xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : ก้าวข้ามปมถวายสัตย์ ถามใจ เพื่อไทย-อนค.

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมือง และกระบวนการยุติธรรม วันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2562 ตอน ก้าวข้ามปมถวายสัตย์ ถามใจ เพื่อไทย-อนค.



ปมปัญหาข้อกฎหมายเรื่องการถวายสัตย์ฯของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มาถึงไคลแมกซ์ทางการเมืองอย่างแท้จริง ต้องลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้ว 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน จะเดินหน้าอภิปรายไม่ลงมติพลเอกประยุทธ์

ตามญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป หรือจะต้องยุติลงกลางคัน เพราะฝ่ายค้าน ไม่สงสัยแล้ว

 เนื่องจาก เช้าวันอังคาร  27สิงหาคมนี้ พลเอกประยุทธ์และคณะรัฐมนตรี มีภารกิจสำคัญ ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  ได้แจ้งรัฐมนตรีทุกคนให้ทราบถึงลำดับพิธีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน

พระราชดำรัส พร้อมลายพระราชหัตถ์ ในโอกาสที่คณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน

 ก่อนหน้านี้  มีการอธิบายความไว้จาก นายวิษณุ เครืองาม รองนายกมือกฎหมายคู่ใจ พลเอกประยุทธ์
ว่า  พิธีดังกล่าวเมื่อช่วงเช้า เป็นการรับพระราชทานพระราชดำรัสเป็นอันเดิมของวันที่ 16ก.ค.แต่เป็นฉบับที่ส่งมาอย่างเป็นทางการ เพิ่งพระราชทานลงมา

และบอกว่า หลังจากนี้ ทางสภาฯ ที่ก็คือฝ่ายค้านจะว่าอย่างไร ไม่ขอให้ความเห็น แต่ย้ำว่า พิธีงานดังกล่าว ไม่ใช่การถวายสัตย์ปฏิญาณรอบใหม่ ของนายกฯและคณะรัฐมนตรี และออกตัวว่า ฝ่ายค้าน จะยังอภิปราย เรื่องปมถวายสัตย์ นายกฯต่อไปหรือไม่ ก็เป็นดุลยพินิจของส.ส.ในสภาฯ

สะท้อนให้เห็นว่า เรื่องปมปัญหาการถวายสัตย์มาถึงช่วงเวลาและสถานการณ์สำคัญ ซึ่งจะเป็นภาระฝ่ายค้านต้องตัดสินใจ จะเดินหน้าต่อ หรือยอมยุติเรื่องการอภิปรายในสภา

แต่มีข่าวว่า หลังจากที่เริ่มมีข่าวเรื่อง งานสำคัญดังกล่าวออกมาตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้วิปฝ่ายค้าน มีการประสานภายใน เพื่อหารือกำหนดทิศทางจะเอาอย่างไรต่อไป โดยฝ่ายค้านแต่ละพรรคก็มีการคุยกันเองภายใน และวิปฝ่ายค้านก็นัดหารือด่วนในช่วงวันนี้ เพื่อกำหนดท่าทีของฝ่ายค้านต่อไป

ย้อนกลับไปที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติผ่านช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ที่บัญญัติว่า “ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าชื่อกันเพื่อเสนอญัตติ

ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติก็ได้”

การอภิปรายแบบไม่มีการลงมติ หมายถึงว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายตามประเด็นที่ยื่นต่อประธานสภาฯ ส่วน ผู้ตอบ คือพลเอกประยุทธ์ ก็ตอบตามประเด็นที่ฝ่ายค้านซักถาม จากนั้น ก็ปิดประชุม ไม่มีการลงมติของส.ส.ในห้องประชุม หลังการอภิปรายเสร็จสิ้นลง

อันเป็นสิ่งที่จะแตกต่างจาก การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งกระบวนการดังกล่าว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

