xs
xsm
sm
md
lg

ทำไมซัมซุงต้องใส่นวัตกรรมแฟล็กชิปในเครื่องระดับกลาง (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


การเปิดตัวซัมซุง กาแลคซี่ ซีรีส์ เอ คือ กาแลคซี่ เอ 7 และกาแลคซี่ เอ 9 ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมของซัมซุงที่ครั้งนี้ไม่ได้มาในตัวแฟล็กชิปเหมือนครั้งก่อน แต่นวัตกรรมที่ควรจะมีแต่ในแฟล็กชิปของซัมซุงได้ลงมาสู่เครื่องระดับกลางที่ระดับราคา 1-2 หมื่นบาท ทำให้ผู้บริโภคในกลุ่มนี้สามารถเอื้อมถึงเทคโนโลยีระดับพรีเมียมในราคาสุดคุ้มได้ ไม่ว่าจะเป็นการมาของเลนส์ 120 องศา ที่มีในกาแล็คซี่ โน้ต 9 ก็มีในซีรีส์ เอ 2 ตัวนี้ นอกจากนี้ ยังมีการนำกล้อง 4 ตัวใส่ไว้ในกาแลคซี่ เอ 9 เป็นครั้งแรกของโลกอีกด้วย

กลุ่มมิลเลนเนียมมาแรง

วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคม และไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด อธิบายถึงเหตุผลในการนำนวัตกรรมที่โดยปกติมักอยู่ในรุ่นแฟล็กชิป มาใส่ในโทรศัพท์มือถือระดับกลาง ว่า ด้วยรูปแบบการดำเนินชีวิตที่รีบเร่งในปัจจุบัน การสแนปภาพเพื่อบันทึกช่วงเวลาสำคัญต่างๆ และแบ่งปันบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำลังกลายเป็นรูปแบบของการเชื่อมต่อและการสื่อสารของคนรุ่นใหม่

จะเห็นได้จากความนิยมในการใช้แอปพลิเคชันอย่างอินสตาแกรมเพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกอยู่ที่ 1,000 ล้านคน ขณะที่ประเทศไทยมีผู้ใช้งานมากกว่า 13.6 ล้านคน มากเป็นอันดับที่ 14 ของโลก โดยในแต่ละวันมีการโพสต์รูปมากกว่า 95 ล้านครั้งต่อวัน จะเห็นได้ว่าภาพถ่ายได้กลายเป็นสื่อที่ใช้ในการแสดงออกถึงตัวตน รวมถึงการแบ่งปันประสบการณ์การใช้ชีวิตไปยังคนทั่วโลก ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนกลุ่มมิลเลนเนียม ที่นอกจากมีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตในรูปแบบดังกล่าวแล้ว ยังต้องการมองหาโทรศัพท์มือถือที่คุ้มค่าในราคาที่เหมาะสมด้วย

ที่ผ่านมา ซัมซุงให้ความสำคัญต่อกล้องสมาร์ทโฟนมาโดยตลอด และเป็นผู้นำเทคโนโลยีการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนในทุกยุค นับตั้งแต่ ฟีเจอร์ OIS บนกาแลคซี่ โน้ต 4 และกาแลคซี่ เอส 6 ไปจนถึงเทคโนโลยีกล้องคู่ในกาแลคซี่ เอส 9 พลัส เมื่อเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมมาโดยตลอด หน้าที่ของซัมซุงคือต้องเป็นผู้นำต่อไป

ดังนั้น สิ่งที่ซัมซุงทุ่มเทไปกับการทำวิจัยและพัฒนา มีโรงงาน และการออกแบบเป็นของตัวเองจึงถึงเวลาแล้วที่นวัตกรรมที่แตกต่างจะลงมาสู่โทรศัพท์มือถือระดับกลาง

ยกระดับราคาตลาดกลาง

แม้ว่าตลาดมือถือระดับกลางจะมีการแข่งขันสูง และตลาดยังคงทรงตัวอยู่ไม่ได้เติบโตหวือหวา แต่หากศึกษาดูรายละเอียดแล้วจะพบว่าพฤติกรรมของผู้ซื้อโทรศัพท์มือถือระดับกลางจะหาเครื่องที่ราคาสูงกว่า 8,000 บาท โดยยอมจ่ายเงินเพิ่มอีกไม่กี่พันบาทเพื่อให้ได้คุณสมบัติการใช้งานที่ดีขึ้น ดังนั้น ซัมซุงจึงเปิดตัว เอ ซีรีส์ 2 ตัวนี้เพื่อตอบสนองตลาดกลุ่มดังกล่าว

