค่าปรับจากความไร้ประสิทธิภาพเดินมาไกลถึง 1.1 พันล้านบาทแล้ว


*** กสทช.ส่งหนังสือบอกเลิกสัญญา

12 มี.ค.2562 ถือเป็นวันประจานแห่งชาติก็ว่าได้ เมื่อทีโอที รัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคมที่มีอายุยืนยาวกว่า 65 ปี ถูกกสทช.ส่งหนังสือบอกเลิกสัญญา หลังค่าปรับโครงการสูงกว่า 10% ของมูลค่าสัญญา โดยกสทช.ได้คิดค่าปรับในอัตรา 0.20% คำนวณตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. 2561 - วันที่ 11 มี.ค. 2562 โดยงานภาคเหนือ 1 ถูกปรับประมาณ 286 ล้านบาท งานภาคเหนือ 2 ถูกปรับประมาณ 373 ล้านบาท และ งานภาคตะวันออกเฉียงเหนือถูกปรับประมาณ 442 ล้านบาท รวมเป็นเงินกว่า 1.1พันล้านบาท

"ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร" รองเลขาธิการกสทช.กล่าวว่า จำเป็นต้องทำหนังสือแจ้งไปยังคู่สัญญาซึ่งเป็นไปตามระเบียบกสทช.ว่าด้วยการพัสดุ ที่หากค่าปรับเกิน 10% ของมูลค่าโครงการจำเป็นต้องทำหนังสือบอกเลิกสัญญา แต่หาก ทีโอที ยอมรับในค่าปรับดังกล่าว ก็ขอให้ตอบกลับมาภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือ และโครงการก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ และตนเองยังไม่อยากคิดไปถึงขั้นการยกเลิกโครงการ เพราะไม่อยากให้โครงการนี้เป็นโครงการร้างเหมือนโฮปเวล ไม่อยากคิดต่อว่าประชาชนในพื้นที่จะเป็นอย่างไร และไม่อยากคิดต่อว่าจะจัดซื้อจัดจ้างใหม่หรือไม่

ทั้งนี้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาระบุว่ากสทช.ขอให้ทีโอทีมีหนังสือยินยอมให้ปรับตามสัญญาเกิน 10%โดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมเสนอแผนการดำเนินงานและระยะเวลาการดำเนินงานที่จะสามารถส่งมอบบริการระยะที่ 1 ให้ครบถ้วนถูกต้องแล้วเสร็จให้ชัดเจน เสนอต่อสำนักงานกสทช.ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เพื่อที่สำนักงานกสทช.จะได้พิจารณาเกี่ยวกับการผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาต่อไป

แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคมให้ความเห็นว่า ตอนนี้ทางเลือกของทีโอทีมี 2ทางคือ ขาดทุนมาก กับ ขาดทุนมากที่สุด เพราะหากทำโครงการต่อ นอกจากต้องเสียค่าปรับเป็นจำนวนเงินกว่าพันล้านบาทแล้ว ก็ต้องแก้ไขสเปกและจัดหาอุปกรณ์มาแก้ไขในพื้นที่ที่ไม่สามารถส่งมอบงานได้ เผลอๆจะเข้าเนื้อมากกว่ามูลค่าโครงการที่ได้

แต่หากยกเลิกสัญญา ทีโอที ต้องเสียค่าปรับมหาศาล แถมยังเสียชื่อ ลูกค้าทีโอทีทั้ง ราชการ รัฐวิสาหกิจ เอสเอ็มอี เอกชนทั่วไป ตลอดจนลูกค้าครัวเรือน จะขาดความเชื่อถือในทีโอทีและจะทยอยยกเลิกบริการ

"ทีโอทีควรเลิกคิดได้แล้วว่าเป็นงานแบบรัฐต่อรัฐสามารถคุยกันได้ เพราะอย่าลืมว่าโครงการนี้มีเอกชนร่วมวงประมูลด้วย การที่น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี ในฐานะกรรมการบอร์ดทีโอที เคยบอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไร ทีโอที กับ กสทช. ต่อรองและพูดคุยกันได้อยู่แล้ว เป็นเรื่องเหลวไหลไม่จริงทั้งนั้น"

