xs
xsm
sm
md
lg

ส่องธุรกิจ "กลุ่มสามารถ" สู่รายได้ 2 หมื่นล้าน (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ย้อนไปในช่วงปลายปี 2017 การที่กลุ่มสามารถ ออกมาประกาศว่าจะยุติการทำตลาด "ไอ-โมบาย" ก่อนเปลี่ยนถ่ายธุรกิจสู่ "สามารถ ดิจิตอล" ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกฟื้นองค์กร ในวันที่ธุรกิจถูกการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเข้ามา Disrupt

จนถึงช่วงสิ้นปี 2018 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นการปิดฉาก สามารถ ไอ-โมบาย ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว เพราะถือเป็นช่วงที่หมดสัญญา ยกเลิกหน้าร้านทั้งหมดที่มี เพื่อหันธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัลแบบเต็มตัวในปีนี้ ประกอบกับในปีนี้ ถ้าการพลิกฟื้นกลับมาได้เต็มที่ ธุรกิจสามารถ ดิจิตอล จะเริ่มกลับมาสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มสามารถกว่า 4,000 ล้านบาท จากธุรกิจที่เริ่มลงทุนไปในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากธุรกิจให้บริการทรังก์เรดิโอ (Digital Trunked Radio System) ร่วมกับทาง กสท โทรคมนาคม

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า การเปลี่ยนธุรกิจของสามารถ ดิจิตอลจากเทรดดิ้ง มาเป็นการสร้างรายได้จากสมาชิก ถือเป็นจุดสำคัญที่จะทำให้กลุ่มธุรกิจนี้กลับมาสร้างรายได้ในระยะยาว ด้วยการลงทุนที่ไม่มาก แต่เป็นการลงทุนธุรกิจพื้นฐาน ที่มีกลุ่มลูกค้าแน่นอน และการแข่งขันไม่รุนแรง

"การแข่งขันในธุรกิจมือถือตอนนี้ถือว่าหมดยุคไปแล้ว เพราะเหลือแต่แบรนด์หลักๆเท่านั้น ที่จะอยู่รอดในตลาด ดังนั้นการหันมาทำตลาดทรังก์เรดิโอ ที่มีฐานลูกค้าเดิมๆ รอใช้งานอยู่จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า โดยปัจจุบันสามารถ ดิจิตอล วางเครือข่ายครอบคลุมไปแล้ว 60-70% ของพื้นที่ทั่วประเทศ"

***สามารถ ดิจิตอล สร้างรายได้จากสมาชิก

เบื้องต้น กลุ่มสามารถ ตั้งเป้าผู้ใช้งาน DTRS (Digital Trunked Radio System) 1 แสนราย โดยจะมาจากกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการป้องกันภัยสาธารณะ กองทัพบก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง การรถไฟ อาสาสมัครป้องกันประเทศ

"จะเห็นได้ว่าลูกค้ากว่า 90% จะเป็นภาครัฐ ส่วนของภาคเอกชน ปีนี้อาจจะมีธุรกิจที่นำไปใช้ในการเดินเรือเข้ามาใช้งานด้วย การที่มีลูกค้า 1 แสนราย ก็จะสร้างรายได้เดือนละ 50 ล้านบาท ไม่นับรวมกับค่าเครื่องอีก"

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่จะขยายฐานลูกค้าออกไป โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นอาสาสมัครป้องกันภัยที่ลงทะเบียนในประเทศอยู่อีกประมาณ 1 ล้านราย ทำให้เชื่อว่าในปีนี้จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้เกือบครึ่งปี เนื่องจากติดในเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐ ต้องมีการตั้งงบทางราชการ เพื่อรอจัดซื้อจัดจ้างก็ตาม

ภายในกลุ่มสามารถ ดิจิตอล ยังมีธุรกิจดิจิทัล คอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็น BUG EDT และ i-Sport ที่มีแนวโน้มสร้างรายได้เติบโตต่อเนื่องเข้ามาเสริม โดยเฉพาะการมาของอีสปอร์ตที่ทาง i-Sport จะเข้าไปจับตลาดนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

