xs
xsm
sm
md
lg

“เทือก” ไม่หวั่น ป.ป.ช.ชี้มูลทุจริตโรงพัก กัดฟันขอสู้ในชั้นศาล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


“สุเทพ” ลั่น ป.ป.ช.ชี้มูลคดีโรงพัก เป็นโอกาสได้พิสูจน์ในชั้นศาล อ้าง มติ ป.ป.ช.ไม่ได้บอกตนทุจริต แค่ระบุเปลี่ยนแปลงวิธีจัดซื้อจัดจ้างไม่ผ่านมติ ครม. ยันสร้างไม่เสร็จไม่เกี่ยวกับการอนุมัติของตน แต่เป็นเรื่องการบริหารสัญญา ซึ่ง ผบ.ตร.หลายคนให้ขยายสัญญาหลายครั้ง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (7 ส.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ชี้มูลว่ามีความผิดกรณีเมื่อครั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีอนุมัติโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ หรือโรงพักทดแทน 396 แห่ง ว่าหลังจากที่ ป.ป.ช.ได้ตั้งข้อกล่าวหาแล้วตนเองได้ไปชี้แจงหลายครั้งหลายหนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในที่สุด ป.ป.ช.ก็ได้สรุปและมีมติชี้มูล ทำให้ตนเองจะได้มีโอกาสไปพิสูจน์ความจริงในศาล เรื่องราวจะได้จบ เพราะว่าตนเสียหายและเสียชื่อเสียงมาเยอะแล้ว ในฐานะคนที่ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ

นายสุเทพกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นขอเรียนกับประชาชนว่ากรณีนี้ไม่มีความซับซ้อนอะไรเลย แต่เดิม ป.ป.ช.พยายามกล่าวหาว่าตนเองกระทำผิดมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ในที่สุดก็ไม่มีความผิด เพราะว่ามติ ครม.เกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างไม่มีอยู่จริง เพราะฉะนั้น ฟังจากการแถลงของ ป.ป.ช.เมื่อวานนี้ กลายเป็นว่าตนเองเสนอเรื่องขออนุมัติ ครม.เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงวิธีจัดซื้อจัดจ้างใหม่ กลับไม่เสนอขอมติที่ประชุม ครม.อีกครั้ง คล้ายกับว่าตนเองใช้อำนาจโดยมิชอบ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าการใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีดังกล่าวจะทำให้การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ซึ่งตนเห็นว่าอาจจะผิดจากข้อเท็จ เพราะข้อเท็จจริงคือว่า ครม.มีมติครั้งเดียวเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2552 ให้สร้างสถานีตำรวจ 396 แห่ง ในวงเงิน 6,000 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีตามปกติ แล้วก็ผูกพันงบประมาณเป็นเวลา 5 ปี ซึ่ง ครม.อนุมัติเพียงครั้งเดียว เรียกว่า ครม.อนุมัติโดยหลักการ ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างไม่ใช่อำนาจของ ครม.ในการอนุมัติ ไม่มีการอนุมัติในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการใด ที่จะต้องไปขออนุมัติจากมติ ครม. เพราะมีกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างว่าด้วยระเบียบพัสดุของสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่แล้วว่าเป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงาน คือ อธิบดี หรือถ้าเกินอำนาจของอธิบดี ก็เป็นอำนาจของรัฐมนตรีที่คุมกระทรวงนั้น ดังนั้นที่กล่าวหาว่าตนเองเสนอ ครม.ครั้งหนึ่งแล้ว แต่พอจะเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดซื้อจัดจ้างกลับไม่เสนอขอมติ ครม.นั้น ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งประเด็นนี้ตนจะนำไปพิสูจน์ให้ศาลได้เห็น และขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจ เพราะทั้งหมดนี้ที่ ป.ป.ช.กล่าวหาตนเอง ไม่เกี่ยวกับการทุจริตเลย เป็นเพียงประเด็นว่าตนใช้อำนาจหน้าที่ชอบหรือไม่ชอบเท่านั้น เรื่องการทุจริตนั้นเป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.แจ้งมติชี้มูล ตำรวจ ข้าราชการ หรือพ่อค้าคนอื่นในวันเดียวกัน ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าตนเองไปสมคบทุจริตกับเขาด้วย

นายสุเทพกล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่อยากจะชี้ให้ประชาชนได้เห็นก็คือว่า กรณีนี้มีการประมูลกันโดยวิธี อี-อ็อกชัน (e-Auction) ก็มีผู้เข้าประมูลหลายรายและแข่งขันกัน 70 กว่าครั้ง ในการประกวดราคา ผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดนั้น ได้เสนอต่ำกว่าราคากลางประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อเท็จจริง

“การก่อสร้างที่ไม่แล้วเสร็จ ไม่ได้เกี่ยวกับการอนุมัติสั่งการของผม เกี่ยวกับการบริหารสัญญา คือ การกำกับควบคุมดูแลการก่อสร้าง น่าสังเกตว่าระหว่างการก่อสร้างกว่าจะทำสัญญาได้ก็นาน และเวลาก่อสร้างมีการขยายสัญญาให้หลายครั้ง โดยผู้บัญชาการตำรวจหลายคน ซึ่งผมจะไม่พูดว่า ใครถูกใครผิดอย่างไร เพราะเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องไปพิสูจน์ความจริงกันในศาล ด้วยพยานหลักฐานที่ผมมี” นายสุเทพกล่าว







กำลังโหลดความคิดเห็น...