xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : ศอฉ.โควิด-19 "ประยุทธ์"ได้ดาบแล้ว ต้องพาคนไทยรอด!

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมือง และกระบวนการยุติธรรม วันพุธที่ 25 มีนาคม 2563 ตอน ศอฉ.โควิด-19 "ประยุทธ์"ได้ดาบแล้ว ต้องพาคนไทยรอด!   



วัน พฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม จะเริ่มต้นการบังคับใช้ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

เป็นเครื่องมือมือ ที่รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เลือกใช้เป็นมาตราการขั้นเด็ดขาด ในการทำศึกสู้กับสงครามไวรัสโควิด 19

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่เชื้อโควิด 19 ในประเทศไทย ยังน่าหวั่นวิตก เข้าสู่สภาวะวิกฤตขึ้นทุกที กับตัวเลขผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วย ผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

พรก. ฉุกเฉิน จะมีการใช้ในกรอบเวลาประมาณหนึ่งเดือน นับจาก 26 มีนาคม แต่หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น อาจจะมีการขยายเวลาออดไปอีก

ตามสถานการณ์ขณะนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วย ยังเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง คือกราฟคนติดโรค ยังมีการเพิ่มขึ้น ซ้ำร้ายเป็นการเพิ่มจำนวนคนป่วยแบบก้าวกระโดด ที่ไม่รู้ต้นตอ ติดมาจากใคร แพร่ระบาดจากแหล่งไหน?

นับเป็นปัญหาที่เลวร้ายลง มืดมนยิ่งขึ้น จึงว่ารัฐบาลน่าจะมีการขยายเวลาการใช้พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ต่อไปอีกแน่

พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นอำนาจให้ พลเอกประยุทธ์ ในฐานะประธานหรือผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โควิด-19 ที่เรียกว่า ศอฉ. 19

ชื่อ ศอฉ.คุ้นกันดีอยู่แล้ว ตอนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศใช้พรก.ฉุกเฉิน ฯตอนช่วงเสื้อแดง นปช.ชุมนุมใหญ่ปี 2553 อภิสิทธิ์ ก็ประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินฯ พร้อมกับตั้ง ศอฉ. อภิสิทธิ์

ครั้งนั้นอภิสิทธิ์ให้สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เป็นคนคุมศอฉ. เป็นผอ.ศอฉ.

ศอฉ. กลับมารอบนี้ เพื่อทำสงครามกับเชื้อร้ายไวรัส โควิด ที่มีความรุนแรงมาก เป็นการต่อสู้ที่ไม่เพียงปกป้องคุ้มครองชีวิตคนไทย แต่เป็นการสงครามที่เอาโลกทั้งโลกเป็นเดิมพัน

บิ๊กตู่ ต้องลงมาคุม ศอฉ.โควิด19 ด้วยตัวเอง เมื่อบิ๊กตู่กล้าตัดสินใจใช้พรก.ฉุกเฉิน ก็ต้องกล้าใช้ดาบนี้ ทำสงครามอย่างเฉียบขาด

เอาชนะศัตรูที่ไม่เห็นตัวตนให้ได้โดยเร็ว เพื่อรักษาชีวิตคนไทย 70 ล้านคนให้รอดปลอดภัย

ศอฉ. โดยนายกรัฐมนตรี มีอำนาจออกข้อกำหนด ต่างๆ ที่เป็นอำนาจพิเศษ เช่นห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือสั่งเคอร์ฟิว นั่นเอง ถ้ามีคำสั่งคงจะห้ามไม่ให้คนออกบ้านในช่วงกลางคืน

แต่ข้อที่ไม่ต้องลุ้นเลย ต้องสั่งห้ามแน่นอน ก็คือห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

และเมื่อยักษ์มีกระบองแล้ว คงมีคำสั่งตามมาแน่ๆ คือการห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว

มีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

หากมีการใช้อำนาจตามข้อนี้ ทำให้ต่อจากนี้ไป พวกเฟคนิวส์ หรือพวก เกรียน ตามโซเชียลมีเดีย ที่ชอบโพสต์ข่าว แสดงความเห็น โดยปราศจากข้อเท็จจริง ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ต้องระมัดระวังมากขึ้น

เพราะการติดตาม ตรวจสอบจับกุม พวกชอบสร้าง เฟคนิวส์ จอมป่วนในโลกโซเชียล จะมีความเข้มข้นขึ้น และมีการเอาโทษ รวดเร็วกว่าขั้นตอนตามปกติ

วอร์รูม ศอฉ. มีโครงสร้างหลักๆ นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นกัปตันทีม หัวเรือใหญ่แล้ว ก็จะมี ประทีป กีรติเลขา อดีตอธิบดีกรมที่ดิน ปัจจุบัน เป็น รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง เป็นเลขานุการศูนย์ฯ

และจะมี คณะที่ปรึกษาศูนย์ ที่จะมีสองกลุ่มงานหลัก คือ คณะที่ปรึกษาด้านการแพทย์ และคณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ เป็นองค์ประกอบ ก็แสดงให้เห็นว่า ภารกิจสำคัญมีอยู่สองเรื่องใหญ่

เรื่องแรก คือการเอาชีวิตประชาชนให้รอดในสงครามไวรัส เรื่องสำคัญถัดมา เป็นการแก้ปัญหาผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ที่จะตามมา

สงครามสู้ไวรัส โควิด 19 ของประเทศไทย จะรอดพ้นภัยร้าย และรอดได้เร็ว แค่ไหน ยามนี้ เมื่อพลเอกประยุทธ์ ได้อำนาจเต็มมากขึ้นในการบริหารจัดการ แก้ปัญหา ผ่านการใช้พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน

คนไทยทุกคนต้องพร้อมใจและให้ความร่วมมือกับทางการ เพื่อผ่านสถานการณ์วิกฤตที่สุดนี้ไปด้วยกัน โดยประเทศไทยและคนไทย พบชัยชนะบนความความสูญเสียและเจ็บปวดน้อยที่สุด


กำลังโหลดความคิดเห็น...