***งานสุดชุ่ย ห่วยแตก !!

ข้อพิสูจน์ถึงผลงานทีโอที ที่ไร้ฝีมือ เห็นได้ในการประชุมคณะทำงานเพื่อตรวจรับงานเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2562 ที่พบว่าไม่สามารถรับงานจากทีโอทีได้จริงๆ ทุกอย่างห่วยแตกหมดสิ่งที่กสทช.ไม่สามารถตรวจรับงานได้มีตั้งแต่ไฟเบอร์ผิดสเปกไปจนถึงเครื่องสำรองไฟจ่ายไฟไม่ได้ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ส่งมอบงานแต่ทำไมอุปกรณ์ถึงได้ดูเก่าและหมดอายุเช่นนี้

แหล่งข่าวจากกสทช.กล่าวว่า สาเหตุที่คณะทำงานไม่สามารถตรวจรับงานได้มีตั้งแต่ การใช้สายเคเบิลผิดประเภท ตู้ขึ้นสนิม เมื่อทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตแล้วก็ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้คือ 30/10 Mbps แต่ตรวจวัดได้ 5 Mbps เป็นต้น แม้กระทั่งตัวเครื่องสำรองไฟ หรือ ยูพีเอส ก็ไม่สามารถสำรองไฟได้จริง เมื่อกรรมการตรวจรับทดลองถอดปลั๊กไฟออกต้องผงะเหมือนโดนผีหลอก เพราะยูพีเอสไม่สามารถจ่ายไฟสำรองได้แม้แต่นาทีเดียว นอกจากนี้ยังพบว่า ทีโอทีไม่ติด Label ที่ตู้ตามข้อกำหนด แถมภายในตู้มีฝุ่น เศษใบไม้ สกปรก แถมมาเกินทีโออาร์อีกด้วย


ส่วนอาคาร USO Net สร้างไม่แล้วเสร็จ ตามสัญญา เพราะมีการสร้างในจุดที่ไม่ได้รับการอนุมัติแบบให้สร้างและมีการสร้างอาคารผิดแบบจากที่กำหนด ทีโออาร์ รวมทั้งยังมีการสร้างแต่ฐานรากและไม่สร้างต่อเหมือนผู้รับเหมาจะหนีไปแล้วไม่กลับมาอีก

ทั้งนี้ที่ปรึกษายืนยันว่ามีแบบก่อสร้างเพียงแบบเดียวคือ แบบ Lev.2แต่ ทีโอที มีการปรับปรุงการก่อสร้างต่างจากแบบ โดยไม่ขออนุมัติอย่างเป็นทางการ แต่อ้างว่าทำตามมติที่ประชุมที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งในที่ประชุมวันนั้นที่ปรึกษาได้ขอให้ ทีโอที แสดงเอกสารหลักฐานการอนุมัติให้ทำ แต่ ทีโอทีไม่สามารถแสดงเอกสารในที่ประชุมได้

นอกจากนี้เมื่อมีการนัดกรรมการตรวจรับ เมื่อกรรมการไปทำการตรวจรับในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ ทีโอที ในพื้นที่แจ้งว่าไม่พร้อมให้ทำการตรวจรับ เช่น ในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร จ.นครสวรรค์ เป็นต้น มีการส่งรายการจุดที่จะทำการตรวจรับไม่ตรงตามที่ติดตั้งจริง เช่นแจ้งให้ทำการตรวจรับที่ USO_645 แต่เมื่อไปตรวจรับแล้วไม่พบมีการติดตั้งอุปกรณ์ แต่ไปพบที่จุดติดตั้ง USO_641 ซึ่งไม่อยู่ในรายการ แถมที่อำเภออมก๋อย จ.เชียงใหม่ พบว่า ทีโอที ไปตั้งตู้ที่ติด Sticker ของ USO Net Zone C+ ใกล้กับจุดติดตั้งของ True ทั้งๆที่ทีโอที ไม่ได้ถูกกำหนดให้ติดตั้งในบริเวณนั้น

*** ทีโอทีถนัดแต่สร้างภาพ

ในเมื่อทำงานไม่เสร็จ ครั้นจะยอมรับดูเหมือนจะเสียศักดิ์ศรี หลังได้หนังสือยกเลิกสัญญาจากกสทช. "มนต์ชัย หนูสง" กรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอที ได้ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ประธานบอร์ดทีโอที
โครงการเน็ตประชารัฐที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ทีโอทีทำได้รับการโหวตจากเวทีสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ให้เป็น 1 ใน 5 โครงการที่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเข้าถึงประชาชนทุกหมู่บ้านดีที่สุดกว่าประเทศใดๆ