เมื่อก่อนเราทำแต่ตลาดล่างและตลาดบน แต่ครั้งนี้เราจะเป็นผู้นำในการทำตลาดกลางที่ยกระดับราคา 10,000-20,000 บาท เรามั่นใจว่าตลาดกลุ่มนี้ยังไม่มีใครทำ และไม่มีนวัตกรรมระดับนี้ในราคาที่คุ้มค่า ขณะที่ตลาดระดับล่างก็จะขยับราคาขึ้นมาที่ 6,000-7,000 บาท แทนราคาตลาดกลางที่เคยเป็นอยู่ ส่วนตลาดระดับบนราคา 20,000-30,000 บาทนั้น ยังคงเป็นตลาดกลุ่มเฉพาะแม้จะมีเพียง 25% แต่ก็ยังคงเป็นตลาดที่ชื่นชอบฟังก์ชันพิเศษที่เฉพาะตัวของเขาเอง

นอกจากนี้ กาแลคซี่ เอ ทั้ง 2 รุ่น ยังมาพร้อมบริการต่างๆ จากซัมซุง เช่น Samsung Health, Samsung Pay, Galaxy Gift รวมไปถึงมาตรฐานการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยด้วยระบบ Knox อีกทั้งยังได้ขยายขอบเขตแห่งความเป็นไปได้ให้กว้างมากยิ่งขึ้น ด้วยการเป็นศูนย์รวมของอุปกรณ์และบริการต่างๆ ของซัมซุงทุกรูปแบบ เช่น SmartThings ในการควบคุมอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมต่อ หรือจะเป็นการจัดการต่างๆ ด้วย Bixby ที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยอัจฉริยะส่วนตัว

ยึดมั่นความเป็นผู้นำแม้จะมีคนเลียนแบบ

เมื่อถามว่าการเปิดตัวกล้อง 4 ตัว ในกาแลคซี่ เอ9 เป็นครั้งแรกของโลกนี้ จะมีคู่แข่งที่ต้องออกมาในลักษณะเหมือนกันหรือมากกว่าหรือไม่นั้น วิชัย กล่าวว่า ความเป็นผู้นำต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าจะมีคนเลียนแบบภายหลังก็ตาม เพราะซัมซุงใช้เงินถึง 6% ของรายได้ในการทำการวิจัยและพัฒนา

กล้องเลนส์กว้าง 120 องศา จากปกติที่กล้องทั่วไปมีเลนส์กว้าง 70 องศา จะทำให้มุมมองในการถ่ายภาพกว้างขึ้น ขณะที่นวัตกรรมกล้อง 4 ตัว เข้ามาตอบโจทย์การถ่ายรูป โดยระบบจะทำงานโดยอัตโนมัติในการเลือกเลนส์ให้เหมาะต่อการใช้งาน ทั้งการซูม การถ่ายมุมกว้าง การถ่ายในที่มืด เหมือนการถ่ายกล้องระดับมืออาชีพโดยไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ โทรศัพท์มือถือก็สามารถเปลี่ยนโหมดของเลนส์ได้อย่างอัจฉริยะ

ในอนาคตมือถือคือทุกสิ่ง

แม้ว่าในอนาคตเทคโนโลยี IoT จะยังไม่เข้ามาในตลาดไทยอย่างเต็มที่ แต่ซัมซุงก็กำลังมองดูโอกาสและจังหวะในการนำอุปกรณ์ IoT เข้ามาในตลาดไทยเช่นกัน ซึ่งยังบอกไม่ได้ว่าจะนำอะไรเข้ามา หรือเข้ามาเมื่อไหร่ แต่หากถึงเวลาเหมาะสมซัมซุงไม่พลาดในการเป็นผู้นำอย่างแน่นอน ส่วนเรื่อง 5G นั้น ก็มั่นใจว่าคงยังไม่มาในประเทศไทยเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน เพราะหากเข้ามาเราก็ต้องศึกษาดูว่าประเทศไทยจะใช้เทคโนโลยีใดในการพัฒนาไปสู่ 5G เพื่อหาอุปกรณ์ที่เหมาะสมมาทำตลาด

