xs
xsm
sm
md
lg

แก้กม.ประมูลคลื่นทางสว่าง 5G (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์
แม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะพยายามผลักดันให้เกิดการประมูลคลื่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดภายใต้การก้าวไปสู่ยุค5Gตามที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ(ITU) กำหนดไว้ให้เกิดขึ้นภายในปี 2563 ทำให้ กสทช.ต้องมีการนำคลื่นออกมาประมูลเพิ่มเติม เนื่องจากการที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอเรเตอร์) จะสามารถก้าวไปสู่ผู้ให้บริการยุค5Gได้ จำเป็นต้องมีคลื่นในมือรายละอย่างน้อย100 MHzทั้งคลื่นต่ำ กลาง และสูง

ทว่าในมุมของโอเปอเรเตอร์กลับมองว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะประมูลคลื่นในเวลานี้ ด้วยกับดักของราคาเริ่มต้นการประมูลคลื่นที่ยังไม่มีความแน่นอนว่าจะแพงมากน้อยแค่ไหนที่สำคัญคือการนำไปใช้งาน จะใช้งานเชิงพาณิชย์ในรูปแบบไหนที่คิดว่าจะสามารถสร้างรายได้จากบริการนั้นๆได้

***รออีก 2-3 ปีก็ยังไม่สาย

อย่างที่ทราบกันว่าในประเทศไทยมีโอเปอเรเตอร์หลักที่บอบช้ำจากการประมูลคลื่นในราคาที่สูงลิบลิ่วอยู่ 3รายได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ซึ่งยังไม่ทันได้ทำเงินจากต้นทุนค่าประมูลคลื่นที่ลงทุนไปมากกลับมาคืนทุนให้บริษัท ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เอกชนทั้ง 3รายจะยังไม่มีความต้องการคลื่นในขณะนี้

ที่สำคัญคือยูสเคส ที่ใช้สำหรับ5Gก็ยังไม่มีให้เห็นว่าจะเป็นรูปแบบไหนที่จะทำเงินให้กับโอเปอเรเตอร์ จึงยิ่งไม่จำเป็นต้องรีบเดินหน้าไปสู่ 5G ภายในเร็ววันนี้ ซึ่งคำพูดของ 'สมชัย เลิศสุทธิวงศ์' ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส ก็เป็นสิ่งตอกย้ำได้ดีว่า ถึงแม้ว่าเอไอเอสจะได้ทบสอบ5G ตามสถานที่ต่างๆ โดยร่วมมือกับกสทช.และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอี

แต่นั่นก็เป็นเพียงการทดลองและเป็นการทำในมุมของการโปรโมทแบรนด์มากกว่าจะหายูสเคสที่เหมาะสำหรับประเทศไทย โดยเขามองว่าหากเทคโนโลยี 5Gลงทุนเร็วไปจะไม่เกิดประโยชน์ จึงควรรออีก2-3ปี ให้เห็นภาพชัดก่อนค่อยลงทุนก็ยังไม่สาย

***อยากเกิด5Gต้องแก้กฎหมาย

เพราะกฎหมายกสทช.ระบุว่าการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อนำไปใช้ในเชิงธุรกิจต้องมาจากการประมูลเท่านั้น ทำให้ทุกครั้งที่มีการประมูล กสทช.ต้องดำเนินขั้นตอนให้เป็นไปตามกฎหมายและสุดท้ายก็ต้องติด 'กับดัก'ของราคาการประมูล

เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่น ที่เขาสามารถเดินหน้าไปสู่ยุค5Gได้ เพราะมีการแจกคลื่นความถี่ให้โอเปอเรเตอร์เท่าๆกัน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำเพื่อสังคมตามที่ประเทศกำหนดไว้ อีกทั้งประเทศเขาเองยังมีเทคโนโลยีเป็นของตนเอง จึงไม่มีต้นทุนในการสร้างนวัตกรรม ต่างจากประเทศไทยที่ต้องนำเข้าจากต่างชาติทุกอย่าง ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ที่ควรดูยูสเคสที่น่าสนใจจากประเทศเหล่านี้ก่อน แล้วค่อยนำยูสเคสที่เหมาะกับประเทศไทยมาปรับใช้
พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์
นอกจากนี้ประเทศต่างๆที่เร่งผลักดันเรื่อง5Gเพราะมีผลต่อเนื่องกับอุตสาหกรรมในประเทศเหล่านั้นโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ที่มีอุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับ สหรัฐอเมริกาที่มีควอลคอมม์ บริษัทผลิตชิปรายใหญ่ของโลก หรือ จีนที่มีหัวเว่ยที่เป็นเจ้าเทคโนโลยี 5Gทั้งเครือข่ายและสมาร์ทโฟนที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นที่หนึ่งของโลก ในขณะที่พี่ไทยไม่มีอะไรเหมือนประเทศเหล่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องกฎหมายที่ต้องจัดสรรความถี่เพื่อการประมูลนี้ ทั้ง 'พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ' รองเลขาธิการกสทช.และ 'สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์' ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าไม่สามารถแจกคลื่นความถี่ หรือ ทำการประมูลลักษณะบิวตี้ คอนเทสต์ (การประมูลคลื่นที่เอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก)กับคลื่นที่จัดสรรเพื่อไปใช้งานแบบธุรกิจได้

โดย พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า แต่หากมีการตีความว่าคลื่นที่ให้ไปทำเพื่อประโยชน์แก่สาธารณะชนโดยไม่หวังผลกำไรก็อาจทำได้ สอดคล้องกับ'พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ที่เห็นว่าเทคโนโลยี 5Gเพื่อทำยูสเคสให้กับโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่สำคัญต่อสาธารณะชน

