xs
xsm
sm
md
lg

จุดเปลี่ยนโทรคมไทยผ่านมุมมอง 'พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ'(Cyber Weekend)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

พ.อ.เศรษฐ พงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และรองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
สิ้นสุดการรอคอยกับการประมูลระดับ 2 แสนล้านของ คลื่นความถี่ 1800 MHz และ
คลื่นความถี่ 900 MHz ภายใต้การทำหน้าที่ของ 'พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ'ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และรองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

นับจากนี้วงการโทรคมนาคมของประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้างภายใต้คลื่นที่นำไปพัฒนาสู่ยุค 4G ประธานกทค. มีคำตอบและพร้อมถ่ายทอดมุมมองไว้อย่างน่าสนใจ

***โอเปอเรเตอร์ยุค 4G ต้องปรับตัว

การก้าวเข้าสู่ 4G LTE ที่ความเร็วระดับ 5 - 60 Mbps และ LTE Advanced
ที่มีความเร็วระดับ 30 - 300 Mbps นั่นทำให้เกิดจุดหักเหที่สำคัญเนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของ โมบายล์ แพลทฟอร์มจะลงไปแทรกตัวอยู่ในทุกอุตสาหกรรม ทำให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ(โอเปอเรเตอร์) ต้องก้าวสู่บทบาทใหม่ไม่ใช่เพียงการเป็นแค่โอเปอเรเตอร์
แต่ต้องเป็นผู้ให้บริการและผู้ให้กำเนิดธุรกิจคอนเทนต์ในรูปแบบที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้งานแอปพลิเคชั่นได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ทุกที่ ทุกเวลา

ดังนั้นคุณค่าและทรัพย์สินของโอเปอเรเตอร์ไม่ใช่เพียงแค่ซิมการ์ด หรือโครงสร้างเสาและสายรวมไปถึงรายชื่อลูกค้าที่ผูกติดกับหมายเลขโทรศัพท์อีกต่อไป หลังจากที่ผู้บริโภคสามารถย้ายค่ายได้ด้วย number portability (บริการย้ายค่ายเบอร์เดิม) แต่คุณค่าและทรัพย์สินของโอเปอเรเตอร์ที่แท้จริงในยุค 4G และ 5Gประกอบไปด้วย 1.ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริโภคและความต้องการเชิงลึกในแต่ละราย2.ข้อมูล ที่ผู้บริโภคต้องการและระดับการใช้งาน3.ขีดความสามารถในการวิเคราะห์ 4.การให้บริการและขีดความสามารถที่มุ่งเน้นที่ความต้องการของลูกค้าแต่ละราย5. ขีดความสามารถในการเพิ่มคุณค่าให้แก่ Over-the-top applications (OTT) เช่น ไลน์, Facebook, Youtube

ซึ่งเรื่องนี้โอเปอเรเตอร์ไทยกำลังประสบปัญหาจากแอปพลิเคชั่นเหล่านี้ซึ่งมาใช้ แบนด์วิธของโอเปอเรเตอร์แต่ไม่ได้เงินจากการให้บริการทำให้ต้องรับภาระในการแบกรับการลงทุนในการขยายแบนด์วิธให้เพียงพอต่อการให้บริการ ดังนั้นโอเปอเรเตอร์ต้องสร้างธุรกิจ สตาร์ทอัป OTTของตัวเองที่จะต้องต่อสู้แย่งชิงรายได้กับธุรกิจ OTT ที่เกิดขึ้น 6.แอปพลิเคชั่นแบบเปิดและเน็ตเวิร์ก อินเทอร์เฟซ ที่ใช้งานง่าย และ7.สถานที่และสภาพแวดล้อมที่ลูกค้าแต่ละรายใช้บริการ

