xs
xsm
sm
md
lg

ไอเน็ต ควงเน็ตแอพ คลอดบริการใหม่รับตลาดคลาวด์ไทยปีนี้ทะลุ 2-3 แสนล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

วีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตแอพ ประจำมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมาร์
ไอเน็ต ประเมินยอดขายฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งรวมของประเทศไทยคาดว่าจะทะลุ 2-3 แสนล้านบาทในปีนี้ ตัวเลขนี้สะท้อนอัตราเติบโตต่อเนื่อง 15-20% ต่อปีตามการวิจัยไอดีซี มั่นใจบริการใหม่เทคโนโลยี S3 จะทำให้ไอเน็ต และเน็ตแอพ สามารถตอบโจทย์ทุกองค์กรจนดัน “ข้อมูลและไฟล์ไม่ถูกจัดโครงสร้าง” ขึ้นคลาวด์ได้ปลอดภัย ระบุใช้ ISO 27018 เพื่อให้สอดคล้อง GDPR

วัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด ให้ข้อมูลว่า หากเจาะที่ตลาดคลาวด์ระดับกลางในกลุ่มธุรกิจองค์กรไทย จะมีมูลค่ารวมราว 4-5 พันล้านบาทในช่วงปีนี้ ขณะที่การสำรวจของไอดีซี พบว่า อัตราเติบโตของการใช้งานคลาวด์ในไทยคิดเป็นสัดส่วนขยายตัวต่อเนื่อง 15-20% โดยกลุ่มนี้จะเป็นผู้ที่ซื้อฮาร์ดแวร์คลาวด์มาใช้จริงจัง

“จากข้อมูลยอดขายฮาร์ดแวร์ไอทีในไทย พบว่า เฉพาะฮาร์ดแวร์คลาวด์ที่ซื้อขายในองค์กรไทยจะมีมูลค่าสูงเกินแสนล้านบาทในปีนี้ ถ้ารวมซอฟต์แวร์ลงไปด้วยน่าจะทะลุ 2-3 แสนล้านบาท กลุ่มนี้จะทำพลับบลิกคลาวด์ และไพรเวตคลาวด์ผสมกัน ตอนนี้สัดส่วนเริ่มเปลี่ยนแปลงจาก 1 ใน 2 มาเป็น 1 ใน 3”

ความนิยมของการใช้บริการคลาวด์ลูกผสมทั้งคลาวด์สาธารณะ และคลาวด์ส่วนตัว เกิดขึ้นบนแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของข้อมูลที่ไม่ได้ถูกจัดการ เรื่องนี้ วีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตแอพ ประจำมาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ไทย, กัมพูชา, ลาว และพม่า เผยถึงเทรนด์โลกเทคโนโลยีว่าราว 90% ของข้อมูลทุกวันนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และ 80% เป็นข้อมูลที่ไม่ได้รับการจัดการ วิสัยทัศน์ที่เน็ตแอพต้องการ คือ การช่วยให้องค์กรสามารถจัดเก็บข้อมูลที่ต้องการไว้บนคลาวด์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนระบบคลาวด์เซ็นเตอร์

“สิ่งที่เราจะทำ คือ ไม่ว่าลูกค้าจะมีระบบใดก็แล้ว แต่ในระบบไอทีปัจจุบัน เราจะทำให้ลูกค้าย้ายข้อมูลขึ้นลงได้อิสระ ทำ Public Cloud ได้ด้วย รองรับหมดทุกค่าย ไม่จำเป็นต้องมีคลาวด์เซ็นเตอร์ แต่ก็สามารถเปลี่ยนทุกอย่างให้อยู่บนคลาวด์ได้”

สิ่งที่ไอเน็ต และเน็ตแอพ ร่วมมือกัน คือ การเปิดให้บริการ INET S3 Service ซึ่งทำงานบนระบบ NetApp Object-Based Storage มาตรฐานเทคโนโลยี S3 ผลคือ องค์กรจะสามารถจัดเก็บไฟล์ และข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างทั้งข้อความแชต ข้อมูล Invoice และข้อมูลอื่นในระบบคลาวด์ได้อย่างปลอดภัย