หากกสทช.มีการจัดสรรคลื่นบางส่วนให้หน่วยงานเหล่านี้ใช้เฉพาะพื้นที่ก็จะเป็นประโยชน์ไม่น้อย เพราะเทคโนโลยี 5Gไม่ต้องใช้ในวงกว้างแต่สามารถกำหนดพื้นที่เฉพาะจุดในการให้บริการได้

ขณะที่ 'สมเกียรติ' มองว่าในเรื่องการแก้กฎหมาย ทำไม่ได้ แต่กสทช.ควรแก้ไขด้วยการมีโรดแมปในการประมูลที่ชัดเจนว่าจะมีคลื่นไหนสำหรับเทคโนโลยี 5Gและแต่ละคลื่นจะประมูลเมื่อไหร่ ในราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ เพื่อให้โอเปอเรเตอร์มีเวลาในการตัดสินใจ ไม่เช่นนั้นการประมูลทีละคลื่นจะทำให้กสทช.ติดกับดักเรื่องราคาทุกครั้งไป

ด้วยต้นทุนที่สูงของการประมูลคลื่น900 MHzในครั้งก่อน ทำให้ทั้ง3โอเปอเรเตอร์ส่งหนังสือถึงหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในการออกคำสั่ง ม.44เพื่อยืดงวดของการจ่ายเงินชำระค่าประมูลงวดสุดท้ายออกไปอีกเพื่อให้มีลมหายใจในการลงทุนและพร้อมเข้าร่วมประมูลคลื่นเพิ่มในการขับเคลื่อน5G

ความพยายามในการยืดงวดชำระเงินครั้งนี้ 'วิษณุ เครืองาม' รองนายกรัฐมนตรีได้เชิญหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือร่วมกันแล้ว ซึ่งทั้งโอเปอเรเตอร์ กสทช. และ ตัวแทนจากกระทรวงดีอี ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า หากประเทศไทยต้องการให้มีคลื่นเพียงพอในการขับเคลื่อนไปสู่ 5G ควรพิจารณาช่วยเหลือเอกชน เพื่อให้เอกชนมีเงินในการลงทุนและสิ่งที่เอกชนขอนั้นไม่ใช่การยกเลิกการชำระแต่เป็นการยืดการชำระและจ่ายดอกเบี้ยตามกฎหมาย
ฐากร ตัณฑสิทธิ์
ด้าน 'ฐากร ตัณฑสิทธิ์' เลขาธิการกสทช. อธิบายว่า การประมูลคลื่นเพื่อรองรับ5Gของกสทช.นั้น นอกจากคลื่น700 MHzแล้ว ก็ยังมีคลื่น2600 MHzคลื่น3.5 GHzและคลื่น26-28 GHzซึ่งการเปิดประมูลคลื่นของกสทช.ไม่ได้เจาะจงว่าคลื่นใดเหมาะกับการทำ5Gแต่ต้องการให้โอเปอเรเตอร์มีคลื่นในมือเพียงพอในการก้าวไปสู่ยุค5G

*** เร่งเปิดศูนย์สอบ5Gแย่งชิงพื้นที่สื่อ

ทั้ง กสทช.และกระทรวงดีอี ต่างคนต่างแย่งพื้นที่สื่อในการจับมือกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างแลปในการทดสอบ5Gกันชุลมุน แม้ไม่รู้ว่า5Gจะเกิดขึ้นได้อย่างไร

โดยงานนี้ กสทช.มีความได้เปรียบกว่าตรงที่เป็นผู้กำกับดูแลเรื่องคลื่นความถี่เอง จึงมีอำนาจในการอนุมัติและมีเงินสนับสนุนให้เกิดการทดลอง5Gโดยใช้พื้นที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการทดสอบและสร้างยูสเคสเป็นเวลา2ปี

ขณะที่กระทรวงดีอี ในช่วงแรกที่ยังไม่ได้รับอนุมัติคลื่นในการทดสอบ เพราะโอเปอเรเตอร์ต้องเป็นคนทำเรื่องขอคลื่นกับกสทช.มาทดสอบเองในฐานะผู้ได้รับใบอนุญาต แต่กระทรวงดีอีก็ไม่ยอมน้อยหน้าเร่งเปิดพื้นที่ทดสอบในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา กับภาคเอกชนอย่างคึกคักไม่แพ้กัน ด้วยการชูจุดเด่นการใช้อินฟราสตัคเจอร์ แชร์ริ่ง ของ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ให้เอกชนทุกรายมาร่วมใช้งานเพื่อลดต้นทุน

แต่การรีบเปิดตัวอย่างคึกคักแข่งกับกสทช.ในเวลาที่ยังไม่มีคลื่นจริงมาทดสอบก็ทำให้รัฐมนตรีดีอีแอบถูกแซวเบาๆไม่ได้ว่ากำลังเร่งเก็บแต้มสร้างผลงานเพื่อเป็นรัฐมนตรีต่อในสมัยหน้าที่จะถึงนี้หรือไม่

เรื่องนี้ดูๆไป แล้วก็ปวดหัวแท้ หรือว่ามันควรจะถึงยุคที่เลิกประมูลคลื่นแบบเดิมๆด้วยเป้าหมายหาเงินมากๆมาส่งให้รัฐจับจ่ายใช้สอย แล้วหันมาจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์จะดีกว่า เราจะได้ไม่ต้องพายเรือวนอยู่ในอ่างแบบนี้ทุกๆครั้งที่จะมีการประมูลคลื่นความถี่เพราะถ้าไทยตกขบวน5Gครั้งนี้จะสาหัสกว่าสมัยตกขบวน3Gแบบไม่เห็นฝุ่น
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...