xs
xsm
sm
md
lg

ศาลอาญาไต่สวน “เบนจา-ชินวัตร-ณัฐชนน” แกนนำม็อบละเมิดอำนาจศาล 19 พ.ค.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ศาลอาญานัดไต่สวน “เบนจา-ชินวัตร-ณัฐชนน” แกนนำม็อบคณะราษฎร ชุมนุมก่อความวุ่นวายละเมิดอำนาจศาล 19 พ.ค.นี้

วันนี้ (3 พ.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา ยื่นคำร้องคดีละเมิดอำนาจศาลที่กล่าวหา น.ส.เบนจา อะปัญ อายุ 22 ปี ชาวจ.นครราชสีมา

คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ผ่านมา เวลาประมาณ 12.30 น. มีมวลชนกลุ่ม “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ม็อบคณะราษฎร ประมาณ 300 คน ได้มีการเชิญชวนกันมาทำกิจกรรมอื่นจดหมาย “ราชอยุติธรรม” พร้อมทั้งยืนอ่านกลอน “ตุลาการภิวัติ” ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เข้ามาในบริเวณศาลอาญาและรวมตัวกันบริเวณบันไดทางขึ้นด้านหน้าศาลอาญา (บริเวณหน้ามุกศาลอาญา) มีการใช้เครื่องขยายเสียง พร้อมทั้งตะโกนข้อความ “ปล่อยเพื่อนเรา” จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.50 น. พ.ต.ท. ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย รอง ผกก.ป.สน.พหลโยธิน ได้อ่านประกาศคำสั่งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบเรียบร้อย แต่ไม่ได้รับความร่วมมือแต่อย่างใด ต่อมาเวลาประมาณ 13.05 น. พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน ได้ประกาศเรื่องการใช้สิทธิและเสรีภาพของผู้ชุมนุมให้อยู่ภายใต้กฎหมายและข้อกำหนดของศาลและแจ้งให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบเรียบร้อย แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ชุมนุมและผู้ชุมนุมยังคงมีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ร่วมตะโกนด้วยข้อความต่างๆ อยู่เป็นระยะ มีการพูดผ่านเครื่องขยายเสียงกล่าวโทษศาลยุติธรรม และตุลาการศาลยุติธรรม ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในศาลอาญา


น.ส.เบนจา แกนนำได้แสดงพฤติกรรม คือ เวลา 15.00 น.ได้วิ่งผ่านแนวรั้วแผงเหล็กที่กั้นอยู่บริเวณหน้าบันไดทางขึ้นด้านหน้าศาลอาญา (บริเวณหน้ามุกศาลอาญา) พร้อมทั้งโปรยแผ่นกระดาษขณะวิ่งขึ้นบันได โดยพยายามหลบหลีกเจ้าหน้าที่ศาลอาญาพร้อมตะโกนสรุปข้อความว่า “ตุลาการเช่นนี้อย่ามีเลย” และเมื่อโปรยกระดาษเสร็จแล้วได้หยุดยืนอยู่บริเวณบันไดและพูดผ่านเครื่องขยายเสียงโดยหันหน้าเข้าหาเจ้าหน้าที่ศาลสรุปข้อความได้ว่า “ขี้ข้าเผด็จการ ขี้ข้าเผด็จการ พี่มองหน้าหนูพี่มองหน้าหนูเพื่อนหนูอดอาหารมา 40 กว่าวันแล้ว เพื่อนเรากำลังจะตาย ไม่มีความเป็นมนุษย์กันเลยเหรอ ความยุติธรรมควรเป็นสิ่งที่พึงมีตั้งแต่แรกไม่ใช่ร้องขอศาลทำหน้าที่ผดุงความยุติธรรม แต่ทำไมถึงไม่มีความยุติธรรมให้กับเพื่อน เรารู้ว่าทำตามหน้าที่ รู้ว่าโดนนายสั่งมาคิดว่าหนูมายืนตรงนี้เนี่ย มันไม่ต้องแลกอะไรเหรอ เราทุกคนต่างสูญเสียเรา ทุกคนต่างสูญเสียในรัฐเผด็จการนี้ เราสูญเสียกันมามากพอแล้วเราจะต้องสูญเสียกันอีกเท่าไหร่ หากความเป็นคนในพวกคุณไม่มีเหลือแล้ว เราจะไปถามหาความเป็นคนได้จากใครอีก ปล่อยเพื่อนเราปล่อยเพื่อนเราปล่อยเพื่อนเราปล่อยเพื่อนเราได้ยินไหมหากรับใช้ใบสั่งอย่าง....ตุลาการเช่นนี้อย่ามีเลยตุลาการเช่นนี้อย่ามีเลย ปล่อยเพื่อนเรา หากศาลยังฟังอยู่หากศาลยังมีความยุติธรรมยังหลงเหลืออยู่ให้นึกถึงเวลาที่ท่านได้ตรากตรำอ่านตำราดึกดื่นเพื่อสอบเข้ามาเป็นผู้พิพากษาสอบเข้ามาเพื่อผดุงความยุติธรรมให้กับประเทศชาติสอบเข้ามาเพื่อผดุงความยุติธรรมให้กับประชาชน แต่ทำไมอุดมการณ์ของผู้พิพากษาไม่มีเหลือแล้วหรือ หากเราไร้ซึ่งอุดมการณ์เราจะมีค่าอะไรเป็นผู้พิพากษาอย่าหลงลืมอุดมการณ์แห่งการเป็นผู้พิพากษาคืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษาคืนความยุติธรรมให้ประชาชน” พร้อมโปรยกระดาษที่เหลืออีกครั้งต่อหน้าเจ้าหน้าที่

