xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : ขุนคลังป้ายแดง"อาคม" คนใกล้ตัว"บิ๊กตู่"ที่ถูกลืม

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



“ข่าวลึกปมลับ”ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมือง และกระบวนการยุติธรรม วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2563 ตอน ขุนคลังป้ายแดง"อาคม" คนใกล้ตัว"บิ๊กตู่"ที่ถูกลืม



นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรมว.คมนาคม ยุครัฐบาลคสช. กลับมาเป็น รมว.คลังคนใหม่ อย่างเป็นทางการ ในรัฐบาล ประยุทธ์2/2

เป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญตัวสุดท้ายหลังจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่างเว้นการมี ขุนคลัง มาตั้งแต่ ปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากรมว.คลังเมื่อ 1 กันยายนที่ผ่านมา

การเลือกนายอาคม มาเป็นขุนคลัง สะท้อนความจริงว่า นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ เป็นคนที่เลือกมานายอาคมกับมือเอง ไม่มีใครผลักดันแต่อย่างใด เพราะเป็นสเปกที่ชอบ และคนที่ใช่

คือนายอาคมเป็นอดีตข้าราชการ มีความรู้จักมักคุ้นกับบิ๊กตู่มานาน แถมเป็นคนที่มือสะอาด ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย อีกด้วย

ข้อที่เป็นคนที่เชื่อได้ว่ามือสะอาด ก็ดูได้จาก นายอาคมไม่ใช่อดีตข้าราชการใหญ่ และคนเคยเป็นรัฐมนตรีอยู่กระทรวงเกรดเอ อย่าง คมนาคม มานาน5ปี ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีช่วย จนขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ว่าที่ขุนคลังไม่ใช่คนร่ำรวยอู้ฟู่ แต่มีทรัพย์สินน้อยผิดปกติ

โดยทรัพย์สินที่นายอาคมยื่นบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินกับปปช. ไว้ เมื่อสมัยเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลคสช. มี ทรัพย์สินทั้งหมด 24,772,863 บาท ทรัพย์สินของตนเอง 11,572,863 บาท ทรัพย์สินคู่สมรส 13,200,000 บาท

ภรรยานายอาคม เสียชีวิตเมือปี25 49 และยังไม่มีการโอนทรัพย์สินให้แก่ผู้ยื่น เช่น สิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะ โดยไม่ได้แจ้งทรัพย์สินคู่สมรสในส่วนของเงินฝาก เนื่องจากสมุดบัญชีเงินฝากหาย มีหนี้สินทั้งหมด 1,177,059 บาท

หักลบกลบหนี้แล้ว อาคมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 23,595,804 บาท โดยในส่วนหนี้สินของนายอาคม เกิดจากกรณีที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ฟ้องร้องในคดีกู้ยืมบังคับจำนอง ซึ่งในภายหลังมีการยอมความ พร้อมทั้งมีข้อตกลงว่านายอาคมยินยอมชำระหนี้ จำนวน 1,177,059 บาท

ดูสถานะอดีตบิ๊กข้าราชการ อย่างขุนคลังคนใหม่ นานๆจะได้เจอจนผิดปกติแบบนี้ให้ชื่นใจสักที ด้วยหลักฐานเช่นนี้ก็จึงเป็นที่รับประกันว่า นายอาคมมีความเหมาะสมที่จะเข้ามาเป็นคนกำหนดและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน ที่มีงบพิเศษแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ จำนวนมหาศาลหลายแสนล้านบาท ที่จ่อจะเบิกไปใช้กันแล้ว

สำหรับ เส้นทางการรับราชการ ของ อาคม ก่อนจะมาเป็นรัฐนตรี สองกระทรวงทั้งคมนาคม-คลัง ที่น่าสนใจก็คือ อาคม นั่งเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ฯ มาตั้งแต่ปี 2553 ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนถึงปี 2557

พอคสช.ทำรัฐประหาร นายอาคม ก็กลายเป็นข้าราชการสายเทคโนแครต ที่คสช. เชื่อมือ ไว้วางใจ จน อาคม ได้รับการโปรโมตให้เป็น ทั้งเลขาธิการสภาพัฒน์ฯ ควบคู่ไปกับการเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสนช. ในยุคคสช.ที่เป็นชื่อในล็อตแรก ซึ่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวเวลานั้น เปิดช่องให้เป็นได้ทั้งข้าราชการประจำและสนช.

จากนั้น เมื่อมีการฟอร์มครม.ตั้งรัฐบาล ประยุทธ์ ชุดแรก อาคม ก็ลาออกจาก สนช.แต่ยังเป็นเลขาธิการสภาพัฒน์อยู่เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวยุคคสช. เปิดช่องไว้ แล้วมานั่งเป็นรมช.คมนาคม โดยเบอร์หนึ่งรมว.คมนาคมไม่ใช่ที่ไหน อดีตแม่ทัพฟ้า พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง อดีตผบ.ทอ.

