xs
xsm
sm
md
lg

เปิดมุมมอง 5G ในนิยามดีแทค (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

อเล็กซานดรา ไรช์
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ความคึกคักของการสร้างสนามทดสอบ 5G ทั้งโดยภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ภาคเอกชนทั้งโอเปอเรเตอร์เบอร์หนึ่งและเบอร์สองในตลาดอย่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ต่างออกมาทำกิจกรรมในการทดสอบเทคโนโลยี เพื่อรองรับการมาของ 5G ในปี 2563

ตรงกันข้ามกับค่ายสีฟ้า ที่แม้จะถูกจับตามองและคาดการณ์ต่างๆ นานาว่าจะต้องโดดร่วมวงทดสอบ 5G กับสนามใดสนามหนึ่ง หรือเลือกทำเลเอง เหมือนอย่างที่ใครๆ เขาทำกันบ้าง แต่สุดท้ายก็ยังไม่เห็นความคึกคึกในการสร้างสีสันในตลาดเหมือนอย่างโอเปอเรอเตอร์ทั้ง 2 ค่าย แต่อย่างใด

ซึ่งเรื่องนี้ อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค อธิบายถึงเหตุผลของจุดยืนเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G ไว้อย่างน่าสนใจว่า เหตุใดดีแทคจึงแตกต่างและไม่สร้างสีสันเหมือนอย่างคนอื่น

***ต้องทดสอบ 5G กับการใช้งานจริง

หากถามว่าดีแทคสนใจทดสอบ 5G ไหม แน่นอนว่า ดีแทคย่อมสนใจ แต่ไม่ใช่เพียงแค่การโชว์เทคโนโลยีเหมือนคนอื่น ดีแทคต้องการสร้างความแตกต่าง เพราะ 5G ไม่ใช่เรื่องความเร็ว สิ่งที่ดีแทคต้องการคือ ต้องทดสอบกับการใช้งานที่เกิดขึ้นได้จริง และดีแทคก็พร้อมจะร่วมทดสอบหากเคสที่ทดสอบตรงกับสิ่งที่ดีแทคสนใจ เช่น สมาร์ท ฟาร์มมิ่ง เพื่อให้เกษตรกรไทยมีเทคโนโลยีในการช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตร หรือการขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อให้เกิดการใช้งานได้จริงในระยะยาว

เพราะเทคโนโลยี 5G ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ผู้บริโภคจะใช้งานได้โดยตรงเหมือนกับ 3G หรือ 4G ดังนั้น ดีแทค จึงต้องหาพาร์ตเนอร์ที่นำ 5G ไปใช้งานจริงๆ ในสถานการณ์จริง ดีแทคจึงต้องเจาะเข้าที่อุตสาหกรรม มากกว่าจะเน้นการทดสอบ 5G ที่ความเร็วเพียงอย่างเดียว

ดังนั้น ภาคอุตสาหกรรมที่ดีแทคจะโฟกัสเป็นอุตสาหกรรมแรกคือ ภาคการเกษตร แน่นอน เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดีแทค ได้ทำโครงการสมาร์ท ฟาร์มมิ่ง และมีเกษตรกรรุ่นใหม่ที่กลับบ้านไปพัฒนาผืนดินของตนเอง ทำให้เขาเหล่านั้นได้ช่วยกลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ครัวเรือน และคนในชุมชน

ขณะเดียวกัน กับหน่วยงานภาครัฐ ดีแทคก็ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี ด้วยการนำร่องในการพัฒนาระบบแจ้งพิกัด แบบ GNSS RTK (Real-time kinematic for improving accuracy on positioning of Global Navigation Satellite System) ซึ่งเป็นระบบที่นำไปประยุกต์ใช้งานดิจิทัล ในการระบุพิกัดสถานที่ต่างๆ และตำแหน่งที่มีความแม่นยำสูงมาก สามารถช่วยลดข้อผิดพลาดด้วยสัญญาณเชื่อมต่อจากโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ และการระบุตำแหน่งผ่านดาวเทียม ให้แม่นยำได้ถึงระดับเซนติเมตร

ในอนาคตจากความแม่นยำของการระบุตำแหน่งด้วยเทคโนโลยี GNSS RTK โดยเฉพาะในยุค 5G จะทำให้สามารถพัฒนาสู่นวัตกรรมหรือบริการใหม่ เช่นการใช้โดรนขนส่งสินค้าทางอากาศไปถึงจุดหมายหรือผู้รับที่แม่นยำ หรือการใช้งานของเกษตรกรรมแนวใหม่ เช่น สามารถใช้โดรนในการฉีดยาควบคุมแมลงได้ถึงระดับเฉพาะต้นในแปลงเพาะปลูก โดยจะเริ่มทดลองปรับปรุงค่าส่งสัญญาณพิกัดในสมาร์ทซิตี เมืองอัจฉริยะ ของไทยทั้ง 7 จังหวัด เช่น กทม. ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง เพราะสมาร์ท ซิตีเป็นเมืองที่ใช้นำร่องในการทดลองใช้งานดิจิทัลรูปแบบใหม่ จึงต้องใช้ความแม่นยำสูงในการแสดงชุดข้อมูลพิกัด