ดังนั้นการปรับตัวของโอเปอเรเตอร์ไทยนับจากนี้ จะต้องเปลี่ยนตัวเองเข้าสู่บริบทใหม่ ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้ารายบุคคลอีกทั้งต้องทำการสร้างธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้ใหม่ในขณะที่แนวโน้มกำไรต่อผู้ใช้งานลดลง เช่นการสร้างโซลูชั่นสำหรับลูกค้าองค์กร การมีโมบายล์ แบงกิ้ง การมีบริการ
M2M service ตลอดจนการบริการด้านความปลอดภัย เป็นต้น

***เผยโรดแมปการพัฒนาโทรคมไทย

สำหรับแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ นับจากนี้คณะกรรมการกสทช.มีวาระการดำรงตำแหน่งอยู่ถึงแค่เดือน ต.ค.ปีนี้ ดังนั้นคงไม่ดำเนินการนำคลื่น 1800 MHz ที่จะหมดในปี 2561มาประมูลล่วงหน้าแน่นอน เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ระบุให้นำมาประมูลก่อนได้และกฎหมายกสทช.ฉบับใหม่ก็ยังไม่แล้วเสร็จ รวมถึงการนำคลื่นอื่นๆมาประมูลกสทช. ก็ไม่ทำ เพราะการประมูลที่ผ่านมานับว่าเป็นการประมูลที่มีมูลค่าสูงหากมีการจัดขึ้นอีกในปีนี้

เชื่อว่าโอเปอเรเตอร์คงยังไม่มีกระแสเงินสดเพียงพอในการนำมาประมูลแต่ในฐานะประธานกทค.ก็ได้วางโรดแมปในการพัฒนาวงการโทรคมนาคมไทยเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศMobile Economy & Ubiquitous Societyและให้ถูกจัดอันดับดัชนีการเติบโตด้านไอซีที จาก ICT Development Indexหรือ IDI ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) เป็นอันดับ 1ของอาเซียน ภายใน 5 ปี ให้ได้ โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ กล่าวคือ

ระยะแรกดำเนินการในปี 2559-2560 ภายใต้เป้าหมาย 7 ประการ ได้แก่ 1.การกำกับดูแลผู้วางโครงข่ายคลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz, 1800 MHz และ900 MHz 2.ภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลร่วมกับเวนเดอร์ ผู้จำหน่ายอุปกรณ์โทรคมนาคมร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนให้ราคาค่าบริการถูกลงและราคาอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่มีราคาที่ประชากรที่มีรายได้น้อยสามารถมีกำลังซื้อได้จนสามารถใช้บริการโมบายล์บรอดแบนด์ได้มากกว่า 80 % ของประชากร

นอกจากนี้ยังต้องส่งเสริมให้โอเปอเรเตอร์ที่ได้รับใบอนุญาตสนับสนุนนโยบายภาครัฐในด้านการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ที่ใช้นวัตกรรมโมบายล์บรอดแบนด์ ผ่านโครงข่าย 3G และ 4G มีการริเริ่มโครงการ The Innovation Mobile SME Initiative โดยกสทช.เป็นผู้วางแนวทางและริเริ่มโครงการในเชิงนโยบายและเป้าหมายเพื่อเป็นการเพิ่มความชำนาญในการใช้ไอซีทีในภาคธุรกิจ

อีกทั้งยังต้องส่งเสริมการใช้โมบายล์บรอดแบนด์ในกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการสนับสนุนการจัดตั้งกองทุน Telecom Infrastructure Fundทั้งผู้ประกอบการภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนเพื่อให้ต้นทุนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมลดลงและเป็นการกระตุ้นให้มีการขยายโมบายล์ บรอดแบนด์ อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ริเริ่มให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลด้านกิจการโทรคมนาคมและหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงิน
การธนาคาร เพื่อให้มีโมบายล์ แบงกิ้งที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ประชาชนที่ห่างไกลชนบทสามารถเข้าถึงแหล่งเงินได้ อันจะเป็นการขยายเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้นได้อีกระดับหนึ่ง

