xs
xsm
sm
md
lg

เกิดซะที 'เน็ตหมู่บ้าน' (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี
ลุ้นกันตัวโก่ง งอเป็นกุ้งถูกน้ำร้อนลวก สำหรับโครงการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ หรือ โครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับอนุมัติกรอบงบประมาณจำนวน 15,000 ล้านบาท มาตั้งแต่ต้นปี 59ที่ผ่านมา แต่ก็ติดขัดปัญหามาโดยตลอดทั้งเรื่องทีโออาร์ ผู้รับผิดชอบโครงการ จนทำให้อดีตปลัดกระทรวงดีอี 'ทรงพร โกมลสุรเดช' ถูกมาตรา 44 เด้งจากตำแหน่ง แบบฟ้าผ่า !!!

หลังจากนั้น ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น สิ่งที่ติดขัดต่างๆกลับหายไปและโครงการกลับเดินหน้าได้ทันตามที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีได้เอ่ยไว้ว่า 'โครงการนี้ต้องเริ่มปักหมุดภายเดือนธันวาคม' เมื่อปลดล็อกทุกอย่าง ทีโออาร์ ไม่ต้องมี จากเดิมที่กระทรวงอ่อนด้อยเรื่องการเขียนทีโออาร์อันนำมาสู่การท้วงติงของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปลี่ยนเป็นให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นผู้เบิกจ่ายไปก่อนแล้วมาเบิกกับกระทรวงเป็นรอบๆไป ทำงานเป็นเหมือนผู้รับเหมาสร้างบ้านจากกระทรวงดีอีเอง

งานก็ดูเหมือนจะราบรื่นแบบมืออาชีพเขาทำกันโดยที่ประชุมคณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (บอร์ดดีอี) ครั้งที่ 2/2559 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้กระทรวงดีอี โอนเงินในการทำโครงการภายใต้กรอบงบประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาทให้ทีโอที ตั้งแต่การทำทีโออาร์ ตลอดจนวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง และต้องเริ่มลงมือทำโครงการให้ได้ในเดือนธ.ค. 2559เพื่อให้โครงการติดตั้งได้ครบ 85% ภายในปี 2560 และติดตั้งให้ครบทั้งหมดภายในต้นปี 2561

และงานนี้ก็มีสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ช่วยแบ่งเบาภาระรับโครงการบางส่วนไปร่วมทำด้วย จากหมู่บ้านทั้งหมด 40,432 แห่ง ที่ทีโอทีต้องทำเองทั้งหมด ก็เหลือเพียง 24,700 แห่ง และแบ่งให้กสทช.ทำ 19,652 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่ในชนบทที่รับมาจาก ดีอี จำนวน 15,732 แห่ง และ พื้นที่หมู่บ้านชายขอบ จำนวน 3,920 แห่ง โดยใช้งบUSOของ กสทช.ที่มีอยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท

จากนั้นเมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามผลการประชุมของคณะกรรมการดีอีไปแล้วเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา งานก็เดินหน้าทันที โดยทีโอที จะเริ่มปักหมุด 50 หมู่บ้านแรกที่ เทศบาลตำบลจุน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำงานที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คำถามที่ตามมาคือ 'ความโปร่งใส' และ 'คุณภาพ' ต้องเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้

*** เปิดใจหัวหน้าทีมตรวจสอบโครงการ

'กระทรวงดีอีจะเป็นผู้รับผิดชอบ วางกรอบการทำงาน และตรวจสอบอย่างเคร่งครัด เรามีการทำคณะทำงานขึ้นมา 2 ชุด คือ คณะทำงานกำหนดกรอบแนวทางการดำเนินการโครงการที่มี วิไลลักษณ์ ชุลีวัฒนกุล ปลัดกระทรวงดีอีเป็นประธาน ซึ่งได้ประชุมไปแล้วเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา และคณะทำงานกำกับและติดตามการดำเนินการโดยมีผมเป็นประธาน เพื่อทำเรื่องนี้ให้โปร่งใส ไร้การทุจริตอย่างแน่นอน' น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี ในฐานะหัวหน้าทีมคณะทำงานกำกับและติดตามการดำเนินการโครงการเน็ตหมู่บ้าน กล่าว