พร้อมเปรยถึงโครงการเน็ตชายขอบว่า ขณะนี้ทีโอทีได้ดำเนินการทั้ง 3 สัญญาโดยได้ส่งมอบแล้วประกอบด้วยบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงสาธารณะ (ฟรีไวไฟ) จำนวน 1,704 หมู่บ้านและติดตั้งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 567 หมู่บ้าน
แต่ในส่วนที่เหลือเมื่อทีโอทีทำการสำรวจและเข้าดำเนินการแล้วพบข้อจำกัดในการดำเนินโครงการฯ แต่อย่างไรก็ตามทีโอทีต้องบริหารจัดการภายใต้ข้อจำกัดที่หลากหลายจึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการประสานงานและติดตามความชัดเจนจากหลายภาคส่วน รวมทั้งต้องระมัดระวังให้การดำเนินโครงการฯถูกต้องตามระเบียบและสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

"ข้อจำกัดสำคัญ อาทิข้อจำกัดของพื้นที่บริการ จุดติดตั้งที่อยู่ในเขตวนอุทยานแห่งชาติ ข้อจำกัดสภาพพื้นที่ ข้อมูลบริการในพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่มีพื้นที่เหมาะสมต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบรายการการย้ายสถานที่ติดตั้งบริการหรือเปลี่ยนประเภทบริการ ข้อจำกัดสภาพภูมิประเทศภูมิอากาศความไม่สงบในพื้นที่บริการและอื่นๆ"

ทีโอทีได้นำเสนอข้อจำกัดและแนวทางการบริหารข้อจำกัดการดำเนินโครงการฯเพื่อขอรับความเห็นชอบและนำเสนอเข้าสู่กระบวนการปรับสัญญาให้อยู่ในวิสัยที่จะดำเนินการต่อไปได้ แต่เมื่อไม่มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบและไม่มีการเสนอเข้าสู่กระบวนการภายในเวลาที่สอดคล้องกับเงื่อนเวลาที่กำหนดจึงทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคที่สำคัญในการดำเนินการโครงการฯ
ดังนั้นหากได้รับการพิจารณาให้ความเห็นชอบที่ชัดเจนและมีการเสนอเข้าสู่กระบวนการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดแล้วทีโอทีเชื่อมั่นว่าจะสามารถดำเนินการต่อไปจนสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ จวบจนปัจจุบันทีโอทียังรอความเห็นชอบที่ชัดเจนและการนำเสนอเข้าสู่กระบวนการแก้สัญญาเพื่อขจัดข้อจำกัดดังกล่าวให้อยู่ในวิสัยที่จะดำเนินการได้

แปลไทยเป็นไทยก็คือ ทีโอทีทำถูกต้องหมดทุกอย่าง แต่กสทช.ไม่ได้พิจารณาอะไรให้เลย เหมือนเมื่อครั้งเดือน ก.ค.2561 มนต์ชัยก็อวดอ้างว่าการรีดีไซน์โครงข่ายใหม่ทำให้ประหยัดงบประมาณได้กว่า 280 ล้านบาท เป็นการใช้เงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ตอกหน้ากสทช.ตรงๆ พร้อมทั้งบอกว่าน่าจะส่งมอบโครงการได้ตามสัญญา

"เข้าใจว่าทีมกุนซือของมนต์ชัยคงแนะนำมาอย่างนี้ โครงการนี้กสทช.เป็นนายจ้าง ทีโอทีเป็นลูกจ้างหรือผู้ถูกว่าจ้าง เมื่อเกิดปัญหา สิ่งที่ลูกจ้างโวยผ่านสื่อคือตอกหน้านายจ้างเต็มๆ ไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง ทั้งๆที่ตัวเองเละตุ้มเป๊ะ ดีที่ได้บอร์ดนายพลเฉยเลยไม่เกิดอะไรขึ้น ถ้าเป็นบอร์ดใหม่หลังเลือกตั้งน่าจะงามไส้มากกว่านี้"






Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...