และสุดท้ายคือการกระตุ้นการลงทุนด้านฟิกซ์ บรอดแบนด์ ให้เข้าถึงประชาชนในเมืองและชนบทครอบคลุมกว่า 80 % และเร่งดำเนินโครงการUniversal Service Obligation ( USO) เพื่อให้มีโครงข่ายเข้าถึงชุมชนรวมทั้งมีการฝึกอบรมให้ชุมชนจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ตนเองโดยมีผู้ฝึกสอนคอยช่วยกำกับดูแล

ระยะที่สองดำเนินการในปี 2561-2563ระยะที่สองนี้ต้องดำเนินการควบคู่ไประหว่างที่ระยะแรกยังดำเนินการอยู่ด้วยโดยมีเป้าหมายคือในปี 2561 จะต้องเตรียมการจัดสรรคลื่นความถี่ในย่าน 1800 MHzซึ่งเป็นสัญญาสัมมปทานระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทคที่จะหมดสัญญาในปีนั้นและเตรียมการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHzที่กำลังจะหมดสัญญาสัมปทานในกิจการกระจายเสียง

เตรียมการจัดสรรคลื่นความถี่ 700 MHzซึ่งขณะนี้กิจการกระจายเสียงใช้งานอยู่ให้นำมาเป็นของกิจการโทรคมนาคมเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการจัดสรรคลื่นความถี่สากลของไอทียูว่าคลื่นดังกล่าวควรนำมาใช้ในกิจการด้านโทรคมนาคม ,เตรียมย่านความถี่ที่เหมาะกับการใช้งานใน Internet of Thing (IoT) และเตรียมการในการบริหารคลื่นความถี่ยุค 5Gให้สอดคล้องกับแผนคลื่นความถี่ของไอทียู พร้อมทำแผนผลักดันให้ประชากรของประเทศสามารถเข้าถึงและใช้บริการบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ตมากกว่า 90 % ของประชากรรวม และตั้งศูนย์ Innovation Mobile Economy เพื่อให้ความรู้ประชาชนและภาคธุรกิจเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการใช้งานไอซีทีอย่างสูงสุด

ในเวลานี้เทคโนโลยีโทรคมนาคมและไอซีที ได้เดินมาถึงจุดหลอมรวม หรือ Convergence ได้ 50% แล้ว ซึ่งนับจากนี้เชื่อว่าจะเข้าสู่การหลอมรวมที่สมบูรณ์ไม่เกินปี 2563โดยนับตั้งแต่มีการเปิดการใช้งานเชิงพาณิชย์ในระบบ 4G ของโลกเป็นต้นมา ทำให้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือกลายเป็นแพลทฟอร์มหลักของอินเทอร์เน็ตและรวมไป ถึงกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ซึ่งในอนาคตอันใกล้การให้บริการต่างๆในทุกอุตสาหกรรมจะวิ่งอยู่บน โมบายล์ แพลทฟอร์ม ทั้งสิ้น แนวความคิดMobile worker และ Mobile enterprise ที่ยังไม่เป็นจริงอย่างสมบูรณ์แบบก็จะกลายเป็นความจริงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ดังนั้นการพัฒนาที่รวดเร็วของเทคโนโลยี โมบายล์ บรอดแบนด์ ที่จะพยายามเพิ่มความเร็วของการส่งข้อมูลจากเม็กกะบิทต่อวินาที (Mbps)ไปสู่ กิกะบิทต่อวินาที (Gbps) นั้นอยู่อีกไม่ไกล โดย ไอทียู ได้วางโรดแมปไว้ว่า โมบายล์ บรอดแบนด์ จะก้าวสู่ยุค 5Gในเชิงพาณิชย์ด้วยความความเร็วในการส่งข้อมูลในระดับ 1-10 Gbps ภายในปี2563 จากเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่าทำไมคลื่นความถี่จึงถือว่าเป็นทรัพยากรของชาติที่มีค่าและสำคัญยิ่ง ต่อเศรษฐกิจและสังคม

Company Related Link :
กสทช.



Instagram


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...