จนเมื่อมีการปรับครม. ครั้งใหญ่ ทีมเศรษฐกิจของหม่อมอุ๋ย ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล รองนายกฯหลุดยกแผง รวมถึงปรับครม.ในโควต้าคสช. จนมีการโยก พล.อ.อ.ประจิน ไปเป็นรองนายกฯ จากนั้น ก็ดัน อาคมจากรมช. คมนาคม มาเป็นรมว.คมนาคม

จนต่อมาเมื่อกระแสสังคม เรียกร้องให้รัฐมนตรีที่ควบตำแหน่งข้าราชการประจำควรลาออก เหลือแค่รัฐมนตรีตำแหน่งเดียว ทำให้นายอาคม จึงลาออกจากเลขาสภาพัฒน์ฯ มาเป็นรมว.คมนาคม อย่างเดียว พร้อมกับรัฐมนตรีหลายคนเวลานั้นที่ตัดสินใจอย่างเดียวกัน

แล้วอาคม ก็อยู่ยาว เป็นรมว.คมนาคม จนครบอายุรัฐบาล ประยุทธ์ 1 รวมเวลาร่วมสี่ปี

ที่ผ่านมา ก็มีข่าวออกมาตลอดว่า นายอาคม ทำงานไม่ประสานกับทีมเศรษฐกิจ โดยการนำของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เวลานั้นที่ทำหน้าที่เป็นคอนดักเตอร์ คุมทีมเศรษฐกิจทั้งหมด คนเดียว

เพราะเป็นรัฐบาลทหาร คสช. รัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจเกือบทั้งหมด สมคิด จึง กำกับสั่งการได้หมด จะมีก็แค่ อาคม ที่เป็นสายตรง พลเอกประยุทธ์ และนายทหารระดับสูงในคสช. ไม่ได้ขึ้นตรงกับสมคิด

เลยมีข่าวว่า อาคมกับทีมสมคิด ทำงานไม่ราบรื่นกันมากนัก กินเกาเหลากันบ่อยครั้ง ทำงานงัดกันตลอด แต่ไม่ถึงกับขัดแย้งอะไรรุนแรง ทำให้ตอนนั้นยุครัฐบาลคสช. พอมีข่าวปรับครม.ครั้งใด ก็มักมีชื่อ อาคม ติดโผมาด้วยตลอด

เพราะสมคิด ต้องการเปลี่ยนตัวรมว.คมนาคม เพื่อทำให้การทำงานของทีมเศรษฐกิจคล่องตัวขึ้นโดยเฉพาะการผลักดันโครงการเมกกะโปรเจคต์ต่างๆ เช่น รถไฟความเร็วสูง -โครงการรถไฟความเร็งสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นต้น

เนื่องจาก สมคิด ต้องการ คนมาเป็นรมว.คมนาคม ที่มาจากสายวิศวะ ที่น่าจะทำให้การผลักดันโครงการต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะเมกกะโปรเจคต์ เร็วกว่านายอาคม แต่สุดท้าย ก็ไม่มีอะไเกิดขึ้น

อาคม ที่มีข่าวจะหลุดจากรมว.คมนาคมหลายรอบ สุดท้าย ก็อยู่จนครบอายุรัฐบาลคสช. เรียกได้ว่า เป็นระดับสายตรง พลเอกประยุทธ์ที่เชื่อมือ คุ้นเคยกันมานาน อย่างแท้จริง

โดย อาคม นั้นถือเป็น ลูกหม้อสภาพัฒน์ฯ ที่เป็นเทคโนแครตที่รู้ เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ระดับมหภาคของประเทศในด้านต่างๆ เป็นอย่างดี มองภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศเป็น

อีกทั้งการเป็นเลขาธิการสภาพัฒน์ เป็นข้าราชการระดับ 11 เทียบเท่าปลัดกระทรวง เป็นอดีตรมช.คมนาคม จนมาเป็นรมว.คมนาคม อีกทั้งตลอดช่วงการเป็นรัฐมนตรี ก็ไม่มีข่าวในทางลบๆ ใดปรากฏออกมา หลายโครงการในกระทรวงคมนาคมยุคอาคม คุม ก็ได้รับการผลักดันให้เกิดผลสำเร็จ

จากโปรไฟล์ที่ว่ามา ถือได้ว่า การดัน อาคม กลับมาร่วมครม. ประยุทธ์ 2/2 เป็นขุนคลังของประเทศ นับว่าเป็นคนมีชื่อชั้นและประวัติปูมหลังเป็นที่ยอมรับได้ ไม่ขี้เหร่ แน่นอน

นายอาคมกลับมารับตำแหน่งครั้งนี้ คงมาตามคำขอร้องของพลเอก ประยุทธ์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ พลเอกประยุทธ์ เคยให้รัฐมนตรีของตัวเองในยุค ประยุทธ์ 1 ลาออกตอนช่วงใกล้เลือกตั้งเมื่อปี 2562 เพื่อเตรียมจะผลักดันให้เป็น ส.ว. จนมีรัฐมนตรีหลายคนทยอยลาออก เพื่อรอไปเป็น ส.ว.

แต่นายอาคม ไม่เอาด้วย เพราะอยากพักผ่อนเลยไม่ได้ลาออก เพราะคงเบื่อๆ การเมืองแล้ว เลยทำให้ พลเอกประยุทธ์เลยอาจเข้าใจไปว่า อาคม คงไม่อยากกลับมาทำงานการเมืองแล้ว

จนสุดท้าย เมื่อนายกฯ หาคนเป็นรมว.คลังไม่ได้ โดยเฉพาะคนนอกพรรค หลายคนต่างปฏิเสธ ไม่อยากเอาชื่อมาทิ้งไว้ หมดทางไปไม่มีตัวเลือกแล้ว พลเอกประยุทธ์ได้เปิดเจรจาติดต่อคนเก่าที่คุ้นเคยกันดี จนอาคม ตอบรับนั่งเป็นขุนคลังให้ในที่สุด


กำลังโหลดความคิดเห็น...