xs
xsm
sm
md
lg

เปิดแผนงานดีป้าปี 2562 สานพันธกิจหนุนไทยแลนด์ 4.0 (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) หน่วยงานภายใต้สังกัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) คือหน่วยงานใหม่ที่น่าจับตามอง เพราะเป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำงานตอบโจทย์นโยบายไทยแลนด์ 4.0 โครงการต่างๆ ที่ดีป้าทำหลังจากตั้งสำนักงานขึ้นมาล้วนเป็นสิ่งที่ตอบสนองความต้องการของรัฐบาลทั้งสิ้น โดยผลงานในปี 2561 ดีป้าสามารถสร้างมูลค่าให้เกิดขึ้นทางเศรษฐกิจถึงกว่า 1,096.62 ล้านบาท รวมถึงก่อให้เกิดการกระตุ้นและรับรู้ด้านดิจิทัลต่อภาคอุตสาหกรรมและภาคสังคมทั้งในและต่างประเทศผ่านการทำ MOU กว่า 50 ฉบับ

ขณะที่แผนการดำเนินงานในปี 2562 แม้งบประมาณส่วนใหญ่ที่รัฐจัดสรรให้คือการทำ 2 โครงการหลัก คือ การจัดงาน World Expo Dubai 2020 ที่เมืองดูไบสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และการเริ่มสร้างสถาบันไอโอที เฟสแรก ก็ตาม แต่พันธกิจหลักของดีป้าในการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรดิจิทัลยังคงดำเนินต่อไปเพื่อสร้างมูลค่าให้เกิดขึ้นทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการของบประมาณกลางปีผสานกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรในทุกภาคส่วนมากที่สุด

***สานพันธกิจหนุน 4.0

'ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์' ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า แผนการดำเนินงานในปี 2562 ดีป้ายังคงเดินหน้าสานต่อโครงการเดิมควบคู่กับโครงการใหม่ที่รัฐบาลมอบหมาย โดยดีป้าได้รับงบประมาณในการดำเนินงานปี 2562 จำนวน 1,201 ล้านบาท จากงบประมาณที่ยื่นขอไปทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปใช้ในการสร้างสถาบันไอโอที เฟสแรก มูลค่า 400 ล้านบาท และใช้ในการเตรียมความพร้อมจัดงาน World Expo Dubai 2020 ที่ดูไบ ซึ่งรัฐบาลไทยรับเป็นเจ้าภาพ มูลค่า 600 ล้านบาท ที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายประจำของสำนักงาน 201 ล้านบาท

ส่วนพันธกิจเดิมที่เป็นงานตามเจตนารมณ์การก่อตั้งดีป้านั้น ต้องของบประมาณกลางปีเพิ่มเติมอีก 880 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณการพัฒนากำลังคน 200 ล้านบาท งบประมาณการพัฒนาสตาร์ทอัป 200 ล้านบาท งบประมาณพัฒนาสมาร์ทซิตี 300 ล้านบาท และงบประมาณการพัฒนาด้านการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่ดิจิทัลของภาคส่วนการเกษตร อีก 180 ล้านบาท

การทำงานของดีป้าต้องสานต่อแผนงานตามกลยุทธ์หลักระยะ 4 ปี (พ.ศ.2561-2564) อย่างต่อเนื่อง โดยจะใช้เครื่องมือหลักผ่านมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมดิจิทัลสำหรับภาครัฐและเอกชน หรือ depa - Fund เพื่อเร่งรัดการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลโดยรวมของประเทศไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0

***สร้างสถาบันไอโอทีเฟสแรก

การพัฒนาโครงการศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลแห่งใหม่ของอาเซียน หรือดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ สำหรับรองรับการขยายตัวของธุรกิจและอุตสาหกรรมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยการเตรียมความพร้อมในการจัดตั้ง สถาบันไอโอที เพื่อผลักดันการพัฒนา Digital Innovation ไปสู่การลงทุนขนาดใหญ่ซึ่ง IoTเป็นส่วนหนึ่งของดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ โดยคณะรัฐมนตรี ได้มอบให้ดีป้ารับผิดชอบนั้น จะเริ่มทำเฟสแรกในปีหน้า