เขายังอธิบายต่อด้วยว่า การทำโครงการนี้ให้เปรียบเทียบง่ายๆเหมือนกระทรวงเป็นคนจ้างทีโอทีทำงานสร้างบ้าน ทีโอที สามารถทำได้เลย กระทรวงก็พร้อมตรวจงานไปพร้อมๆกัน หากมีตรงไหนสเปกไม่ได้มาตรฐาน กระทรวงมีสิทธิ์ไม่รับงานและไม่จ่ายเงินให้ทีโอที ส่วนเรื่องความโปร่งใสที่หลายคนกังวล กระทรวงดีอี, ทีโอที และ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จะร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรม (เอ็มโอยู) ความร่วมมือป้องกันและต่อต้านการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ตามโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน เพื่อช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินขั้นตอนต่างๆในโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านให้เป็นไปอย่างโปร่งใส

*** ทำงานใกล้ชิดกสทช.มั่นใจพื้นที่ไม่ทับซ้อน

ในส่วนของโครงการที่กสทช.ต้องทำนั้น ตนเองในฐานะตัวแทนกระทรวง และทีโอที ก็ทำงานกับกสทช.อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พื้นที่ในการวางโครงข่ายทับซ้อนกัน ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ก็ได้ร่วมประชุมกับกสทช.เพื่อกำหนดพื้นที่ในเชิงปฏิบัติอีกครั้งหนึ่งก่อนที่กสทช.จะลงมือทำเรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนของทีโอทีนั้น พล.อ.อ.ประจิน ,ปลัดกระทรวงดีอี และ ทีมผู้บริหาร ทีโอที จะเดินทางไปติดตั้งโครงข่าย ให้กับ เทศบาลตำบลจุน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา เป็นแห่งแรกของโครงการ จำนวน 50 หมู่บ้าน เพื่อเป็นการเริ่มนับ 1 การเริ่มดำเนินโครงการ โดยเหตุผลที่เลือกที่เทศบาลตำบลจุน เป็นแห่งแรกในการติดตั้งเพราะสถานที่ดังกล่าว สามารถสื่อภาพออกมาได้อย่างชัดเจนว่าหากไม่มีโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน ในพื้นที่นี้อีก 10 ปี ก็ไม่น่าจะมีโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าไปถึง

*** ทีโอทีแก้มปริพร้อมลุยเต็มสูบ

มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีจะใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบยื่นซองประกวดราคา โดยจะทำให้โปร่งใส ไร้การทุจริต เพราะเชื่อว่าจะมีผู้เข้าร่วมยื่นซองประมูลมากกว่า 10 ราย แน่นอน เพื่อให้เป็นผลงานชิ้นโบแดงของทีโอที ว่า ทีโอที ก็สามารถทำโครงการได้ สำหรับอุปกรณ์ที่จะต้องจัดซื้อจัดจ้าง นอกจากไฟเบอร์ ออปติกแล้ว ก็ต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์สำหรับกระจายสายไฟเบอร์ ออปติก จากสายหลักเพื่อกระจายไปยังบ้านต่างๆ ด้วย รวมถึงต้องจัดซื้อจัดจ้างฮอตสปอตเพื่อเชื่อมต่อไวไฟ หมู่บ้านละ 1 จุด โดยการติดตั้งแต่ละหมู่บ้านก็ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ไป บางพื้นที่อาจติดตั้งที่ศาลาประชาคม บางพื้นที่อาจติดตั้งที่ย่านตลาด ซึ่งฮอตสปอตต้องมีความแข็งแรงสามารถทนฝน และความร้อนได้

'การจัดซื้อจัดจ้างแบบประกวดราคาทีโอทีก็จะทำเป็นล็อตๆ ไป เช่น ไฟเบอร์ ออปติก อาจต้องมีการจัดประมูล 4-5 ล็อต เพราะจำนวนไฟเบอร์ ออปติกที่ใช้มีจำนวนเป็นแสนกว่ากิโลเมตร การที่ทีโอทีจะจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดแล้วค่อยเบิกเงินจากกระทรวงดูว่าจะมีมูลค่ามากเกินไป และเสี่ยงเกินไปที่จะใช้จากผู้ผลิตรายเดียว และทีโอทีจะต้องทำให้เสร็จภายในสิ้นปี 2560 แน่นอน'

