xs
sm
md
lg

ฟูจิตสึ ฟันธง “สมาร์ทรีเทล” ไทยแข่งดุสุดปีนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


จับชีพจรล่าสุด ตลาดโซลูชันไอทีไทย “ฟูจิตสึ” (Fujitsu) มั่นใจตัวชูโรงตลอดปีนี้ คือ โซลูชันกลุ่ม “สมาร์ทรีเทล” หรือระบบงานค้าปลีกอัจฉริยะ ผลจากการแข่งขันที่จะเป็นตัวเร่งสำคัญให้องค์กรต้องตัดสินใจนำโซลูชันดิจิทัลมาใช้เพื่อแข่งขันให้ได้ทั้งในและนอกประเทศ มั่นใจกระแส Digital Transformation ขององค์กรไทยจะดันรายได้ธุรกิจโซลูชันของ Fujitsu ให้โตได้อีก 10% จากที่ครองส่วนแบ่ง 20% ในผลประกอบการปีล่าสุดที่ทำเงินรวมมากกว่า 3 พันล้านบาท

กนกกมล เลาหบูรณะกิจ รองหัวหน้าฝ่ายขาย บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงแผนการให้บริการด้าน Digital Solution และบริการ AI Technology ในปี 2018 ว่า บริษัทเน้นให้บริการ 3 ส่วน ได้แก่ 1. สมาร์ทออฟฟิศ ระบบสำนักงานออนไลน์ที่จะทำให้องค์กรประหยัดต้นทุนในการสื่อสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของพนักงาน 2. สมาร์ทแพลนท์ ระบบโรงงานอัจฉริยะที่จะช่วยลดต้นทุน ประหยัดไฟ ตอบโจทย์การทำงานของคนรุ่นใหม่ ให้สามารถทำงานร่วมกันได้จากระยะไกล และ 3. สมาร์ทรีเทล ระบบอัจฉริยะเพื่อการค้าปลีก ซึ่งจะเน้นที่ประสบการณ์ผู้ใช้ การนำเทคโนโลยีมาเพิ่มช่องทางขาย ช่องทางจ่ายเงิน หรือการเลือกสถานที่เหมาะสมสำหรับตั้งร้าน

“ปี 2017 ที่ผ่านมา ตลาดภาคการผลิตครองสัดส่วนใหญ่ที่สุดสำหรับเรา ปีนี้เรามองว่า กลุ่มรีเทล น่าจะมาแรงกว่า” กนกกมล กล่าว โดยบอกว่ายังไม่มีข้อมูลการเติบโตในภาพรวมของประเทศไทย “ปีที่แล้ว เราโฟกัสที่กลุ่มผู้นำตลาดที่เริ่มใช้ก่อน ปีนี้ก็ยังต้องไปกลุ่มนี้”

กนกกมล มั่นใจว่า ปีนี้ตลาดโซลูชันดิจิทัลของไทยจะเติบโตมากเป็นพิเศษ ไม่เพียงเพื่อตอบโจทก์การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของธุรกิจ (Transform Business) แต่เพื่อให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น

“ตัวเร่งคือการแข่งขัน องค์กรต้องแข่งทั้งในและนอกประเทศ ต้องคิดวิธีเพื่อดึงให้ลูกค้าที่ออนไลน์จากต่างประเทศอยู่กับตัวเองให้ได้ จุดนี้ทำให้ฟูจิตสึ เห็นว่า องค์กรกลุ่มรีเทลมีการปรับใช้โซลูชันดิจิทัลได้เร็วกว่ากลุ่มอื่น รองลงมา คือ ภาคการผลิต”

วันนี้ Fujitsu ให้บริการโซลูชันดิจิทัลผ่าน 3 เทคโนโลยี คือ ปัญญาประดิษฐ์ AI, ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ BigData และบริการออนไลน์ Cloud ตัวอย่างโครงการสำคัญ คือ การทดสอบกับสำนักงาน A*STAR ซึ่งย่อมาจาก Agency for Science, Technology and Research ที่มีขอบเขตการทำงานคล้ายกับ สวทช ไทย ส่วนหนึ่งในโครงการ คือ การสร้างระบบแผนที่ฮีตแมป ที่จะทำให้องค์กรสามารถส่งข้อความสู่สายตาผู้บริโภคที่กระจุกตัวในพื้นที่เป้าหมาย ขณะที่ในเกาหลี Fujitsu มีการทดสอบใช้ระบบ Cloud กับฟาร์ม

