xs
xsm
sm
md
lg

กสทช.เดินหน้าผลักดัน 5 เป้าหมาย เกิดจริงปี 2562 (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ฐากร ตัณฑสิทธิ์
"ผมบอกแล้วนะครับ ว่าผมเป็นนักบริหารความจริง ไม่ใช่บริหารความฝัน ดังนั้น การทำงานของ กสทช.ต้องเกิดขึ้นได้จริง ปีหน้า กสทช.ต้องผลักดันเรื่องต่างๆ ให้เกิดขึ้นจริง" ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวย้ำระหว่างการประกาศทิศทางและนโยบายการดำเนินงานของ กสทช.ในปี 2562 ด้วยการผลักดัน 5 เป้าหมายให้เกิดขึ้นจริงในปี 2562

ประกอบด้วย การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5G, การแก้ปัญหาทีวีดิจิทัลระยะยาว, จัดทำแผนหลักเกณฑ์การเช่าใช้วงจรดาวเทียม, ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐควบคุมการแพร่สื่อออนไลน์ผิดกฎหมาย และการร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติผลักดันการใช้เบอร์ 191 เป็นหมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติ

*** 5G ต้องเป็นรูปธรรม

แน่นอนว่าประเทศไทยได้กำหนดแล้วว่า 5G ต้องเกิดขึ้นภายในปี 2563 ตามประกาศของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) และประเทศกลุ่มสมาชิกอย่างประเทศญี่ปุ่นก็มีการผลักดันให้เกิดในปีเดียวกัน กสทช.จึงเห็นว่า แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศที่ก้าวสู่ยุค 3G หรือ 4G ก่อนประเทศอื่น แต่เชื่อว่าประเทศไทยสามารถก้าวสู่ยุค 5G ก่อนใครได้แน่นอน

ดังนั้น สิ่งที่ กสทช.จะต้องเร่งทำในปีหน้าก็คือ การเริ่มขับเคลื่อน 5G ให้เกิดเป็นรูปธรรมมากที่สุด ทั้งเรื่องการปรับปรุงหลักเกณฑ์การประมูลเพื่อจูงใจให้เอกชนสนใจเข้าร่วมประมูล และการสร้างศูนย์ทดสอบ 5G ถาวรอย่างเป็นรูปธรรมก่อนที่จะเริ่มให้บริการ 5G ในปี 2563 ตามแผน

ก่อนที่จะเชิญชวนใครมาลงทุน จำเป็นต้องสร้างบรรยากาศให้น่าลงทุนเสียก่อน เพราะเสียงจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอเรเตอร์) บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า จะนำเงินที่ไหนมาลงทุน ดูจากการประมูล 1800 MHz ที่ผ่านมาก็เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดแล้ว ว่าโอเปอเรเตอร์ "เงินหมด" และไม่รู้ว่าจะลงทุนทำไม ในเมื่อผู้บริโภคก็ยังใช้งานได้อยู่ กลับมองว่า 5G เป็นเรื่องของภาคธุรกิจที่จะนำมาให้บริการแก่ลูกค้า หรือเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่องค์กรมากกว่า เหตุใดโอเปอเรเตอร์ต้องลงทุน และให้กิจการ OTT มาใช้เน็ตเวิร์กแบบฟรีๆ

และเรื่องที่ทั้งบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขอขยายระยะงวดการจ่ายค่าใบอนุญาตคลื่น 900 MHz ออกไปจนถึงหมดอายุใบอนุญาต ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับว่าจะช่วยหรือไม่ เหลือแต่ดีแทคเพียงรายเดียวที่กว่าจะเข้าร่วมประมูลแต่ละครั้งก็พิจารณาแล้วพิจารณาอีก

ทำให้ กสทช.ต้องมีการทบทวนหลักเกณฑ์การประมูลเสียใหม่ ถ้าหากยังต้องการให้มีโอเปอเรเตอร์มาเข้าร่วมประมูลและขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุค 5G

กสทช.จึงจะทบทวนการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ที่จะนำมาประมูลเสียใหม่ โดยไม่อ้างอิงจากราคาเดิม แต่ต้องเป็นราคาที่สะท้อนความต้องการคลื่นความถี่ที่สมเหตุสมผล เหมาะสมต่อบริบทอุตสาหกรรม และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล

รวมถึงทบทวนเงื่อนไขและระยะเวลาการชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ของคลื่นที่ประมูลไปแล้ว และที่จะนำมาประมูลใหม่ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการลงทุนสำหรับภาคเอกชนในการพัฒนาระบบโครงข่ายและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งเอไอเอส ทรู และดีแทค ที่ประมูลคลื่น 900 MHz และ 1800 MHz ตามลำดับ จะได้ผ่อนผันให้ยืดงวดการชำระเงินออกไปเท่ากับอายุใบอนุญาตก่อน ถึงจะยอมเข้าร่วมประมูลและการประมูลครั้งใหม่ก็จะได้รับสิทธิเดียวกัน เพื่อแบ่งเบาภาระของโอเปอเรเตอร์

นอกจากนี้ การให้ใบอนุญาต จะแบ่งวิธีการอนุญาตเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ ใบอนุญาตที่ใช้งานการให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ และใบอนุญาตแบบที่ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ที่กำหนด เช่น ในเขตพื้นที่ภาคการผลิตและอุตสาหกรรม เพื่อให้เหมาะสมต่อรูปแบบการประกอบธุรกิจในยุค 5G

ที่สำคัญคือ ต้องดำเนินการจัดตั้งศูนย์ทดสอบ 5G ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างความรับรู้ให้แก่ประชาชนในการที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีดังกล่าว โดยอาจจะทำร่วมกับจุฬาฯ ในการใช้พื้นที่ย่านสยามสแควร์ในการทำเป็นศูนย์ทดสอบระหว่างปี 2562-2563 เพื่อให้การทดสอบ 5G เป็นรูปธรรมมากที่สุด

***ประมูล 700 MHz ช่วยทีวีดิจิทัล

อีกหนึ่งแรงจูงใจในการประมูลคือ ต้องมีการประมูลหลายคลื่นความถี่พร้อมกัน โดยคาดว่าภายในเดือน ก.พ.2562 จะจัดประมูลคลื่น 700 MHz ที่ทีวีดิจิทัลใช้อยู่ มาประมูลคู่กับคลื่น 2600 MHz หรือ 1800 MHz หากกระบวนการเรียกคืนคลื่น 2600 MHz ไม่ทันกำหนด เพื่อนำเงินประมูลที่ได้มาช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล

เนื่องจากเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการนำประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หรือนำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว จากนี้ กสทช.จะเร่งตั้งคณะกรรมการให้เสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อดำเนินการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ที่จะเรียกคืนมาประมูลโดยจะเรียกคืนคลื่น 2600 MHz จาก บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่ถือครองอยู่ จำนวน 140 MHz ก่อน

คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน จากนั้นจะส่งให้ อสมท รับทราบก่อนว่าเห็นด้วยในราคาที่ กสทช.เสนอให้หรือไม่ เพื่อนำคลื่น 2600 MHz มาประมูลคู่กับคลื่น 700 MHz ซึ่งหากคลื่น 2600 MHz ใช้กระบวนการล่าช้า กสทช.ก็จะนำคลื่น 700 MHz มาประมูลคู่กับคลื่น 1800 MHz ที่เหลืออยู่ 35 MHz จำนวน 7 ใบอนุญาต แทน

ทั้งนี้ กสทช.ต้องนำคลื่น 700 MHz มาประมูลล่วงหน้าคู่กับคลื่นความถี่สูง ก่อนการยุติทีวีระบบแอนะล็อกในปี 2563 เพื่อนำเงินบางส่วนที่ได้จากการประมูลมาช่วยเหลือทีวีดิจิทัล ทั้งเรื่องการสนับสนุนการดำเนินการของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลในส่วนของค่าภาระอันเกิดจากการปฏิบัติตามประกาศ Must Carry ซึ่งแต่เดิม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออก ม.44 ช่วยเหลือถึงปี 2562 ก็จะขยายออกไปถึงปี 2565 และการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการย้ายคลื่น ส่วนจะใช้เงินจำนวนเท่าไหร่นั้นต้องมีการประเมินกันอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับคลื่นที่นำมาประมูลจะอยู่ในย่าน 695-790 MHz จำนวน 2x45 MHz คาดว่าจะจัดประมูลได้ประมาณเดือน ก.พ.2562 และจะได้เงินค่าประมูลประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่ง กสทช.สามารถเรียกคลื่นกลับมาประมูลได้ทันทีเพราะเป็นคลื่นที่อยู่ในเงื่อนไขการประมูลของทีวีดิจิทัลอยู่แล้วว่า กสทช.จะสามารถนำมาประมูลเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนทีวีดิจิทัลจะต้องเปลี่ยนผ่านไปใช้คลื่นย่านความถี่ 470-694 MHz คาดว่าจะใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่านไปสู่คลื่นใหม่ 2 ปี