ปมถวายสัตย์ มีส.ส.ฝ่ายค้าน 214 คน ลงชื่อและยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ เมื่อ 16 สิงหาคม  ทาง ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ บอกไว้ว่า จะให้มีการเปิดประชุมสภาฯ เป็นกรณีพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติดังกล่าวโดยเฉพาะ

และคาดกันว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ ก่อนที่สภาฯจะปิดสมัยประชุม  18กันยายน โดยวิปรัฐบาล ประกาศไว้ก่อนแล้วว่า จะให้อภิปรายแค่วันเดียว ไม่ใช่สองวัน อย่างที่ฝ่ายค้านต้องการ

ในหนังสือยื่นญัตติขออภิปรายทั่วไปดังกล่าว ฝ่ายค้าน ระบุปม ขอเปิดอภิปรายไว้  2 เรื่อง คือ 1. ปมการถวายสัตย์ฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรีกล่าวถ้อยคำไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ถือเป็นการจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญหรือไม่

 2. การแถลงนโยบายรัฐบาลไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 162   ซึ่งปมที่สอง เป็นควันหลง มาจากการแถลงนโยบายรัฐบาล ที่ฝ่ายค้านยังอารมณ์ค้าง ยังติดใจอยู่ เลยลากมาเป็นประเด็นขออภิปรายพ่วงกับเรื่องถวายสัตย์ไปด้วย

ยังไม่หมด ฝ่ายค้าน จะใช้โอกาสนี้ ขอพ่วงซักถามนายกฯเรื่อง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 แสนล้านบาท ที่ครม.เศรษฐกิจคลอดออกมาเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ในประเด็นว่า

จะใช้เงินจากแหล่งใด จะกระตุ้นได้จริงหรือไม่ เพื่อใช้โอกาสนี้ เรียงหน้าสับ นโยบายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าล้มเหลว  ซึ่งคาดว่าประเด็นนี้จะทำให้มีการปะทะกันระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาลอย่างร้อนแรงแน่

แต่มาถึงวันนี้ เมื่อสถานการณ์ เปลี่ยนไป ตามหมากที่ฝ่ายค้านตั้งท่าชำแหละ จะไล่บี้ รุมขยำ พลเอกประยุทธ์ ผ่านญัตติอภิปราย ถึงขั้นตระเตรียมกำลังพล ร่วม 15 คน ไว้คอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นอภิปราย โดยมุ่งเน้นไปที่เรื่องปมถวายสัตย์ เป็นหลัก

แต่เมื่อปมปัญหาคลี่คลายชัดเจนแล้ว ทุกฝ่ายคงต้องการให้ ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ก้าวข้ามเรื่องนี้ไปได้แล้ว  คงต้องการให้ฝ่ายค้าน ตรวจสอบรัฐบาลเรื่องอื่นๆ ต่อไป ที่ยังมีอีกหลายประเด็น ให้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ซึ่งสุดท้ายแล้ว ก็อยู่ที่ ท่าทีของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ภายใต้การนำของสองพรรคหลัก ที่เป็นตัวหลักในการยื่นญัตติรอบนี้คือ เพื่อไทย และอนาคตใหม่ ว่าจะเอาอย่างไร กับปมถวายสัตย์ ฯ

จึงต้องดูว่า หรือฝ่ายค้าน จะพลิกแพลงสถานการณ์การเมือง  ไปให้น้ำหนักเรื่องอื่นแต่ยังคงอภิปรายรัฐบาลและตัวนายกฯต่อไป โดยตัดเรื่อง ปมถวายสัตย์ฯ

เหลือไว้แค่เรื่อง การอภิปรายซักถามรัฐบาล ต่อกรณี
รัฐบาล แถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา โดยไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย

รวมถึงเรื่องการใช้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามมติครม.เศรษฐกิจ สามแสนกว่าล้านบาท ว่าจะนำเงินมาจากไหน ทำแล้วจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้อย่างไร  

 จะเป็นการดีกว่า ที่จะหลับหูหลับตาพุ่งเป้าเอาชนะคะคานกัน ในเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว


กำลังโหลดความคิดเห็น...