xs
xsm
sm
md
lg

"อีริคสัน" เจาะ 10 แนวโน้มพฤติกรรม ตามเทรนด์ไอที (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

วุฒิชัย วุฒิอุดมเลิศ รองประธาน และหัวหน้าฝ่ายเน็ตเวิร์ก โซลูชัน บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด
"เทคโนโลยีจะเป็นภัยคุกคาม หรือโอกาสขึ้นอยู่กับคนมอง" คือคำกล่าวของ เพอร์นิลล่า โจนส์สัน หัวหน้างานห้องปฎิบัติการวิเคราะห์ผลสำรวจผู้บริโภคและอุตสาหกรรมของอีริคสัน ที่ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเทรนด์เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 นี้ เมื่อหลากหลายเทคโนโลยีจะเรียนรู้พฤติกรรม และการใช้ชีวิตของมนุษย์

ที่ผ่านมา "อีริคสัน" จะมีการเปิดเผยแนวโน้มพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากการมาของเทคโนโลยี ด้วยการเข้าไปทำการสำรวจถึงพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคใน 10 เมืองชั้นนำที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตระดับสูง โดยทำการสำรวจต่อเนื่องมาแล้วกว่า 23 ปี
ครั้งนี้อีริคสันเปิดเผย 10 คอนซูเมอร์เทรนด์ ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ ที่พบว่า ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับ ผู้ช่วยส่วนตัว (Assistant) มากขึ้น และหวังว่าผู้ช่วยนี้จะมีบทบาทเสมือนสมาชิกในครอบครัว พร้อมไปกับการพัฒนาในมุมของ AR/VR ที่จะผสานเข้ากับการใช้ชีวิตมากขึ้น

ไมเคิล บียอน หัวหน้างานฝ่ายวิจัย ห้องปฎิบัติการวิเคราะห์ผลสำรวจผู้บริโภคและอุตสาหกรรมของอีริคสัน ระบุถึงเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นว่า ให้ลองจินตนาการถึงสมาร์ทโฟนที่ไม่ได้แค่เพียงรู้ว่าคุณทำอะไร แต่สามารถรู้ได้ว่าคุณเป็นใคร

"ทุกวันนี้ปัญญาประดิษฐ์สามารถเข้าใจถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละคนได้แค่เพียงมองตา ผู้ที่ใช้งานเทคโนโลยีใหม่จะเห็นได้ว่าในอนาคตอุปกรณ์เทคโนโลยีของเราจะรู้จักเรามากกว่าที่เราจะรู้จักมัน"

สำหรับ 10 แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่ อีริคสัน เปิดเผยออกมา ประกอบไปด้วย 1.เครื่องรับรู้อัจฉริยะ (Awareables) โดยกว่า 60% ของผู้ที่ใช้งานผู้ช่วยส่วนตัวคิดว่า ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า อุปกรณ์ Wearable และผู้ช่วยส่วนตัวทั้งหลาย จะสามารถรับรู้ และเข้าใจถึงอารมณ์ของผู้ใช้ได้ ทำให้กว่า 42% ของผู้บริโภคเชื่อว่าสมาร์ทโฟนเข้าใจตนเองมากกว่าเพื่อนอีก ไปจนถึงขนาดที่ผู้บริโภคกว่า 52% หวังให้นาฬิกาอัจฉริยะ ปิดกั้นการแจ้งเตือน เมื่อรับรู้ว่าเจ้าของกำลังยุ่งอยู่ หรือไม่สะดวกรับสายโทรศัพท์ที่เข้ามา

2.ผู้ตอบโต้ที่ชาญฉลาด (Smart quarrels) ต่อเนื่องจากข้อแรก เมื่อผู้ช่วยส่วนตัวเข้าใจเรามากขึ้นแล้ว สิ่งที่ผู้บริโภคกว่า 65% หวังก็คืออยากให้อุปกรณ์อัจฉริยะเหล่านั้นสามารถพูดคุย โต้ตอบกับผู้ใช้ได้ เหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัวคนหนึ่งนอกจากนี้ ผู้บริโภคยังเชื่อว่า ผู้ช่วยส่วนตัวจากแต่ละผู้ให้บริการก็จะมีความคิดที่แตกต่างกัน และอาจจะให้คำตอบ หรือคำปรึกษาได้ดีขึ้น

3.สอดแนมผู้ใช้แม้ไม่ได้เปิดแอป (Spying apps) กว่า 45% ของผู้บริโภคเชื่อว่าผู้ให้บริการแอปพลิเคชันต่างๆ บนสมาร์ทโฟน มีการสอดแนมการใช้งาน แม้ว่าผู้ใช้จะไม่ได้เปิดแอปพลิเคชันขึ้นมา

