xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : เชือด“บิ๊กเนม”คนกันเอง กรุยทางล้างกระดานศัตรู?

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมือง และกระบวนการยุติธรรม วันพุธที่ 14 สิงหาคม 2562 ตอน เชือด“บิ๊กเนม”คนกันเอง กรุยทางล้างกระดานศัตรู?



คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ถูกครหามาตลอดในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า เป็นคนกันเองกับฝ่ายอำนาจ ที่มีไว้คอยถอนรากถอนโคนฝั่งตรงข้าม แต่มาวันนี้มีสัญญาณ และท่าทีเปลี่ยนไป

จากที่เงียบมาพักใหญ่ ติดลบหลายๆ เรื่อง ตั้งแต่ “บิ๊กกุ้ย”พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ คนสนิทของบ้านวงษ์สุวรรณ ขึ้นมากุมบังเหียน องค์กรปราบโกง อยู่ๆ เมื่อสัปดาห์ต้นเดือนนี้ได้ลุกขึ้นมาสอยขาใหญ่บิ๊กเนมในยุทธจักรการเมือง เป็นรายตัว ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

ที่สำคัญ เป็นนักการเมืองที่อยู่ในฟากเดียวกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ที่ถูกสอยตามมาตรา 157 คดีก่อสร้างโรงพักทดแทน และแฟลตตำรวจ สมัยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี

ป.ป.ช.ฟัน “เทพเทือก” ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ฐานอนุมัติให้รวมสัญญาก่อสร้างโรงพักไว้กระจุกเดียว โดยไม่ย่อมนำเข้าให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบก่อน

ขณะที่ตำรวจยุคนั้น โดนกันระนาว โดยเฉพาะ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่โดนข้อหาเดียวกันกับ “เทพเทือก” ขั้นตอนจากนี้เหลือแค่ “วัชรพล” ลงนาม ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ฟ้องต่อศาลต่อไป

ทำให้ช็อคไปตามๆ กัน เพราะไม่มีใครคิดว่า “เทพเทือก” ผู้มีคุณูปการของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งก่อม็อบไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย จะโดนเชือด

จนคนนินทาว่า ฝ่ายท็อปบูตสวมบทโหด เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล หรือว่า “โปรย้ายค่าย”ถึงวันหมดเวลาแล้ว

เพราะมีเซอร์ไพร์สใหญ่ ในเวลาไล่เลี่ยกัน กรณีป.ป.ช.ลงมติเอกฉันท์ 9-0 ฟันคีย์แมนคนสำคัญในพรรคพลังประชารัฐ คือนาย วิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

และตอนนี้อยู่ในตำแหน่งสำคัญ เป็นประธานคณะกรรมการประสานงานรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล กรณีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอลใน จ.นครราชสีมา

“วิรัช” ไม่ได้ตายเดี่ยว แต่ ป.ป.ช.ล่อแบบยกครัวรัตนเศรษฐ หลังชี้มูลภรรยาคือ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา และน้องภรรยาคือ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ สมัยเป็นนายกเทศมนตรีห้วยแถลง

3 เสียงในสภาของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาล ถูกลากขึ้นเขียง ทั้งๆ ที่เสียงในสภาของฝ่ายรัฐบาลกำลังปริ่มน้ำ ชนิดห้ามป่วย ห้ามลา ไปถึงขั้นห้ามตายด้วยซ้ำ แต่ ป.ป.ช.ฟันไม่เลี้ยง ยื่นเรื่องให้อัยการสูงสุด เพื่อฟ้องศาลชี้ขาด

ป. ป. ช. โชว์งานนี้ มีแต่คนกันเองรัฐบาลทั้งนั้นที่โดน ทั้งที่ในมือ ป.ป.ช.ตอนนี้มีคดีนักการเมืองที่อยู่ขั้วตรงข้ามกับรัฐบาลปัจจุบันพรึบไปหมด เหมือนฝูงไก่ต้มสุกอยู่ในหม้อแกง