“เชื่อว่าในอนาคต เมืองไทยก็จะมีการใช้ระบบโซลูชันดิจิทัลมากยิ่งกว่านี้อีก”

สำหรับเมืองไทย Fujitsu มีลูกค้ารายใหญ่เป็นบริษัท SCCC ผู้ผลิตปูนอินทรี ซึ่งปรับใช้ระบบโรงงานอัจฉริยะ ให้ผู้ที่อยู่ในโรงงานสามารถปรึกษากับศูนย์ทางไกลได้ ขณะเดียวกัน ก็ใช้ระบบติดตาม Contractor ทำให้บริษัทรู้ว่า “บุคลากรเอาต์ซอร์ส” ทำงานคุ้มค่าหรือไม่ สำหรับปี 2018-2019 ทั้ง Fujitsu และ SCCC จะนำระบบ AI และหุ่นยนต์ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในโรงงาน

“จะเห็นว่าโรงงานอัจฉริยะ คือ เรือธงสำหรับประเทศไทย 4.0 เราพยายามทำให้เห็นเป็นกรณีศึกษาที่ดีที่สุด ทั้งหมดนี้ถือเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย เพราะเป็นการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีญี่ปุ่นมาพัฒนาอุตสาหกรรมไทย” ผู้บริหาร Fujitsu กล่าว “ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 ปีที่แล้ว หลายโรงงานยังไม่คิดนำระบบ AI มาใช้ แม้จะใช้ ERP แต่ยังไม่ออนไลน์ ตอนนี้เราพบว่ามีความต้องการนำข้อมูลจากแมชชีน หรือเครื่องจักร มาเชื่อมกับ ERP มาช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้ดีขึ้น ประเมินว่าความต้องการเพิ่มขึ้น 100%”

ผู้บริหาร Fujitsu ระบุด้วยว่า ปัญหาที่พบในการร่วมกับธุรกิจทำ Digital Transformation คือ ความไม่ชัดเจนในองค์กรว่า แผนกงานใดเป็นเจ้าภาพโครงการ บางองค์กรพบปัญหาผู้บริหารอยากให้เกิด แต่ผู้ใช้กลับไม่เห็นด้วย

“สิ่งสำคัญ คือ การทำงานร่วมมือกัน จะทำให้โครงการสำเร็จ หลายครั้งที่โซลูชันสมาร์ทออฟฟิศไม่ประสบความสำเร็จ เพราะพบช่องว่าง ผู้ใช้ไม่ยอมใช้” กนกกมล ระบุ

ผู้บริหาร Fujitsu เชื่อว่า ข้อจำกัดในการทำ Digital Transformation ของธุรกิจไม่ได้อยู่ที่ต้นทุน

“แล้วแต่ว่าลูกค้าใช้เทคโนโลยีอะไร บางอย่างเป็นฟรีแอป แต่อาจจะมีข้อจำกัด ที่ผ่านมา เราใช้วิธีทำโครงการเล็ก ๆ เพื่อให้ผู้บริหารเห็นภาพการเปลี่ยนแปลง”

สำหรับ Fujitsu ประเทศไทยนั้น มียอดขายรวมมากกว่า 3 พันล้านบาทในปีที่ผ่านมา อัตราเติบโตราว 5-10% จากปีก่อนหน้า คาดว่าปีนี้การเติบโตยังเป็นสัดส่วนเดิม รายได้หลักมาจากธุรกิจให้บริการโครงข่ายไอทีเช่นเดิม คาดว่าปีนี้ตลาดโครงข่ายจะยังเติบโต เพราะธุรกิจต้องบำรุงรักษาระบบ แต่บริษัทจะเน้นขยายธุรกิจดิจิทัลโซลูชันให้เติบโตขึ้นอีก 10% จากปัจจุบันที่ครองส่วนแบ่ง 20% ของรายได้รวม Fujitsu ประเทศไทย.
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...