ส่วนการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการออกอากาศผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล (MUX) เพื่อสนับสนุนผู้ให้บริการโทรทัศน์ดิจิทัล 50% นั้น กสทช.จะหาทางขยายความช่วยเหลือออกไปถึงปี 2565 จากเดิม คสช.ออก ม.44 สนับสนุนถึงปี 2563 โดย กสทช.จะใช้เงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) มาสนับสนุน

"ส่วนหนึ่งที่ทีวีดิจิทัลไปไม่รอดและเกิดเหตุการณ์ปลดพนักงาน นอกจากมาจากค่าใบอนุญาตที่ประมูลมาในราคาแพงแล้ว ยังเป็นผลมาจากเทคโนโลยีเข้ามาก่อกวน ทำให้คนหันไปดูใน OTT มากขึ้น แม้ว่าที่ผ่านมา คสช.ได้ออก ม. 44 มา 2 ครั้งแล้ว แต่ก็ยังมีวิกฤตตามมาอีก กสทช.จึงต้องหาวิธีการแก้ไข และช่วยเหลือทีวีดิจิทัลให้อยู่รอดด้วย"

ฐากร กล่าวเสริมว่า การสนับสนุนให้มีการสำรวจความนิยม (Rating) ของผู้ให้บริการโทรทัศน์ดิจิทัลที่ออกอากาศผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ก็ต้องทำให้เกิดผลและนำไปใช้ในการหาโฆษณาได้ด้วย กสทช.จึงเห็นว่าเรื่องนี้ต้องทำให้สามารถนำเอาข้อมูลการสำรวจความนิยมรายการดังกล่าวไปใช้อ้างอิงเพื่อหารายได้อย่างเป็นธรรมด้วย

*** ดูแลดาวเทียมหน่วยงานเดียว

หลังจากที่คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) เห็นชอบร่างเปิดเสรีให้ดาวเทียมต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยได้หากผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว เมื่อ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ... (พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่) มีผลบังคับใช้ อำนาจการดูแลกิจการดาวเทียมจะเป็นหน้าที่ของ กสทช.ทั้งเรื่องการอนุญาต และการให้แลนดิ้ง ไลท์ รวมถึงการเก็บค่าธรรมเนียมด้วย

"ในปีหน้า กสทช.ต้องเริ่มจัดทำแผนและหลักเกณฑ์การอนุญาตสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม เพื่อรองรับมาตรา 60 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่บัญญัติไว้ว่า รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติเพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการแก้ไขพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. … ที่จะกำหนดให้ กสทช. เป็นผู้มีอำนาจในการกำกับดูแลเกี่ยวกับวงโคจรดาวเทียมทั้งหมด"

*** ร่วมมือกับภาครัฐเพื่อประชาชน

สุดท้าย กสทช.จะเร่งรัดและร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. ในการนำเลขหมายโทรศัพท์ 191 มาใช้เป็นเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติหมายเลขเดียว (National Single Emergency Number) ซึ่งในกรณีที่เกิดเหตุขึ้น เจ้าหน้าที่จะสามารถทราบตำแหน่งที่ตั้ง และสถานการณ์ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีการบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งเชื่อมต่อกับกล้อง CCTV ที่ติดตั้งอยู่ทั่วประเทศ ทำให้สามารถระงับและจัดการกับเหตุการณ์ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทันเหตุการณ์ ลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมถึงเร่งรัด สนับสนุน และร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการดำเนินการระงับการเผยแพร่เนื้อหาบนสื่อออนไลน์ที่ผิดกฎหมายด้วย

มิติในการทำงานของ กสทช.จึงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ไม่ใช่ความฝัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งจะเป็นจริงได้หรือไม่นั้น อีกไม่นานคงได้รู้กัน


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...