“บริการ S3 ล่าสุดถือเป็นเจนที่ 5 ของบริการคลาวด์ที่ไอเน็ต และเน็ตแอพ ให้บริการ บนความหวังจะแข่งกับระบบคลาวด์ต่างชาติตั้งแต่ปี 2012 ทั้งไอเน็ต และเน็ตแอพ แชร์เทคโนโลยีเพื่อให้บริการคลาวด์ได้แบบยืดหยุ่นสูง ที่เพิ่มขึ้นมาในเจเนอเรชันนี้ คือ การใช้มาตรฐาน S3 ปลอดภัย และรองรับองค์กรขนาดใหญ่”

ผู้บริหารเน็ตแอพ ย้ำว่า บริษัทไม่มีบริการคลาวด์เซอร์วิสโพรไวเดอร์ แต่จะร่วมมือกับผู้ให้บริการเพื่อให้ลูกค้าใช้บริการได้ยืดหยุ่นทุกค่าย สิ่งที่เน็ตแอพทำในปัจจุบันแบ่งได้เป็น 3 ด้าน คือ 1.การเพิ่มขีดความสามารถในการทำคลาวด์เซอร์วิส ให้ทุกบริษัทที่มีระบบคลาวด์สามารถจัดการได้ดีขึ้น สามารถทำให้ข้อมูลที่ไม่ได้ถูกจัดการขึ้นไปอยู่บนคลาวด์ได้ 2.แทนที่องค์กรจะต้องจ่ายค่าซื้อระบบ 10 ล้าน 20 ล้าน เน็ตแอพ จะมีโซลูชันดาต้า เซ็นเตอร์ยุคใหม่ที่จ่ายตามการใช้จริงตามระยะเวลา 3.การอัปเดตระบบเดิม ให้องค์กรสามารถตอบโจทย์ระบบใหม่ได้

“ทั้งหมดนี้เน็ตแอพ เรียกว่า Data Fabric เป็นวิสัยทัศน์ที่เน็ตแอพ ต้องการให้เกิดขึ้น คือ อิสระการรับส่งข้อมูลแบบไร้รอยต่อ”

สำหรับไอเน็ต ผู้บริหารเน็ตแอพ ระบุว่า ไอเน็ตเป็นคลาวด์เซอร์วิสโพรไวเดอร์ที่สำคัญที่สุดของเน็ตแอพในอาเซียน โดยวัลล์ชัย ผู้บริหารไอเน็ตย้ำว่า บริษัทมีแผนจะขยับจากคลาวด์โพไวเดอร์มาเป็นแพลตฟอร์ม และเทรนด์ที่เห็นในขณะนี้ คือ องค์กรที่เคยหันไปใช้คลาวด์ต่างประเทศ เริ่มกลับมาใช้บริการคลาวด์ไทย

“บริษัทไทยพบว่า ปัจจัยลงทุนที่แพงสุด คือ เวลา ทำให้เริ่มกลับมาที่ไทย เราพบว่า บริษัทที่ทยอยย้ายมาใช้คลาวด์ไทยมีจำนวนหลักร้อยในขณะนี้ การใช้คลาวด์ต่างประเทศอาจคล่องตัวช่วงแรก แต่พอต้องบริหารความเสี่ยง และการประกาศใช้ GDPR ทำให้เกิดผลกระทบ”

ปัจจุบัน ไอเน็ต ระบุว่ามีลูกค้าคลาวด์ราว 1,800-2,000 รายที่เป็นลูกค้าองค์กรใหญ่ตลอด 6 ปีที่เริ่มให้บริการ น้อยกว่าแบรนด์ใหญ่อย่าง AWS ที่มีมากกว่า 3,500 รายในไทย เบื้องต้น เชื่อว่าเทรนด์การกลับมาใช้คลาวด์ไทยมากขึ้นจะช่วยให้องค์ความรู้ AI ไทยดีขึ้นในระยะยาว