***SAMTEL รุกตลาดการเงิน-ธนาคาร

ถัดมาในกลุ่มสามารถ เทลคอม (SAMTEL) ที่ปีนี้เชื่อว่าจะเป็นกลุ่มที่สามารถสร้างรายได้สูงที่สุดกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากการที่มีงานในมือกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท 118 โครงการ อย่าง โครงการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกว่า 7,000 ล้านบาท โครงการของกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ 6,000 ล้านบาท และโครงการของบมจ.การท่าอากาศยานไทยกว่า 1,500 ล้านบาทเป็นต้น
วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์
ส่วนในปีนี้จะมีโปรเจกต์ขนาดใหญ่ รอให้เข้าไปประมูลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมูลค่าโครงการ 7,300 ล้านบาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติมูลค่า 3,500 - 6,000 ล้านบาท การท่าอากาศยานไทยมูลค่า 1,500 - 2,000 ล้านบาท และกรรมสรรพสามิตมูลค่า 4,000 - 5,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ยังได้ขยายธุรกิจไปสู่การให้บริการ Portal Net เพื่อบริหารจัดการบัญชีหลังบ้านของการไฟฟ้า การวางระบบให้บริการทางการเงินด้วย Digital Financial Solutions ที่ถือเป็นตลาดใหม่ และมีโอกาสเติบโตสูง เนื่องจากธนาคารรัฐอีกหลายแห่งต้องมีการเปลี่ยนแปลงรับยุคดิจิทัล ซึ่ง SAMTEL จะเข้าไปช่วยในเรื่องของการวางระบบหลัก ไปจนถึงการต่อยอดผลิตภัณฑ์ และบริการ ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ ไม่ว่าจะเป็น Biometric AI Big Data Social Media Payment ผสมไปกับบริการทางการเงินรูปแบบเดิมๆ

***U-Trans ได้อานิสงส์สายไฟฟ้าลงดิน

อีกหนึ่งธุรกิจที่สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มสามารถ ต่อเนื่องคือสามารถ ยู-ทรานส์ (U-Trans) โดยในปีนี้จะมีการขยายธุรกิจในส่วนของระบบบริหารจัดการจราจรทางอากาศ ด้วยการนำ แคมโบเดีย แอร์ทราฟฟิค เซอร์วิส (CATS) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้สามารถขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ยังมีในส่วนของ TEDA ที่ขยายเข้าไปจับตลาดโครงการสายไฟฟ้าลงดิน จากทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่มีมูลค่ารวมกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ไม่นับรวมกับโครงการอื่นๆ อย่างงานก่อสร้างสถานีต้นทาง รวมเป็นมูลค่าราว 2.7 หมื่นล้านบาท โดยทาง TEDA ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 15% จากการประมูลรวมทั้งหมด ทำให้รวมๆแล้ว ในปีนี้กลุ่มธุรกิจ U-Trans ตั้งเป้ารายได้ไว้รวมประมาณ 4,400 ล้านบาท

***OTO ให้บริการธุรกิจดิจิทัล

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น คือกลุ่มธุรกิจ วันทูวัน คอนแทคส์ (OTO) ที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยการพัฒนาธุรกิจใหม่ ที่เป็นได้ทั้งสินค้า และบริการ ขยายต่อจากธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบริการตอบข้อความอัตโนมัติด้วยเสียง (Voice AI) การพัฒนาแชทบอท มาช่วยในการตอบคำถามเบื้องต้น ผ่านช่องทางสนทนาบนแพลตฟอร์มอย่าง ไลน์ เฟซบุ๊ก และบนหน้าเว็บไซต์ โดยจะเข้าไปช่วยลดเวลา และค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้า

นอกจากนี้ ยังเข้าไปเป็นพันธมิตรกับทาง LINE ในการให้บริการ LINE Customer Connect แก่ลูกค้าองค์กรที่สนใจ โดยจะเน้นไปที่ลูกค้าภาครัฐเป็นหลัก ส่วนภาคเอกชนจะเน้นเจาะกลุ่มธนาคาร และธุรกิจประกัน โดยตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ราว 1,000 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่าแนวทางในการทำธุรกิจของกลุ่มสามารถ เริ่มปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น ด้วยการเข้าไปจับงานที่เกี่ยวเนื่องกับเทรนด์ไอที เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล สามารถทำได้ง่ายขึ้น เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้บริโภค

ทั้งนี้ สามารถมองปรากฏการณ์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นนี้ว่า จะช่วย สร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืน "SAMART…Strong & Sustain" ให้แก่กลุ่มธุรกิจสามารถในปีนี้และต่อเนื่องไปถึงอนาคตข้างหน้า


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...