xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : ศึกชิง ผู้ว่าฯ กทม.ระอุ เข้มตั้งแต่เลือกตัวแทนพรรค

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมือง และกระบวนการยุติธรรม วันอังคารที่ 10 กันยายน 2562 ตอน ศึกชิง ผู้ว่าฯ กทม.ระอุ เข้มตั้งแต่เลือกตัวแทนพรรค


               
การเลือกตั้งท้องถิ่น สัญญาณเริ่มส่งมาชัดเจนมากขึ้น ตามปฏิทินที่ว่า จะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดปลายปีนี้ หรืออย่างช้าที่สุดต้นปีหน้า หลายพรรคเริ่มขยับหาแคนดิเดตลงสมัครกันครึกครื้น
               
โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ ที่เปิดเวทีประชันวิสัยทัศน์หาตัวผู้สมัคร นายก อบจ.นนทบุรี จนมีกระแสดรามา เอาหมูไปเชือด
               
แต่อีกสนามที่หลายพรรคให้ความสำคัญ เพราะถือเป็นสนามใหญ่สุดในการเลือกตั้งท้องถิ่นคือ ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย
               
เป็นสนามใหญ่ สนามศักดิ์ศรี ยิ่งกว่าเก้าอี้ ส.ส. และรัฐมนตรีบางกระทรวงเสียอีก ที่ผ่านมาแข่งกันเข้มข้น ระหว่างสองพรรคการเมืองใหญ่ “เพื่อไทย” และ “ประชาธิปัตย์”
               
แต่จากการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา ศึกชิง “เก้าอี้เสาชิงช้า” หนนี้ น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเยอะ เพราะ 2 ค่ายใหญ่ ไม่เข้มขลังเหมือนแต่ก่อน ยี่ห้อประชาธิปัตย์ ที่เคยกวาดที่นั่งในเมืองกรุง สุดท้ายสูญพันธุ์ ไม่ได้สักเก้าอี้
               
ขณะที่พรรคเพื่อไทย เจอปืนลั่นใส่ตัวเอง แผนแตกแบงค์ร้อยเป็นหมัน หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคไทยรักษาชาติ ทำให้ได้ ส.ส.เข้าสภามาไม่กี่คน
               
ส.ส.เมืองหลวง ตกเป็นของพรรคใหม่แกะกล่อง ทั้งพรรคพลังประชารัฐ และพรรคอนาคตใหม่ ที่กวาดกันไปคนละสิบกว่าเก้าอี้ ได้จำนวน ส.ส.เข้าสภา คนละที่ 1 และ 2 ตามลำดับ
              
สนามเลือกตั้งส. ส. ส่งผล ทำให้การวางตัวแคนดิเดตชิงผู้ว่าฯ กทม.หนนี้ ต้องลึกล้ำละเมียดละไมมากขึ้น จะยึดยี่ห้อพรรคเพื่อหาคะแนนอย่างเดียวไม่ได้แล้ว
               
เพราะจากการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา มันสะท้อนให้เห็นแล้วว่า คนเมืองกรุงเบื่อหน่ายของเดิม และอะไรซ้ำๆ ซากๆ ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้า ดังจะเห็น ส.ส.ป้ายแดง โนเนมเข้าไปอภิปรายในสภากันเกลื่อนห้องประชุม
               
พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย จะใช้มุกเดิมข่มกัน ยกเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง หรือการเมืองน้ำเน่าเดิมๆ มาซื้อใจคนกรุงคงไม่ได้อีกต่อไป
               
ที่สำคัญ การจะส่งใครลงไปในสนาม ต้องพิถีพิถันรอบคอบ เพราะจากการเลือกตั้ง ส.ส.เมืองหลวง มันทำให้คนหน้าใหม่ๆ มีความหวังมากขึ้น อยากจะลงมาท้าชิงเก้าอี้ ต่อให้ไม่มีพรรคหนุนหลังก็ตาม
               
ขณะเดียวกัน การแบ่งขั้ว แบ่งข้าง ระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะนำมาใช้กับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ไม่ได้ เพราะหนนี้ คนกรุงน่าจะให้น้ำหนักที่ตัวบุคคลมากกว่าพรรค
               
ประเภทจะส่งนักการเมืองดึกดำบรรพ์ ไม่มีผลงานจับต้องได้ แล้วอาศัยการแบ่งฝ่ายแบ่งสีเพื่อหาคะแนน เลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา สั่งสอนให้รู้แล้วว่า เสาไฟฟ้าที่ว่าแน่ก็ล้มมาแล้ว

ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. หนนี้ที่คาดว่าจะเปิดสมรภูมิ ในราวปลายปีนี้ ต้องติดตามพรรคไหนส่งใคร โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่จะมีทีเด็ด ขนาดไหน ใครเป็นตัวเลือกลงสู้ศึก ในวันพรุ่งนี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...