***ควรสร้างระบบนิเวศก่อนประมูล 700 MHz

เธอยกตัวอย่างว่า ในประเทศที่เขาพร้อมในการก้าวสู่ 5G เช่น สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ตลอดจนประเทศจีนนั้น ล้วนต้องมีการสร้างระบบนิเวศทางดิจิทัลเพื่อเตรียมพร้อมในการรองรับเทคโนโลยี 5G ให้สมบูรณ์เสียก่อน เขาถึงมีการจัดประมูลคลื่น ดังนั้น ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องรีบประมูลคลื่น 700 MHz ในปีหน้า หากมีการสร้างระบบนิเวศพร้อมเมื่อไหร่ 5G ก็พร้อมจะมาเสมอ เพราะเวนเดอร์ต่างก็พร้อมในการนำอุปกรณ์เข้ามาให้บริการในประเทศไทยอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเมื่อมีคลื่น 700 MHz แล้ว ทุกอย่างจะตามมาหมด หรือจะเกิดขึ้นทุกอย่าง

ความจริงแล้ว ดีแทค ก็มีคลื่น 2300 MHz ที่สามารถอัปเกรดให้บริการลักษณะ 5G ได้ ซึ่งดีแทคได้เริ่มบุกเบิกเทคโนโลยีพื้นฐานสำหรับ 5G โดยอุปกรณ์เครือข่ายที่ดีแทคติดตั้งในปัจจุบันมีความล้ำสมัยและพร้อมรองรับเทคโนโลยี 5G ทันที เพียงอัปเกรดซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์บางส่วนสำหรับใช้งานบนคลื่น 2300 MHz ที่ดีแทคเป็นพันธมิตรกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)


ดีแทคเป็นรายแรกในไทยที่ใช้อุปกรณ์รับส่งสัญญาณแบบ Massive MIMO 64x64 ที่ทันสมัยที่สุดในโลกมาให้บริการเชิงพาณิชย์พร้อมใช้งานบนสมาร์ทโฟนได้จริง ซึ่งเป็นจุดเด่นที่มากับคลื่น 2300 MHz ที่ให้บริการ 4G LTE TDD โดยถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ที่จำกัดแต่มีปริมาณคนใช้งานหนาแน่นได้เป็นอย่างดี โดย Massive MIMO 64x64 ได้เพิ่มขีดความสามารถ (Capacity) การรับส่งข้อมูลดีขึ้นจากเดิม 4-16 เท่า เมื่อเทียบกับการรับส่งแบบ MIMO 4x4

ดีแทคได้เลือกเทคโนโลยี Massive MIMO 64x64 มาทดสอบที่มหกรรมคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เท่น (BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 2018) เพราะเป็นงานเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีผู้เข้าชมมหาศาลซึ่งคาดว่ามากกว่า 5 หมื่นราย และมีพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนและงานอินเทอร์เน็ตบนมือถืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งการใช้งานเสาส่งสัญญาณแบบเดิมจะไม่เพียงพอต่อการรองรับการใช้งาน

การทดสอบในครั้งนี้เป็นการพิสูจน์จากการใช้งานจริงโดยลูกค้าดีแทคได้รับประสบการณ์ที่ดีเพิ่มขึ้น แม้จะมีจำนวนผู้ใช้งานหนาแน่น ทั้งนี้ ดีแทคจะนำผลการทดสอบใช้งานมาวิเคราะห์รูปแบบการให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการต่อไป โดยจะเน้นสำหรับพื้นที่ที่มีการใช้ดาต้าสูง และรองรับพื้นที่จัดเทศกาลหรือการจัดงานที่มีจำนวนคนใช้งานมาก เช่น การจัดคอนเสิร์ต หรือเทศกาลพิเศษต่างๆ

***ย้ำต้องการโรดแมปการประมูลคลื่น

การประมูลของ กสทช.มาเหนือความคาดหมาย หรือสร้างความเซอร์ไพรส์ได้ตลอดเวลา ขณะที่ดีแทคได้เน้นย้ำมาตลอดว่าดีแทคต้องการโรดแมปในการประมูลคลื่นความถี่ ดังนั้น ในการประมูลคลื่น 700 MHz ที่ กสทช.จะพยายามให้เกิดภายในปีหน้านั้น ดีแทคก็ยังไม่สามารถตอบอะไรได้ เพราะดีแทคต้องมีการวางแผนล่วงหน้า