*** กสทช.รับลูกพร้อมเดินหน้าเน็ตหมู่บ้าน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า กสทช.รับทำโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน จำนวน 19,652 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่ในชนบทที่รับมาจากกระทรวงดีอี จำนวน 15,732 แห่ง และ พื้นที่หมู่บ้านชายขอบ จำนวน 3,920 แห่งนั้น กสทช.ได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในเดือน ธ.ค.2560 และเดือน พ.ค.2561 ตามลำดับ

ทั้งนี้ แผนการดำเนินการในพื้นที่หมู่บ้านชายขอบ จำนวน 3,920 แห่ง เริ่มส่งทีมสำรวจลงสำรวจพื้นที่แล้วว่า แต่ละพื้นที่ห่างไกล ที่เป็นภูเขาว่า ต้องใช้เทคโนโลยีใดบ้าง เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถลากสายไฟเบอร์ออปติกเพียงอย่างเดียวได้ จึงต้องดูด้วยว่า จะใช้เทคโนโลยีอะไรมาเสริม เช่น ไวแม็กซ์ ดาวเทียม เป็นต้น เพื่อวิเคราะห์มูลค่าการลงทุน และกำหนดรายละเอียดในการทำทีโออาร์ คาดว่าจะสำรวจพื้นที่เสร็จประมาณปลายเดือน ม.ค.2560 จากนั้น ภายในเดือน มี.ค. จะสามารถออกเกณฑ์การประกวดราคาได้ และในเดือน มิ.ย. จะสามารถลงนามกับผู้ชนะการประมูลโครงการ และต้องเร่งวางโครงข่ายเพื่อให้เปิดบริการได้ภายในเดือน ธ.ค.2560

ส่วนหมู่บ้านในพื้นที่ชนบท จำนวน 15,732 แห่งนั้น ก็จะทำงานคู่ขนานกันไป โดยทีมสำรวจจะลงพื้นที่เดือน ม.ค.2560 แต่กระบวนการสรุปเทคโนโลยี หรือพื้นที่ทั้งหมดน่าจะแล้วเสร็จได้ก่อนพื้นที่ชายขอบ เพราะหมู่บ้านส่วนใหญ่อยู่ในชนบท และคาดว่าจะใช้เทคโนโลยีไฟเบอร์ออปติกทั้งหมด คาดว่าจะสรุปได้ในเดือน มิ.ย.2560 และสามารถลงนามกับผู้ชนะการประมูลได้ในเดือน ก.ย.2560 พร้อมเปิดให้บริการได้ในเดือน พ.ค. 2561

นอกจากนี้ ยังต้องหาจุดติดตั้ง 1 จุด ต่อ 1 หมู่บ้าน เพื่อให้เอกชนมาเช่าใช้ในการให้บริการตามครัวเรือน หากบ้านใดต้องการติดตั้งก็ต้องมาเชื่อมโครงข่ายจากส่วนกลางไป ซึ่งตรงนี้เอกชนที่รับผิดชอบจะต้องดำเนินการลากสาย และให้บริการด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคาปกติในตลาด ซึ่งในส่วนนี้สำนักงาน กสทช.จะเป็นผู้กำหนดราคาอีกครั้งหนึ่ง

โดยอัตราความเร็วที่ให้บริการต้องอยู่ที่ 30/10 Mbps ขณะที่ในส่วนของอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านที่ติดในโรงเรียน หรือสถานที่ราชการนั้น จะมีการเสริมเป็นโครงการ USO NET เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนด้วย โดย กสทช.จะเป็นผู้ดำเนินโครงการหาอุปกรณ์ และงบประมาณ รวมถึงการบำรุงรักษาให้ก่อนในระยะ 3 ปีแรก เพราะเข้าใจว่า ส่วนราชการต้องใช้เวลาในการตั้งงบประมาณ จากนั้น เชื่อว่าหลังจาก 3 ปี หน่วยงานจะสามารถตั้งงบประมาณเพื่อดูแลในส่วนนี้ได้

ทั้งนี้คาดว่าเอ็มโอยูคุณธรรม จะเซ็นในวันที่ 26 ธ.ค.2559 พร้อมแถลงเปิดโครงการเน็ตหมู่บ้านอย่างเป็นทางการ และเริ่มนับหนึ่งที่จ.พะเยา ในเดือนม.ค.2560 ก็ดีใจแทนคนในพื้นที่ห่างไกลที่ได้ใช้บรอดแบนด์กันซะที
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...