xs
xsm
sm
md
lg

จับยานรกบิ๊กล็อต เครือข่ายค้ายาข้ามชาติ 5 คดี ขนจากลาวมุ่งหน้ามาเลย์ รวมมูลค่ากว่า 167ล้าน

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR online - บช.ปส.แถลงจับยานรกล็อตใหญ่ 5 คดี ยึดยาบ้า 1.4 ล้านเม็ด เคตามีน 20 กก.เครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติ ทั้งชายไทยและต่างชาติ ขนจากลาวเข้าสู่ไทยเป้าหมายมาเลย์ รวมมูลค่ากว่า 167 ล้านบาท

วันนี้ (29 ส.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.กรณ์ณพัชญ์ กิตติพิบูลย์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 พล.ต.ต.กิตติ สะเภาทอง ผบก.ปส.4 พล.ต.ต.บัญชา ศรีพัทยากร ผบก.สกส.บช.ปส.และพ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 บช.ปส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ป.ป.ส. กรมศุลกากร ปปง. ร่วมกันแถลงผลจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 9 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 1,413,800 เม็ด เคตามีน 20 กิโลกรัม เอ็กซ์ตาซีหรือยาอี 5,000 เม็ด โคคาอีน อีก 1,210 กรัม และทรัพย์สินหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 167,270,000 บาท

โดยคดีแรกจับกุมนายอิบรอฮิม หรือเฮง เจ๊ะฮะ อายุ 29 ปี และนายอาทิตย์ หรืออ๊อฟ สะสม อายุ 35 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 383,800 เม็ด,รถยนต์กระบะ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ภายหลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนติดตามเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติของนายอุสมาน สแลแมง ที่จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศลาวผ่านชายแดนเข้าสู่ประเทศไทย ก่อนนำไปขายต่อยังประเทศมาเลเซีย จนนายอุสมาน หลบหนีการจับกุมไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน มีหมายจับและมีรางวัลนำจับของ บช.ปส. กว่า 2 ล้านบาท

ต่อมาชุดจับกุมสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาในคดีนี้ ได้ลำเลียงยาอีจากประเทศมาเลเซีย ไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ก่อนจะนำยาบ้าจากกรุงเทพฯ ลงไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และประเทศมาเลเซีย จึงสกัดจับผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้ที่จุดตรวจหมวดเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ นราธิวาส 13 (บาเจาะ) ถนนเพชรเกษม 42 ฝั่งเข้า นราธิวาส ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

จากขยายผลทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เชื่อมโยงกับนายรอเฟต หลำบ๊ก ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของนายอุสมาน รวมถึงรับยาเสพติดจากเครือข่าย มากระจายให้ลูกค้าในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งนายรอเฟต เคยตกเป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติด รวมถึงต้องโทษจำคุกฐานฆ่าคนตาย มีประวัติถูกจำคุกในเรือนจำบางขวาง และเรือนจำเขาบิน กระทั่งย้ายเรือนจำไปหลายแห่ง จนมีเครือข่ายกว้างขวาง

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันกับนายรอเฟต หรือบัง หลำบ๊ก ซึ่งหลบหนีการจับกุม มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” พร้อมขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินเป็นบ้าน 3 หลัง รถยนต์ 3 คัน มูลค่า 13 ล้านบาท

คดีที่สองตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 ร่วมกับ บก.ขส.บช.ปส. ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 15 มัด ประมาณ 30,000 เม็ด ได้ที่ป่าหญ้าบริเวณริมถนนในซอยเทศบาล 17 หมู่ 5 บ้านกล้วย ต.เขาท่าพระ อ.เมือง จ.ชัยนาท หลังได้รับแจ้งว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี จะส่งมอบยาเสพติดให้กับกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบกลุ่มเครือข่ายน่าจะรู้ตัวจึงได้โยนยาเสพติดของกลางทิ้งไว้แล้วหลบหนีไป จึงนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนคดีที่สามได้จับกุมนายเกลน ชิวาสเซลโล อูโก (MR.GLENN CHIVASELLO OOKO) อายุ 43 ปีชาวเคนยา และนายโอชิตะ โจเซฟ อุคปา (MR.OSITA JOSEPH UKPA) อายุ 40 ปี ชาวไนจีเรีย พร้อมของกลางโคคาอีน 65 ก้อน หนัก 1,210 กรัม และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง

โดยจับกุมได้หลังประเมินความเสี่ยงแล้วพบผู้โดยสารที่ต้องสงสัยทั้งสองดังกล่าว จึงเชิญตัวไปตรวจร่างกาย พบสิ่งแปลกปลอมในช่องท้อง ซึ่งนายเกลน ยอมรับว่ากลืนยาเสพติดจริง ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการ จนสามารถจับกุมนายโอ ชิตะ ที่มาขอรับโคคาอีนจากห้องพักที่นายเกลน พักอยู่ จึงแจ้งข้อหา “นำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) เข้ามาในราชอาณาจักรและพยายามส่งออกยาเสพติดโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต่อผู้ต้องหาทั้งสอง ก่อนคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาคดีที่สี่จับกุม นายชางกุย เกา (MR.CHANGRUI CHO) อายุ 27 ปี ชาวจีน พร้อมด้วยของกลาง เคตามีน 10 กิโลกรัม และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดพัสดุภัณฑ์ที่จะส่งไปเมืองนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายในพบเคตามีน 28 กิโลกรัม ในกล่องนมผง ก่อนขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ส่งชาวจีน ได้ 3 คน กระทั่งได้รับแจ้งว่านายชางกุย หนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับ จะเดินทางเข้ามาประเทศไทย เพื่อลักลอบนำยาเสพติดออกนิกประเทศอีก จึงได้สืบสวนจนทราบว่า นายชางกุย พักที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง จึงเข้าจับกุมนายชางกุย พร้อมตรวจค้นห้องพักพบกระเป๋าเดินทาง ซุกซ่อนห่อชาสีเขียว 10 ถุง ภายในมีเคตามีน

เบื้องต้นแจ้งข้อหา“ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขาย และพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และ มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต” และนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมาย

และคดีสุดท้าย จับกุม น.ส.อรนภา เดชสุนทรภิญโญ อายุ 18 ปี และ น.ส.ณัฐลดา จุฬาสุวรรณ อายุ 38 ปี พร้อมของกลาง เอ็กซ์ตาซี่ 5,000 เม็ด หนักประมาณ 2,741 กรัมืและโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง โดยจับกุมได้ ภายหลังได้รับแจ้งว่ามีพัสดุต้องสงสัยซุกซ่อนยาเสพติดส่งเข้ามาประเทศไทย ผ่านบริษัทขนส่งพัสดุระหว่างประเทศแห่งหนึ่ง จึงตรวจสอบพัสดุดังกล่าว พบว่ามีต้นทางส่งจากประเทศฝรั่งเศส ภายในมีถุงใส่เสื้อผ้าแบบหูหิ้ว ซุกซ่อนซองเทปกาว มีเม็ดยาคละสี 5,000 เม็ด ก่อนตรวจสอบด้วยน้ำยาทราบว่าเป็นเอ็กซ์ตาซี จึงขยายผลตามชื่อและที่อยู่ ซึ่งแจ้งไว้บนกล่องพัสดุจนสามารถจับกุมสองผู้ต้องหาดังกล่าว

เบื้องต้นแจ้งข้อหา“นำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กซ์ตาซี่) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กซ์ตาซี่) ไว้ในครอบครองเพื่อจาหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” และนำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินการต่อไป




กำลังโหลดความคิดเห็น...