การกระทำของนางสาวเบนจา เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลและกระทำการฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลอาญาว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลอาญา พ.ศ. 2564 ฉบับลงวันที่17 มี.ค. 64 จึงให้เรียกมาไต่สวนฐานละเมิดอำนาจศาลในวันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 13.30 น. และลงโทษตามกฎหมายต่อไปเหตุตามคำกล่าวหา

เหตุเกิดที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพลเขตจตุจักร กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา ยังได้ยื่นขอให้ดำเนินคดีคดีละเมิดอำนาจศาลอีก 2 คน ซึ่งเป็นเหตุการณ์วันเดียวกันกับ น.ส.เบนจา

คนเเรกคือ นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง อายุ 28 ปี มีพฤติการณ์สรุปว่า นายชินวัตร ได้ร่วมชุมนุมโดยยืนอยู่บริเวณหน้าบันไดทางขึ้นด้านหน้าศาลอาญา (บริเวณหน้ามุกศาลอาญา) ได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียงด้วยข้อความว่า “ผมขอประกาศวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมานี้ ผมจะเดินทางมาศาลอาญารัชดาแห่งนี้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผมก้าวขึ้นศาลผมจะไม่เคารพต่อศาลอาญารัชดาแห่งนี้อีกต่อไปครับพี่น้องและข้อความอื่นๆ โดย นายชินวัตร เป็นคนเดียวกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ในคดีละเมิดอำนาจศาลของศาลอาญาหมายเลขคดีดำที่ ลศ.1/2564

คนที่สอง นายณัฐชนน ไพโรจน์ อายุ 21 ปี พฤติการณ์สรุปว่า นายณัฐชนน ได้เข้าร่วมชุมนุมโดยยืนอยู่บริเวณด้านหน้าบันไดทางขึ้นด้านหน้าศาลอาญา (บริเวณหน้ามุกศาลอาญา) ได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียงมีข้อความว่า “ผมขอไม่นับว่าท่านจบที่ธรรมศาสตร์ที่เดียวกับผมเพราะท่านไม่เคยรักประชาชนเหมือนที่มหาลัยสอนคุณมันไร้กระดูกสันหลัง ถ้าคุณไร้กระดูกสันหลังคุณก็ไม่ได้ตั้งตรงเหมือนกับคนทั่วไป” การกระทำของ นายณัฐชนน เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลและกระทำการฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลอาญาว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลอาญา จึงให้เรียกมาไต่สวนฐานละเมิดอำนาจศาลและลงโทษตามกฎหมายต่อไป

โดยศาลอาญาได้นัดให้ นายชินวัตร และ นายณัฐชนน มาไต่สวนละเมิดอำนาจศาล ในวันที่ 19 พ.ค.นี้ เวลา 13.30 น.


กำลังโหลดความคิดเห็น...