โดยรัฐบาลคาดหวังให้เป็นการส่งเสริมการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล และ IoTของประเทศ ซึ่งมีพื้นที่ดำเนินการก่อสร้าง 30 ไร่ แบ่งรายละเอียดออกเป็น 3 อาคาร โดยอาคาร A1เป็นอาคารสำหรับโซนสำนักงานดีป้า EEC และ IOC (Institute Operations Center) สำหรับการพัฒนา สมาร์ท ซิตี รวมทั้งเป็นพื้นที่สำหรับการนำร่องธุรกิจดิจิทัล สตาร์ท อัป ในพื้นที่ EEC อาคาร A2 เป็นอาคารสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล อีกทั้งยังเป็นพื้นที่สำหรับการจัดทำห้องปฏิบัติการเพื่อทดสอบและรับรองมาตรฐานทางด้านดิจิทัลของประเทศ และอาคาร A3 เป็นพื้นที่สำหรับการลงทุนของธุรกิจขนาดใหญ่ หรือข้ามชาติ

***กำหนดมาตรฐานสมาร์ท ซิตี

หลังจากที่คณะกรรมการสมาร์ท ซิตี ที่มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติให้ ดีป้า จัดทำ Thailand's Smart City Alliance เพื่อกำหนดมาตรฐานของจังหวัดสมาร์ท ซิตี นั้น ดีป้าต้องเร่งทำมาตรฐานดังกล่าวให้เสร็จภายในต้นปีหน้า และนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการสมาร์ท ซิตี เพื่อนำไปให้แต่ละจังหวัดจัดทำแผนสมาร์ท ซิตีที่ตนเองถนัดด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายด้าน ใน 6 ด้าน

อันประกอบไปด้วย Smart Mobility, Smart energy and environment, Smart economy, Smart living, Smart people และ Smart Governance นำมาเสนอเพื่อรับการการันตีและเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนต่อไป ในพื้นที่ 7 เป้าหมาย ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง และกรุงเทพฯ จะได้โลโก้เป็นสัญลักษณ์ในการรับรองมาตรฐานความเชี่ยวชาญที่เสนอมา อันจะเป็นประโยชน์ต่อเอกชนในการเข้ามาลงทุน เพราะจะทำให้ทราบว่าสมาร์ท ซิตี แต่ละจังหวัดมีนโยบายในการเป็นสมาร์ท ซิตี ด้านไหนบ้าง เพื่อเขียนโครงการขอส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ในจังหวัดนั้นๆ

สำหรับมาตรฐานที่ดีป้า กำหนด ประกอบด้วย การมีแผนการออกแบบเมืองที่ชัดเจน การวางแผนการจัดเก็บข้อมูลของเมือง การจัดทำข้อมูลเปิด (open data) ของเมืองต่อยอดการใช้ประโยชน์ การมีโซลูชันแก้ไขปัญหาของเมือง การวางแผนด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ การร่วมมือกับเอกชนในเมือง โดยแผนการพัฒนาของแต่ละเมืองต้องสอดคล้องต่อจุดแข็งของแต่ละจังหวัด แต่ทั้งนี้ พื้นฐานการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทุกแห่งต้องมีพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม หรือ Smart environment เป็นปัจจัยพื้นที่ที่จะกำหนดอยู่ในหลักเกณฑ์การเป็นสมาร์ท ซิตี

***พัฒนาบุคลากรดิจิทัลต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ดีป้ายังต้องเน้นการพัฒนากำลังคนและบุคลากรของประเทศ เพื่อวางเป้าหมายสู่การสร้างการรับรู้และความรู้ด้านดิจิทัล ผ่านระบบที่สร้างขึ้น ประชาชนและกลุ่มเป้าหมาย 400,000 ราย โดยให้เยาวชนมีโอกาสศึกษาและเรียนรู้ด้านดิจิทัล มากกว่า 100,000 คน รวมถึงการสร้างบุคลากรที่มีความสามารถด้านดิจิทัลที่ผ่านการรับรองไม่น้อยกว่า 50,000 คน พร้อมทั้งผลิตแรงงานคุณภาพเพิ่มขึ้นในด้านดิจิทัลเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจเพิ่มไม่น้อยกว่า 5% หลังผ่านการ upskill และต้องการสร้างผู้บริหารระดับสูง Digital CEO เพื่อเป็นผู้นำในด้านดิจิทัลในการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง

***สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่าพันล้านบาท

ณัฐพล กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานปี 2561 นับว่าเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก โดยพันธกิจหลักของ ดีป้า ได้แก่ การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรม และนวัตกรรมดิจิทัล รวมถึงพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และความมั่นคงของประเทศนั้น เป็นไปตามแผนแม่บทการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พ.ศ.2561-2564 ที่รัฐบาลได้วางกรอบไว้อย่างครบถ้วน
ดีป้าได้รับงบประมาณในการดำเนินงานปี 2562 จำนวน 1,201 ล้านบาท จากงบประมาณที่ยื่นขอไปทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ คาดว่าผลจากการดำเนินงานตามภารกิจทั้งหมด สามารถสร้างการรับรู้และการตระหนักถึงความสำคัญด้านการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมและดิจิทัลให้แก่อุตสาหกรรมและธุรกิจด้านดิจิทัลอย่างกว้างขวางทั้งในระดับประเทศ และระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คาดว่าผลของกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ส่งเสริมและสนับสนุนไป จะก่อให้เกิดการขยายตัวในด้านการลงทุนในด้านดิจิทัลให้แก่อุตสาหกรรมและธุรกิจด้านดิจิทัลอย่างกว้างขวาง หรือคิดเป็นมูลค่ารวมได้กว่า 1,096.62 ล้านบาท รวมถึงก่อให้เกิดการกระตุ้นและรับรู้ด้านดิจิทัลต่อภาคอุตสาหกรรมและภาคสังคมทั้งในและต่างประเทศผ่านการทำ MOU กว่า 50 ฉบับ

***ทำงาน 4 มิติ

ทั้งนี้ ดีป้าทำงานภายใต้ 4 มิติ คือ 1.มิติด้านการยกระดับเศรษฐกิจสู่การเป็นดิจิทัล ดีป้าได้ปรับเปลี่ยนให้ธุรกิจด้านเอสเอ็มอีด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการคูปองดิจิทัลเพื่อการประยุกต์ใช้ดิจิทัล มีการส่งเสริมสิทธิประโยชน์ด้านภาษี 200% สำหรับผู้ประกอบการที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้รับการส่งเสริมการรับรองมาตรฐาน และขึ้นทะเบียนจากดีป้าไปแล้วกว่า 2,000 ราย เพื่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านดิจิทัลโดยรวม

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพในการเติบโตของเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลผ่านมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมดิจิทัลสำหรับภาครัฐและเอกชน เพื่อเร่งรัดการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลโดยรวมของประเทศ และการขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิด ดิจิทัล สตาร์ท อัป รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพในการเติบโตของเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้แก่อุตสาหกรรมดิจิทัลที่สำคัญ ได้แก่ การเกษตร อาหาร การท่องเที่ยว การบริการ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ และดิจิทัลคอนเทนต์

2.มิติด้านสังคมและความมั่นคง ด้วยการพัฒนากำลังคนและการเพิ่มศักยภาพบุคลากรของประเทศ ด้วยการปฏิรูปการศึกษาใหม่ของประเทศผ่านสังคมดิจิทัลใน platform Coding Thailand โดยหลังจากเปิดตัวถึงปัจจุบันมีจำนวนเยาวชนที่เข้ามาเรียนรู้ผ่าน platform Coding Thailand แล้วกว่า 1 แสนราย และมีการใช้ระบบ Thaicode.or.th ไปยังสถานศึกษาระดับประถมศึกษาถึงระดับอุดมศึกษากว่า 50 สถาบันทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าเข้าถึงเยาวชนกว่า 6 ล้านรายในปี 2562 และขยายสู่ 10 ล้านรายภายใน 3 ปี

อีกทั้งยังมีการสร้างเครือข่ายภาคสภาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ ในการพัฒนากำลังคนดิจิทัลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลและรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมด้วย 14 หลักสูตร (Certificate) ร่วมกับ 10 สถาบันการศึกษา 9 หน่วยงานภาครัฐ

3.มิติด้านผลักดัน Maga Program เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล รวมถึงการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศ ผ่านการดำเนินงานด้านการพัฒนาสมาร์ท ซิตี ซึ่งได้ดำเนินการขยายเครือข่ายสำนักงานสาขา เพื่อขยายฐานการให้บริการสนับสนุนและส่งเสริมด้านดิจิทัลไปยังพื้นที่ภูมิภาคสำคัญ ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ 4.ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนด้วยการจัดกิจกรรมระดับสากล ด้วยการจัดงาน Digital Thailand Big Bang 2018 และการเตรียมความพร้อมในการจัดงาน World Expo Dubai 2020


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...