“พฤติกรรมการแชต หรือการใช้งานออนไลน์ของคนไทยไม่ถูกเก็บที่ไทยถือเป็นเรื่องที่เสี่ยง การเอาความรู้ทั้งหมดของไทยไหลไป AI ต่างประเทศเป็นเรื่องเสี่ยงมาก ต้องทำตามกฎหมายประเทศอื่น ตอนนี้มีข้อมูลไทยเรื่องเพาะปลูกไหลไปที่ AI ต่างประเทศแล้ว อีกไม่นานองค์ความรู้ของเกษตรกรไทยก็จะเป็นของเมืองนอก”
วีระ อารีรัตนศักดิ์ (ซ้าย) กับวัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์
จุดนี้ผู้บริหารไอเน็ต ย้ำว่า ข้อมูลบนทุกบริการคลาวด์ของไอเน็ตนั้นอยู่ในไทย มาตรฐานของบริการไอเน็ตที่ไม่แพ้ Amazon ทำให้บริษัทมีแผนขยายบริการให้รองรับความต้องการในบริการคลาวด์เซอร์วิสที่หลากหลายขึ้น เช่น บริการทรานสคริปต์ออนไลน์ เพื่อการสมัครงานข้ามประเทศที่ง่ายขึ้น และบริการใบกำกับภาษี e-TAX Invoice ที่ลดราคาเหลือหลักสตางค์ จากเดิมที่มีต้นทุน 15-20 บาท

“พนักงานไม่ต้องคีย์จำนวน ไม่ต้องคีย์ตัวเลข แค่ยืนยันก็ได้เลย ได้มาตรฐานสรรพากร เรียกว่าเข้าสู่ระเบียบได้ และรองรับประชาชน”

ไอเน็ต ชี้ว่าต้องการเชื่อมคลาวด์ของบริษัทเข้ากับระบบรัฐ และพร้อมจะเปิด API ให้รัฐบาล และองค์กรไทยรู้จักประชาชนคนไทย

“ไม่ใช้ให้ FB, Line หรือ Google รู้จักคนไทยมากกว่า เราเริ่มทดลอง 1-2 ปีแล้ว คาดว่าจะใช้ได้จริงในปีหน้า เป็นเหมือนบริการ S3 as a service” วัลล์ชัย ระบุ “เป้าหมายอนาคต คือ เราจะผสานทุกส่วน เพื่อสร้างอาชีพใหม่ รองรับอุปกรณ์หลากหลาย ไม่ใช่ให้ต่างชาตินำข้อมูลไป ทั้งหมดนี้เป็นวิสัยทัศน์ที่เราทำมานานหลายปี ถ้าไทยทำเองได้เราจะไม่ถูกแย่งงาน ไม่เป็นเมืองขึ้นทางเทคโนโลยีของใคร”

ผู้บริหารไอเน็ต ย้ำว่า เซอร์วิสคลาวด์ของบริษัทมีอัตราเติบโตไม่ต่ำกว่า 40-50% ต่อปี และไอเน็ตกำลังเข้าสู่ช่วงทดสอบบริการคลาวด์ คาดว่ากลางปีหน้าจะได้เห็นโปรเจกต์เซอร์วิสของไอเน็ต ที่หลากหลาย เช่น บริการบล็อกเชน, บริการโดรน, บริการรับสมัครงาน และอื่นๆ ซึ่งแต่ละบริการจะถูกแยกออกเป็นบริษัทลูก คาดว่าจะเป็นรูปแบบการถือหุ้นระหว่างไอเน็ต เน็ตแอพ และบริษัทดาวรุ่งที่ไม่ใช่สตาร์ทอัป แต่เป็นบริษัทที่มีลูกค้า และมีเงินทุนแล้ว

สำหรับกรณี GDRP ผู้บริหารไอเน็ต ย้ำว่า ส่วนใหญ่องค์กรไทยจะได้รับผลกระทบจาก GDPR เรื่องการถูกกีดกันตั้งแต่มีการประกาศใช้ GDPR ไอเน็ตหันมาเลือกปรับใช้มาตรฐาน ISO 27018 เนื่องจากไปในทิศทางเดียวกัน คาดว่าจะได้รับสิ้นปีนี้


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...