xs
xsm
sm
md
lg

ทลายแก๊งไนจีเรีย ฟอกเงินข้ามชาติให้แก๊งโรแมนซ์สแกม

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR online -สตม.รวบหนุ่มไนจีเรีย รับฟอกเงินข้ามชาติให้แก๊งโรแมนซ์สแกม โดยมีฤติการณ์ จัดการทางการเงิน หรือ “โพยก๊วน”ก่อนขยายผลจับกุมซึ่งมีกลุ่มชาวไนจีเรียที่เกี่ยวข้อง 5 ราย และชาวไทย 5 ราย

วันนี้ (18 ก.ย.) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม. พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ปส.3 ปฏิบัติราชการ สตม. ร่วมแถลงจับกุมนายนีซีมิกา อีซิม อายุ 37 ปี สัญชาติไนจีเรีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 86/2562 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน เป็นอั้งยี่ และร่วมกันฟอกเงิน

การจับกุมสืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนมิ.ย.-ก.ย. 2561 ได้มีคนร้ายก่อเหตุฉ้อโกงประชาชนในลักษณะโรแมนซ์สแกม เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้รวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ในแต่ละคดี จึงพบว่ามีผู้เสียหายจำนวน 13 ราย ในหลายท้องที่ โอนเงินให้กับกลุ่มคนร้าย รวมมูลค่าความเสียหาย 2.9 ล้านบาท ซึ่งมีบัญชีธนาคารสัมพันธ์กัน และต่อมาจึงได้มีการจับกุมน.ส.กนกกาญจน์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งรับหน้าที่กดเงินแล้วโอนเงินต่อไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้าย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้สืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายในความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งมีกลุ่มชาวไนจีเรียที่เกี่ยวข้อง 5 ราย และชาวไทย 5 ราย

ต่อมาเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม ตม. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธงและเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายนีซีมิกา ได้ที่บริเวณจุดตรวจตำรวจทางหลวง ถนนมอเตอร์เวย์ สายกรุงเทพ-ชลบุรี สายใหม่ กม.6 แขวงและประเวศ กรุงเทพฯ ซึ่งผู้ต้องหาดังกล่าว มีพฤติการณ์ในการกระทำผิดเป็นกลุ่มจัดการทางการเงิน หรือ “โพยก๊วน” ทำหน้าที่เปิดบริษัทส่งออกสินค้าประเภทต่างๆ เพื่อรับเงินจากกลุ่มคนร้ายและและส่งออกสินค้าไปยังประเทศแถบแอฟริกา และยังทำหน้าที่รับแลกเงินสกุลต่างประเทศ อีกทั้งจะนำเงินออกนอกประเทศด้วยวิธีการแลกเงินเป็นสกุลตามที่ต้องการแล้วถือเงินสดออกไป หรือส่งไปยังปลายทางที่ต่างประเทศตามต้องการโดยผ่านระบบโพยก๊วน หรือระบบโอนเงินใต้ดิน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนติดตามและจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...