การที่ดีแทคเพิ่งสร้างภาระทางการเงินจากการประมูล 2 คลื่น คือ คลื่น 900 MHz และ 1800 MHz ไปจำนวนกว่า 50,000 ล้านบาทนั้น ทำให้ดีแทคในตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการวางแผนเรื่องการสร้างรายได้จากคลื่นที่ประมูลมา

ส่วนคลื่น 700 MHz ควรจะมีราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ หรือควรประมูลคลื่นย่านต่ำ คู่ย่านสูง หรือไม่นั้น กสทช.จำเป็นต้องได้รับความเห็นจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และไม่ควรนำเงื่อนไขการยืดระยะเวลาการชำระค่าใบอนุญาตมาเป็นเงื่อนไขต่อรอง หรือจูงใจให้มีผู้เข้าร่วมประมูล

***ต้องจริงใจกับลูกค้า

สำหรับการแข่งขันในประเทศไทย อเล็กซานดรา ไรช์ มองว่า ต้องใช้กลยุทธ์สร้างความจริงใจกับลูกค้า ต้องยอมรับว่าในสภาพของตลาดที่มีคู่แข่งหลักอยู่ 3 รายนั้น เป็นการแข่งขันที่ดุเดือด แต่ก็ดีต่อผู้บริโภคที่จะได้เลือกสรรบริการที่ดี แต่ด้วยการแข่งขันในตลาดพรีเพดนั้นมักมีการใช้วิธีการให้เครื่องฟรี พ่วงด้วยการแถมซิม นั้น มักมีดอกจันตัวเล็กๆ ตามมาเสมอ ดังนั้น จึงเป็นความท้าทายของผู้ให้บริการเป็นอย่างมากว่าจะทำอย่างไรให้บริการของตนเองมีความโปร่งใส สื่อสารแบบตรงไปตรงมา และเข้าใจง่าย ซึ่งจุดนี้ดีแทคจะยังคงยึดมั่นในการให้บริการแก่ลูกค้าแบบจริงใจ

ดังนั้น ในปีหน้า ดีแทค จะโฟกัสอยู่ 3 เรื่อง คือ การปรับปรุงคุณภาพของเน็ตเวิร์กในการให้บริการ การนำเสนอนวัตกรรมที่เข้าใจง่ายและลูกค้ารับรู้ได้ว่าบริการของดีแทคดี สะดวกและใช้งานง่าย และสุดท้ายคือ การนำเสนอสินค้าที่สร้างความแตกต่าง จากเดิมที่ตลาดเป็นคนบอกให้ดีแทคขับเคลื่อน เปลี่ยนเป็นดีแทคเป็นผู้นำและขับเคลื่อนตลาดบ้าง

เมื่อดีแทคมีคลื่นพร้อมแล้ว ดีแทคก็พร้อมจะลุยเต็มที่ ซึ่งนอกเหนือจากลูกค้าทั่วไปแล้ว ดีแทคต้องเร่งสร้างรายได้จากลูกค้าเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น ด้วยการหาพาร์ตเนอร์ในการสร้างโซลูชันที่เหมาะสมต่อเอสเอ็มอีแต่ละราย ส่วนเรื่องเป้าหมายในการขึ้นมาเป็นเบอร์สองเหมือนเดิมหรือไม่นั้น อเล็กซานดรา ไรช์ ย้ำว่า ไม่ใช่เป้าหมายหลักของดีแทค ดีแทคเพียงต้องการทำให้ลูกค้าเก่ามั่นใจและกลับมาใช้บริการของเราเหมือนเดิมมากกว่า ซึ่งตอนนี้การใช้งานดาต้าของลูกค้าดีแทคเพิ่มขึ้นเป็น 60% จึงถึงเวลาแล้วที่ดีแทคจะหันมาสร้างรายได้จากดาต้า

ดีแทคมองว่าสิ่งที่ดีแทคจะโฟกัสในปีหน้านั้นมีหลายเรื่องที่ต้องเร่งทำ ส่วนเรื่องการทดสอบ 5G หากจะร่วมหรือไม่ร่วมทดสอบกับ กสทช.หรือการทำเหมือนคู่แข่งรายอื่น ดีแทคก็ไม่ได้มองว่าจะช้าเกินไปในการก้าวสู่ 5G เพราะดีแทคมองว่าเมื่อถึงเวลา เวนเดอร์ก็พร้อมจะนำเทคโนโลยีมาเสนออยู่แล้ว แต่การจะสร้างความต่างในตลาดด้วยการนำ 5G ไปสวมในอุตสาหกรรมมากกว่าที่สำคัญที่สุด


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...