4.บังคับให้ตอบตกลง (Enforced agreement) จากกฎหมาย GDPR ที่ออกมาเกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้ผู้ให้บริการทั้งหลายจะให้ผู้บริโภคยินยอมในการเก็บข้อมูลก่อนใช้งาน ทำให้ผู้บริโภคกว่า 51% รู้สึกรำคาญที่จะต้องตอบตกลงดังกล่าว

5.ทักษะทางอินเทอร์เน็ต (Internet of skills) หรือทักษะในการใช้เทคโนโลยีจะกลายเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต และเชื่อว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยสอนได้ เมื่อผู้ใช้งาน AR/VR กว่า 50% อยากให้มีการพัฒนาแว่นตา หรือถุงมือ ที่สามารถนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น อย่างการประยุกต์ใช้กับการทำอาหารที่จะมีการแสดงผลวัตถุดิบต่างๆ ออกมาให้เห็น หรือการแสดงข้อมูลการซ่อมแซมสิ่งของต่างๆ เพื่อให้สามารถทำตามได้ทีละขั้นตอน

6.การบริโภคแค่เพียงปลายนิ้ว (Zero-touch consumption) การมาของอุปกรณ์ IoT และอุปกรณ์อัจฉริยะทั้งหลาย จะเข้ามาช่วยผู้บริโภคตอบโจทย์ในแง่ของการทำธุรกรรม อย่างการชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ด้วยการตรวจอีเมลแจ้งค่าน้ำ ค่าไฟ และเตือนให้ชำระเงินหรือแม้แต่ซื้อของใช้ภายในบ้าน โดยที่ผ่านมา จะเริ่มเห็นกันจากตู้เย็นอัจฉริยะ ที่จะเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เมื่อพบว่าของชิ้นใดในตู้เย็นใกล้จะหมดจะทำการสั่งชิ้นใหม่มาให้ทันที

7.ผู้ช่วยในการตัดสินใจ (Mental obesity) เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตัดสินใจในชีวิตประจำวันของมนุษย์ หนึ่งในธุรกิจที่จะเกิดขึ้นใหม่คือ "ศูนย์ฝึกความคิด" ที่จะคอยช่วยไม่ให้สมองที่ไม่ถูกใช้งานได้รับการกระตุ้น เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อสุขภาพ

8.รักษ์โลก (Eco Me) อีกหนึ่งแนวโน้มที่เกิดขึ้นคือ ผู้บริโภคเริ่มเกิดภาวะรักษ์โลกมากขึ้น ทั้งการใส่ใจในเรื่องของปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ (Carbon Footprint) ซี่งจะเห็นได้ว่าแบรนด์ไอทีหลายๆ แบรนด์กำลังเร่งปรับตัวให้องค์กรคลีน มากขึ้น

9.ฝาแฝดดิจิทัล (My digital twin) ผู้ใช้งาน AR หรือ VR จำนวน 48% ต้องการมีฝาแฝดเสมือนจริงที่เหมือนกับตัวเขาแบบชนิดที่แยกไม่ออก เพื่อที่พวกเขาจะสามารถแยกกันอยู่สองที่ได้ในเวลาเดียวกัน และช่วยกันทำงานได้ และ10.ชุมชน 5G (5G automates society) ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนจำนวน 20% เชื่อว่า 5G จะทำให้อุปกรณ์ IoT เชื่อมต่อกันได้ดีกว่าเดิม เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน หรือสมาร์ทมิเตอร์ในอุปกรณ์สาธารณูปโภคต่างๆ

วุฒิชัย วุฒิอุดมเลิศ รองประธาน และหัวหน้าฝ่ายเน็ตเวิร์ก โซลูชัน บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแน่ๆ เลยคือการเสพติดเทคโนโลยี แม้ว่าคำนี้จะดูเหมือนเชิงลบแต่ในความเป็นจริงแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเทคโนโลยีที่เรานำมาใช้กัน ส่วนใหญ่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราในแต่ละด้าน

"สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มนุษย์ได้เข้าสู่ยุคที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์และทำงานร่วมกับเครื่องจักรกลอัจฉริยะแล้ว ทุกวันนี้กำลังก้าวเข้าสู่อนาคต ยังมีอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีอีกมากมายหลายอย่างที่จะถูกพัฒนาขึ้น ดังนั้น ก็ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคที่จะมองว่าเทคโนโลยี เป็นภัยคุกคาม หรือโอกาสให้ได้เรียนรู้กันแน่"


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...