ดังนั้น ในปีหน้าเทคโนโลยีก็ยังคงเป็น 4G LTE ที่มีอุปกรณ์รองรับจำนวนมาก และสิ่งที่ขับเคลื่อนให้โทรศัพท์มือถือเป็นมากกว่าโทรศัพท์ก็คือ คอนเทนต์ และแอปพลิเคชัน ปีหน้าคอนเทนต์จะเป็น 4K มากขึ้น โทรศัพท์ต้องสามารถรองรับการชมเนื้อหาระดับนี้ ขณะที่แอปพลิเคชัน เช่น ธนาคาร ก็จะทำให้คนใช้โทรศัพท์มือถือเป็นทุกสิ่งทุกอย่างมากขึ้น การดูวิดีโอ การจ่ายเงิน และการถ่ายรูป ตลอดจนการใช้โซเชียล ทุกอย่างจะอยู่บนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งต้องการความปลอดภัยในการใช้งาน ซึ่งซัมซุงก็มีระบบรองรับเช่นกัน

ส่องสเปก เอ ซีรีส์ 2 รุ่น

กาแลคซี่ เอ 7 ชูจุดเด่นด้านการถ่ายภาพด้วยกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมเลนส์ Ultra Wide ช่วยในการถ่ายภาพมุมกว้างเท่าที่ตามองเห็น กับเลนส์ Ultra Wide สามารถเก็บภาพในมุมกว้างได้ถึง 120 องศา กล้องหน้า-หลังเก็บภาพได้คมชัดด้วยความละเอียดสูงถึง 24 ล้านพิกเซล และยังมีฟีเจอร์ Scene optimizer (19 รูปแบบ) เช่นเดียวกับใน กาแลคซี่ โน้ต 9 มาพร้อมหน่วยความจำ (RAM) 4 GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (ROM) 64 GB สามารถเพิ่มความจุด้วย Micro SD Card ได้สูงสุดถึง 512 GB เล่นเกมได้ลื่นไหล สามารถเปิดใช้งานหลายแอป สลับกันไปมา หรือทำงาน 2 จอก็รวดเร็ว ด้วยพื้นที่เก็บข้อมูลที่มากกว่าทำให้สามารถเก็บภาพถ่ายไว้ได้จำนวนมากโดยไม่ต้องลบ หน้าจอ Super AMOLED ขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้ว แบบอินฟินิตี ดิสเพลย์ (Infinity Display) ราคา 10,990 บาท วางจำหน่าย 26 ต.ค.

กาแลคซี่ เอ 9 กล้องหลัง 4 ตัว พร้อมเลนส์ออพทิคอลซูม (x2 Optical Zoom) ช่วยให้จับภาพโคลสอัปได้อย่างคมชัดทุกรายละเอียด แม้จะถ่ายจากระยะไกลก็ตาม เก็บภาพตรงหน้าด้วยมุมมองเดียวกับที่สายตาเรามองเห็น ด้วยเลนส์ Ultra Wide พร้อมทั้งตัวช่วยการถ่ายแบบช่างภาพมืออาชีพ กับฟีเจอร์ตรวจจับภาพ (Scene Optimizer) ที่ทำการวิเคราะห์วัตถุในภาพและทำการปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ ด้วย AI เลนส์ชัดลึก (Depth Lens) สามารถปรับความชัดและเบลอของภาพถ่ายได้ โดยเลนส์หลักมีความละเอียด 24 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ด้วยความจุกว่า 3,800 mAh แรมขนาด 6GB กับพื้นที่เก็บข้อมูลความจุ 128GB ซึ่งสามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 512GB ราคา 19,990 บาท จะวางจำหน่ายในไทยกลางเดือน พ.ย.นี้

การเพิ่มฟีเจอร์ที่น่าตื่นเต้นของซัมซุงครั้งนี้ ต้องจับตามองว่า ซัมซุง จะเป็นผู้นำนวัตกรรมได้นานแค่ไหน ในโลกที่ผู้ตามก็ทำได้เช่นกัน สิ่งสำคัญคือมูลค่าเพิ่มที่ให้แก่ลูกค้าที่ซัมซุงมีไม่เหมือนคนอื่นก็อาจจะทำให้ซัมซุงยังเป็นผู้นำในตลาดได้


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...