xs
xsm
sm
md
lg

ร้องกองปราบฯ ตามจับ “แก๊งหนูหลับ” ฉกทรัพย์ขณะจอดรถนอนไหล่ทางมอเตอร์เวย์ แจ้งความ สน.คันนายาว ปีกว่าไม่คืบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - หนุ่มวิศวะร้องกองปราบปรามช่วยติดตามแก๊งหนูหลับ ลักทรัพย์ขณะจอดรถนอนไหล่ทางมอเตอร์เวย์บางนา-บางปะอิน แค้นตำรวจ สน.คันนายาว แจ้งความไว้ปีกว่าคดีไม่คืบ จึงวางแผนแกล้งจอดนอนที่เดิม สุดท้ายโดนลักทรัพย์อีกครั้ง แจ้งตำรวจคดีก็ยังเงียบ



วันนี้ (21 ส.ค.) ที่กองปราบปราม เมื่อเมื่อเวลา 11.00 น. นายคฑาภณ สนธิจิตร นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย พานายชัยยุทธ เชี่ยวเขตกิจ อายุ 33 ปี อาชีพวิศวกรบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.มงคล พรมโสภา สว.สอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อให้ช่วยเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายที่ลักทรัพย์ในขณะที่นายชัยยุทธจอดรถนอนพักผ่อนบริเวณไหล่ทางมอเตอร์เวย์บางนา-บางปะอิน มุงหน้าบางนา-สุวรรณภูมิ หลังแจ้งความ สน.คันนายาว ผ่านมาปีกว่าแต่คดีไม่คืบหน้า

นายชัยยุทธกล่าวว่า เมื่อกลางดึกของวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 ตัวเองขับรถยนต์มาแล้วรู้สึกอ่อนเพลียจึงจอดรถนอนพักผ่อนบริเวณไหล่ทางมอเตอร์เวย์บางนา-บางปะอิน มุงหน้าบางนา-สุวรรณภูมิ บริเวณนั้นมีรถบรรทุกอีกหลายคันจอดพักผ่อนเช่นกัน กระทั่งตื่นมาช่วงเช้ามารู้ว่าถูกคนร้ายลักทรัพย์เป็นสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองหนัก 3 บาท สร้อยข้อมือ 2 บาท โทรศัพท์ไอโฟน และเงินสดอีก 6,000 บาทไป จากนั้นได้แจ้งความที่ สน.คันนายาว เพื่อให้ช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี ต่อมาได้สอบถามความคืบหน้ากับตำรวจแต่ไม่มีความคืบหน้า จึงต้องไปขอภาพกล้องวงจรปิดจากเจ้าหน้าที่ทางด่วนที่สามารถบันทึกภาพขณะคนร้ายก่อเหตุได้ จึงนำไปมอบให้ตำรวจ สน.คันนายาว แต่ตำรวจกลับบอกว่าภาพคนร้ายไม่ชัดเจน นอกจากนี้ยังได้ขอให้ตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือก็ไม่สามาถเทียบลายนิ้วมือแฝงได้

นายชัยยุทธกล่าวต่อว่า เรื่องผ่านมา 1 ปี คดีไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงตัดสินใจกลับไปจอดรถยังจุดเดิมเพื่อจับกุมคนร้ายด้วยตัวเอง แต่กลับถูกคนร้ายลักทรัพย์ไปอีกรอบ ทั้งกระเป๋าเงิน และโทรศัพท์มือถือ รวมแล้วทรัพย์สินที่สูญหายไปสองครั้ง 300,000 บาท จึงเข้าแจ้งความที่ สน.คันนายาวอีกครั้ง แต่ก็ไม่คืบหน้าเหมือนเดิม จึงเข้าแจ้งความที่กองปราบปรามเพื่อให้ติดตามตัวคนร้าย และเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกเป็นจำนวนมากที่น่าจะตกเป็นเหยื่อของคนร้ายรายนี้

เบื้องต้น พ.ต.ท.มงคลได้ทำการสอบปากคำผู้ร้องทุกข์ไว้เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำมามอบ ก่อนส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป





กำลังโหลดความคิดเห็น...