xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่มใหญ่ขี่จยย.ชนท้ายรถพ่วงเสียชีวิตกลางสะพานปทุมธานี 1

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


ชายวัย 37 ขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถพ่วงบรรทุกขยะ เสียชีวิตกลางสะพานปทุมธานี 1

เมื่อเวลา 00.30 นวันที่ 18 สิงหาคม 2560 พ.ต.ท.สนธิชัย สุวรรณศร สว.(สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรสวนพริกไทย จังหวัดปทุมธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกเทรลเลอร์ และมีผู้เสียชีวิต ที่บริเวณกลางสะพานปทุมธานี 1 (มุ่งหน้าแยกสันติสุข) อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือนายไสว ปัสสาสิงห์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 335 หมู่ที่ 16 ตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda Zoomer X สีชมพู-ดำ หมายเลขทะเบียน 4ดศ-4063 กรุงเทพมหานคร สภาพรถด้านหน้าพังยับเยิน และห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุกพ่วงเทรลเลอร์22ล้อ ยี่ห้ออีซูซ สีแดง หมายเลขทะเบียน ส่วนหัว 70-1564 นครปฐม ส่วนตัวลูกพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-3602 นครปฐม ที่บรรทุกขยะมาเต็มคัน เป็นของ บริษัท ส.สามดาวเจริญทรัพย์จำกัด จอดอยู่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันถนนปทุม-ลาดหลุมแก้ว และมีรอยเฉี่ยวชน ด้านท้ายรถบรรทุกเทรลเลอร์ ที่บริเวณไฟท้ายด้านซ้าย โดยมีนายแสวง พันขาม อายุ 57 ปี คนขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่รถ

นายแสวง ให้การว่าตนเองขับรถและบรรทุกขยะ มาจากย่านสายไหม และกำลังจะไปทิ้งที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม โดยตนเองก็วิ่งมาตามปกติ จากนั้นก็ได้หยุดแล้ว จอดรถที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว เพื่อรอเวลาขับรถต่อไป จนกระทั่งมีคนขับรถมาบอกตนเองว่า มีรถจักรยานยนต์ ชนท้ายรถของตนเอง และมีผู้เสียชีวิต อยู่บริเวณกลางสะพานปทุมธานี 1 จึงได้ยืนรอเจ้าหน้าที่พร้อมกับแจ้งประกันทราบ

ทางด้านพ.ต.ท.สนธิชัย สุวรรณศร สว.สอบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ร่วมชันสูตรพลิกศพ พร้อมกับแพทย์เวร และบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน ทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ขับขี่ไปสอบสวนที่โรงพัก พร้อมกับตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์แต่อย่างใด ส่วนผู้เสียชีวิตให้ทางเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู นำผู้เสียชีวิตส่งชันสูตร ยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการตายอีกครั้ง และให้ญาติๆไปรับศพ นำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป




กำลังโหลดความคิดเห็น...