ทว่ากลับไม่มีวี่แววว่า ถึงคิวจะสอยให้เห็นอย่างที่มีการคาดการณ์กันก่อนหน้านี้ว่า จะล้างกระดาน และตัดกำลังคู่แข่ง

ซึ่งความเงียบนี่แหละที่น่ากลัว ยิ่งกว่าความเคลื่อนไหว ตามที่มีข่าวว่า ป.ป.ช.กำลังเร่งเคลียร์คดีค้างเก่าที่มีนักการเมืองถูกกล่าวหาหลายคดี

แต่ก่อนจะลงมีดเชือดบิ๊กเนมฝั่งตรงข้าม ที่มีความสุขดีเก่าอยู่ในมือ ป.ป.ช. ต้องเพื่อป้องกันข้อครหา “สองมาตรฐาน” จ้องฟันอยู่ฝั่งเดียว ต้องจัดการให้เห็นก่อนว่า ไม่ว่าฝั่งไหนก็ฟันดะ ไม่ให้ใครมาด่าตอนหลังว่า มีแต่ฝั่งตรงข้ามโดนอยู่ฝั่งเดียว

คิวที่ “เทพเทือก” ถูกสอยคดีสร้างโรงพัก กับกรณีที่ “ครอบครัวรัตนเศรษฐ” ถูกฟันคดีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอล จ.นครราชสีมา เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ป.ป.ช.ไม่ได้เลือกฝ่ายเลือกข้าง

แต่เมื่อไปถึงชั้นอัยการสูงสุดแล้ว หน้าตาสำนวนมันจะเป็นแบบไหน นั่นอีกเรื่องหนึ่ง ค่อยว่ากัน ต้องติดตามตรวจสอบต่อไป

ด้วยปรากฏการณ์นี้ ทำเอาคนมีชนักปักหลังฝั่งตรงข้ามเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ เพราะขนาดพวกเดียวกับรัฐบาลยังถูกหามขึ้นเขียง ตัวเองคงไม่น่าจะรอดเงื้อมมือถ้า ป.ป.ช.เอาจริง

ว่ากันว่า โดยเฉพาะคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ภาคสอง ที่มีชื่อ “เจ๊คนดัง” เข้าไปเอี่ยว กำลังหมดเขต “โปรเกรงใจใช้ไม่อั้น”แล้ว

ไม่เว้นแม้แต่คดีเก่าเก็บ อย่างคดีที่มีการกล่าวหาคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อนุมัติจ่ายเงินเยียวยาผู้ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 โดยมิชอบ

ซึ่งมีแกนนำสำคัญของพรรคเพื่อไทย ตกเป็นผู้กล่าวหากันเป็นสิบๆ ชีวิต ที่มีข่าวออกมาว่า งวดใกล้เข้ามากันทุกขณะ ต่อคิวรอโดนเหมือนกัน

รวมไปถึงคดีอื่นๆ ที่อยู่ในการไต่สวนขององค์กรอื่น ไม่ว่าจะเป็นที่ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่หากฝั่งตรงข้ามโดนฟัน

อย่างน้อยการล่อคนกันเองก่อน ก็เป็น “ยันต์กันผี” ว่า ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร แต่จัดให้ทุกขั้วทุกสีเสื้อ

อยู่แค่ตอนจบ เมื่อไปถึงศาลแล้ว ฝั่งไหนจะรอด ฝั่งไหนจะร่วงแค่นั้น ซึ่งตอนนั้นจะบอกได้ว่า “โปรย้ายค่าย” หมดเขตแล้วจริงๆ หรือเป็นเพียงลับ ลวง พราง แต่เป็นการกวาดล้างกระดาน ตัดกำลังฝั่งตรงข้ามที่อยู่ในสภา

ซึ่งถ้า “โปรย้ายค่าย” หมดเขตจริง ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ จะหายไปเยอะเหมือนกัน นั่นเท่ากับกองกำลัง “บิ๊กตู่” ในสภาหายเพียบ ดังนั้น เรื่องนี้เป็นซีรีส์ยาว ทุกอย่างจะเฉลยกันตอนจบ


กำลังโหลดความคิดเห็น...