xs
xsm
sm
md
lg

วัดฟอร์มค่ายมือถือ True ร้อนแรง 2 คู่แข่งคงเส้นคงวา กับอาการน่าเป็นห่วง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


การแข่งขันของค่ายมือถือในเมืองไทยในปัจจุบันนั้น แม้ว่าโปรโมชั่นจะเป็นตัวดึงดูดให้ลูกค้าตัดสินใจย้ายค่าย แต่สิ่งที่จะมัดใจลูกค้าให้เกิด Brand Loyalty นั้น ต้องวัดกันที่ประสบการณ์ของผู้ใช้งานเป็นหลัก โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนผูกติดชีวิต และไลฟ์สไตล์ เข้ากับสมาร์ทโฟนนี้ ค่ายมือถือจึงต้องมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ที่เหนือกว่าแค่ความพึงพอใจ แต่ต้องสร้างความประทับใจให้ได้ด้วย

จากตารางเปรียบเทียบจำนวนผู้ที่ลงทะเบียนมือถือของทั้ง 3 ค่ายนับจากไตรมาสแรกของปี 2015 มาถึงไตรมาสที่ 3 ปี 2017 นั้น สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของจำนวนผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนของค่ายมือถือทั้ง 3 ค่าย ซึ่งจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนก็คือ ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2015 ที่ TrueMove H และ AIS ได้คลื่นความถี่ 1800 MHz ไปครอบครอง ทำให้ทั้งสองค่ายสามารถสร้างความได้เปรียบในการนำคลื่นดังกล่าวมาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการให้บริการ

โดยเฉพาะ TrueMove H ถือว่าโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงมาอย่างต่อเนื่อง ที่ลงทุนทุ่มงบทั้งอัดโปรโมชั่นการตลาด และพัฒนาคุณภาพการให้บริการ ทำให้จากเดิมที่เคยอยู่อันดับ 3 ค่อย ๆ เพิ่มฐานลูกค้าเข้ามา ขึ้นแท่นรองจ่าฝูงเป็นที่เรียบร้อย

ด้านเอไอเอสนั้น โดยภาพรวมยังถือว่ารักษาระดับมาตรฐานเดิมของตัวเองเอาไว้ได้ แต่จากตัวเลข 4 ไตรมาสล่าสุด ที่มีจำนวน Subscriber ลดลงต่อเนื่องนี้ น่าจะสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้บริหารต้องกลับไปทบทวนกลยุทธ์ในปีที่ผ่านมาอีกครั้ง

ขณะที่ดีแทค ดูจะอาการหนักกว่าเพื่อน ตัวเลขผู้ใช้งานใน 2 ปีหลัง ค่อย ๆ ไหลออกไปค่ายอื่นอย่างน่าใจหาย จนเสียส่วนแบ่งทางการตลาดร่วงไปอยู่อันดับ 3 เป็นที่เรียบร้อย

นอกจากจำนวนผู้ใช้งานมือถือในแต่ละค่ายแล้ว ตัวเลขที่น่าสนใจของธุรกิจในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมนี้ก็คือ การเติบโตแบบก้าวกระโดดของการให้บริการ Non-Voice อย่าง Mobile Data ที่ช่วยให้คนในสังคมเชื่อมต่อชีวิตเข้ากับโลกดิจิทัลได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว โดยในช่วง Q1 ปี 2015 มียอดรวมรายได้ของการใช้งาน Non-Voice จากทั้ง 3 ค่ายอยู่ที่ประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท ล่าสุดที่ Q3 ปี 2017 ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นแตะหลัก 4.2 หมื่นล้านบาทเข้าไปแล้ว

เทรนด์ดังกล่าวนี้มาจากการเปิดรับโลกดิจิทัลเข้ามาผสานกับการดำรงชีวิตของผู้คนในสังคม ซึ่งแอปพลิเคชั่นในมือถือที่คนไทยใช้งานมากที่สุดก็คือ เฟซบุ๊ก, ไลน์ และอินสตาแกรม ค่ายมือถือที่จะสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าได้ ต้องเข้าใจ Insight ของผู้ลูกค้า และตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้อย่างตรงจุดในเวลาที่พวกเขาต้องการ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานเหล่านั้นก็คือ การพัฒนาเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพสูงอย่างต่อเนื่อง ผสมผสานคลื่นย่านความถี่ต่ำ และสูง ทั้ง 4.5G/4G และ 3G จนครอบคลุมให้ได้ทุกพื้นที่ของประชากร พร้อมยกระดับสู่มาตรฐานการให้บริการแบบ 5G เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ และความต้องการใช้งานของคนยุคใหม่ ที่มองหาความรวดเร็ว และประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า ซึ่งในปี 2018 การแข่งขันในด้านบริการ Non-Voice จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้วัดผลประกอบการขององค์กรโดยรวมอย่างแน่นอน


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...